ชาย 47 ปี ไข้ เหนื่อยง่าย มาเป็นเดือน และมือเริ่มมีจ้ำแดง คิดว่าซิฟิลิส สุดท้ายพบว่าไม่ใช่ แต่เป็นถึงหัวใจ ต้นตอคือ “ฟันผุ” ที่ปล่อยทิ้งไว้
.
🦷 หลายคนคิดว่า “ฟันผุ” เป็นเรื่องเล็ก
เป็นแค่ปวดฟัน เหม็นปาก หรือเหงือกอักเสบ
แต่ความจริงคือ ปากคือรอยต่อสำคัญที่เชื่อมระหว่างภายนอกกับกระแสเลือด ดังนั้นฟันผุไม่ได้ลุกลามจนเป็นแค่เรื่องในช่องปากเท่านั้น มันอาจลามไปที่อื่นได้
.
👨 ชายวัย 47 ปี เริ่มมีปัญหาในช่องปากแบบเรื้อรัง ฟันผุหลายซี่ ส่วนใหญ่จะเป็นฟันกราม เคี้ยวเจ็บเป็นๆ หายๆ ช่วงเป็นหนักคือต้องซื้อยาแก้ปวด iburopfen มากิน วนไปวนมาแบบนี้มานาน
มีนิสัยชอบกินขนมตอนดึกๆ แล้วก็นอนเลย ไม่ได้แปรงฟัน บางครั้งนึกได้ถึงมาแปรงฟันตอนสายๆ บางวันก็ไม่ได้แปรง
ภรรยาก็ทักแล้วว่าให้ไปหาหมอฟัน เพราะบางครั้งปวดจนเคี้ยวไม่ได้เลย แต่งานยุ่งตลอดเลยตอบไปตลอดว่า “เดี๋ยวค่อยไปทำ”
.
🌡️ อยู่มาวันหนึ่ง มีอาการไข้ต่ำๆ เป็นๆ หายๆ เพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ตอนแรกก็คิดว่าติดโควิด แต่ก็แปลกไม่มีไอ ไม่มีอะไรเลย
ผ่านไป 2 อาทิตย์ก็ยังไม่หายซักที ไปคลินิก ตรวจก็ไม่เจออะไร มีแต่ไข้ 38.0 องศา หมอแนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่ รพ. แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป
.
🖐️ ผ่านไปอีก 1-2 สัปดาห์ อาการไข้ก็ยังเป็นๆ หายๆ
เขาเริ่มสังเกตว่า “ฝ่ามือ” เริ่มมีจ้ำแดงแปลกๆ
ตอนแรกตกใจมากคิดว่าซิฟิลิส แต่ก็มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงอะไร
ภรรยาจึงรีบพาไป รพ.
.
.
🏥 เมื่อมาถึงโรงพยาบาล
แพทย์เริ่มซักประวัติละเอียด
▪️ ไข้เรื้อรังมาเป็นเดือนเลย
▪️ สุขภาพช่องปากแย่มาก ฟันผุจนดำ มีเหงือกบวมเหมือนมีหนอง
▪️ มีจ้ำแดงที่มือ
.
🩺 ตรวจร่างกาย
▪️ ฝ่ามือมีจ้ำแดงเล็กๆ แบบในภาพ ซึ่งไม่เหมือนผื่นจากโรคติดเชื้อ
▪️ บางจุดที่ปลายนิ้วเป็นตุ่มแดงนูน เจ็บ
ที่พีคคือฟังเสียงหัวใจพบว่ามีเสียงฟู่ เหมือนมีลิ้นตีบ/รั่ว (Murmur)
.
🔬 แพทย์จึงรีบส่งตรวจเลือดและปรึกษาหมอหัวใจ
▪️ ตรวจเอคโค่หัวใจ (Echocardiography) พบว่า
พบก้อนที่เกาะอยู่บนผิวหัวใจ ใกล้ลิ้นหัวใจ
ก้อนเชื้อ (Vegetation)
แถมลิ้นยังมีลักษณะปิดไม่สนิท
เกิดการรั่วชัดเจน
แพทย์ยังส่งตรวจเพาะเชื้อในเลือดด้วยค่ะ
.
.
