คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
ใช่ไง
เขาไม่อยากให้คนรับคิดเยอะ
เขาไม่อยากให้คนรับคิดเยอะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
เจตนาให้รับบำนาญ เพราะบำเหน็จมันเป็นเงินก้อนใหญ่ใช้งบประมาณสูง
แต่ถ้ารับเป็นบำนาญ มันผูกพันกับงบประมาณระยะยาวแบบปีต่อปี คือปีหน้าตั้งงบขึ้นมาจ่ายงบผูกพันธ์นี้ได้ เพราะรัฐบาลเก็บภาษีประจำปี และมีรายจ่ายประจำปี
แต่ถ้ารับเป็นบำนาญ มันผูกพันกับงบประมาณระยะยาวแบบปีต่อปี คือปีหน้าตั้งงบขึ้นมาจ่ายงบผูกพันธ์นี้ได้ เพราะรัฐบาลเก็บภาษีประจำปี และมีรายจ่ายประจำปี
REDBULLRUN ถูกใจ, hippe ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 881831 ถูกใจ, hootho ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8486497 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 8464741 ซึ้ง, T-Mickey ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1526573 ถูกใจ, อัมปาจุม ถูกใจ, ลาบราดอร์สีดำ ถูกใจรวมถึงอีก 1 คน ร่วมแสดงความรู้สึก
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
มนุษย์เงินเดือน
การเงิน
สงสัย... คนคิดสูตรบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เขาจบการเงินมารึเปล่าครับ ทำไมมันไม่สูสีกันเลย แทบไม่ต้องคิดเยอะว่าจะรับอะไรดี
สมมุติ 50,000 บาท อายุราชการ 30 ปี = 1,500,000 บาท
บำนาญ (เฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย × อายุราชการ)÷50 (ไม่เกิน 70% ของเฉลี่ย 60 เดือน)
สมมติกรณีเดียวกัน
คร่าวๆ เงินเดือนเฉลี่ย 47,000 × 30 ÷ 50 = 28,200 บาท
ลองเอา 1.5 ล้าน (บำเหน็จ) มาหาร 28,200 (บำนาญ) = 53.19
หมายความว่า รับบำนาญ 4 ปี กว่าๆ ก็ได้เท่าบำเหน็จแล้ว!!!!!!
แล้วได้รับไปจนตาย เป็น passive income
แล้วประเด็นคือ ใครมันจะเลือกบำเหน็จ ถ้าเลือกบำนาญได้
ส่วนคนออกก่อนไม่ถึงหลักเกณฑ์ ก็ก้มหน้ารับบำเหน็จน้อยๆกันไป
อยากให้เปลี่ยนสูตรบำเหน็จ เอาอายุราชการ ×2 หรือ ×3 จะได้แห่ไปเลือกบำเหน็จกันบ้าง
เพิ่มเติม
คนรับบำนาญยังใช้สิทธิรักษาพยาบาลต่อได้อีกนะ
ลดบำนาญอีกสัก 20% ผมก็เชื่อว่า คนยังเลือกบำนาญเหมือนเดิม