🫀 เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยน่าจะมี
การติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ (Infective endocarditis: IE)
ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ ลามมาจากในปากนั่นแหละ
การติดเชื้อเรื้อรังในช่องปาก ทำให้เลือดเข้าสู่เลือด
เป็นพักๆ ซึ่งภูมิคุ้มกันก็พอกำจัดได้แหละค่ะ
.
💡 โรคนี้มักเริ่มต้นแบบเงียบๆ มีเพียงไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลีย ทำให้หลายคนคิดว่าเป็นแค่การติดเชื้อทั่วไป กว่าจะนึกถึงหัวใจ บางครั้งเชื้อก็สร้างก้อนบนลิ้นหัวใจไปแล้ว
.
แต่พอไม่รักษาซักที จนถึงวันซวยที่
เชื้อสามารถเกาะกับผิวหัวใจ
และเริ่มแบ่งตัวได้ นั่นแหละค่ะ
เลยทำให้เชื้อได้ที่อยู่ใหม่
ผลิตโคโลนีเป็นก้อนๆ บางครั้งก็หลุดไปในเลือด
ภูมิคุ้มกันก็พยายามมาจับๆๆ เป็นก้อนๆ
ลอยไปติดตามหลอดเลือดที่นิ้ว จนเป็นจ้ำๆ แบบในภาพ
.
💉 แพทย์จึงให้การรักษาทันที
▪️ ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด
▪️ ดูแลเรื่องลิ้นหัวใจ ว่ามีอาการหัวใจล้มเหลวหรือไม่
ซึ่งจริงๆ เคสนี้เจาะน้ำตาลแรกรับคือขึ้น 320 ด้วย
อาจจะมีเบาหวานโดยไม่รู้ตัวมานานแล้ว
ซึ่งพอจะอธิบายได้ว่าภูมิคุ้มกันอาจจะตกลง
จากพิษที่น้ำตาลสูงลอย ทำให้เชื้อเข้าสู่เลือดได้สะดวกขึ้นค่ะ
.
.
❤️ ดังนั้น ดูแลสุขภาพช่องปากเสมอนะคะ
✅ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
✅ ใช้ไหมขัดฟันเถอะค่ะ เอาเศษอาหารออกโคตรดี
✅ ตรวจฟันเป็นประจำ
✅ เหงือกอักเสบเรื้อรัง อย่าปล่อยทิ้งไว้
✅ กินหวานแล้วนอน = เปิดประตูให้เชื้อทำสงครามฟรีจ้าาา
https://www.facebook.com/share/p/1DAA9SWA9D/
🦷 ผู้ป่วยมีไข้ เหนื่อยง่าย มือมีจ้ำแดง คิดว่าซิฟิลิส สุดท้ายพบว่าไม่ใช่ แต่เป็นถึงหัวใจ ต้นตอคือ “ฟันผุ"
.
🦷 หลายคนคิดว่า “ฟันผุ” เป็นเรื่องเล็ก
เป็นแค่ปวดฟัน เหม็นปาก หรือเหงือกอักเสบ
แต่ความจริงคือ ปากคือรอยต่อสำคัญที่เชื่อมระหว่างภายนอกกับกระแสเลือด ดังนั้นฟันผุไม่ได้ลุกลามจนเป็นแค่เรื่องในช่องปากเท่านั้น มันอาจลามไปที่อื่นได้
.
👨 ชายวัย 47 ปี เริ่มมีปัญหาในช่องปากแบบเรื้อรัง ฟันผุหลายซี่ ส่วนใหญ่จะเป็นฟันกราม เคี้ยวเจ็บเป็นๆ หายๆ ช่วงเป็นหนักคือต้องซื้อยาแก้ปวด iburopfen มากิน วนไปวนมาแบบนี้มานาน
มีนิสัยชอบกินขนมตอนดึกๆ แล้วก็นอนเลย ไม่ได้แปรงฟัน บางครั้งนึกได้ถึงมาแปรงฟันตอนสายๆ บางวันก็ไม่ได้แปรง
ภรรยาก็ทักแล้วว่าให้ไปหาหมอฟัน เพราะบางครั้งปวดจนเคี้ยวไม่ได้เลย แต่งานยุ่งตลอดเลยตอบไปตลอดว่า “เดี๋ยวค่อยไปทำ”
.
🌡️ อยู่มาวันหนึ่ง มีอาการไข้ต่ำๆ เป็นๆ หายๆ เพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ตอนแรกก็คิดว่าติดโควิด แต่ก็แปลกไม่มีไอ ไม่มีอะไรเลย
ผ่านไป 2 อาทิตย์ก็ยังไม่หายซักที ไปคลินิก ตรวจก็ไม่เจออะไร มีแต่ไข้ 38.0 องศา หมอแนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่ รพ. แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป
.
🖐️ ผ่านไปอีก 1-2 สัปดาห์ อาการไข้ก็ยังเป็นๆ หายๆ
เขาเริ่มสังเกตว่า “ฝ่ามือ” เริ่มมีจ้ำแดงแปลกๆ
ตอนแรกตกใจมากคิดว่าซิฟิลิส แต่ก็มั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยงอะไร
ภรรยาจึงรีบพาไป รพ.
.
.
🏥 เมื่อมาถึงโรงพยาบาล
แพทย์เริ่มซักประวัติละเอียด
▪️ ไข้เรื้อรังมาเป็นเดือนเลย
▪️ สุขภาพช่องปากแย่มาก ฟันผุจนดำ มีเหงือกบวมเหมือนมีหนอง
▪️ มีจ้ำแดงที่มือ
.
🩺 ตรวจร่างกาย
▪️ ฝ่ามือมีจ้ำแดงเล็กๆ แบบในภาพ ซึ่งไม่เหมือนผื่นจากโรคติดเชื้อ
▪️ บางจุดที่ปลายนิ้วเป็นตุ่มแดงนูน เจ็บ
ที่พีคคือฟังเสียงหัวใจพบว่ามีเสียงฟู่ เหมือนมีลิ้นตีบ/รั่ว (Murmur)
.
🔬 แพทย์จึงรีบส่งตรวจเลือดและปรึกษาหมอหัวใจ
▪️ ตรวจเอคโค่หัวใจ (Echocardiography) พบว่า
พบก้อนที่เกาะอยู่บนผิวหัวใจ ใกล้ลิ้นหัวใจ
ก้อนเชื้อ (Vegetation)
แถมลิ้นยังมีลักษณะปิดไม่สนิท
เกิดการรั่วชัดเจน
แพทย์ยังส่งตรวจเพาะเชื้อในเลือดด้วยค่ะ
.
.
🫀 เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
แพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยน่าจะมี
การติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจ (Infective endocarditis: IE)
ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ ลามมาจากในปากนั่นแหละ
การติดเชื้อเรื้อรังในช่องปาก ทำให้เลือดเข้าสู่เลือด
เป็นพักๆ ซึ่งภูมิคุ้มกันก็พอกำจัดได้แหละค่ะ
.
💡 โรคนี้มักเริ่มต้นแบบเงียบๆ มีเพียงไข้ต่ำๆ และอ่อนเพลีย ทำให้หลายคนคิดว่าเป็นแค่การติดเชื้อทั่วไป กว่าจะนึกถึงหัวใจ บางครั้งเชื้อก็สร้างก้อนบนลิ้นหัวใจไปแล้ว
.
แต่พอไม่รักษาซักที จนถึงวันซวยที่
เชื้อสามารถเกาะกับผิวหัวใจ
และเริ่มแบ่งตัวได้ นั่นแหละค่ะ
เลยทำให้เชื้อได้ที่อยู่ใหม่
ผลิตโคโลนีเป็นก้อนๆ บางครั้งก็หลุดไปในเลือด
ภูมิคุ้มกันก็พยายามมาจับๆๆ เป็นก้อนๆ
ลอยไปติดตามหลอดเลือดที่นิ้ว จนเป็นจ้ำๆ แบบในภาพ
.
💉 แพทย์จึงให้การรักษาทันที
▪️ ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือด
▪️ ดูแลเรื่องลิ้นหัวใจ ว่ามีอาการหัวใจล้มเหลวหรือไม่
ซึ่งจริงๆ เคสนี้เจาะน้ำตาลแรกรับคือขึ้น 320 ด้วย
อาจจะมีเบาหวานโดยไม่รู้ตัวมานานแล้ว
ซึ่งพอจะอธิบายได้ว่าภูมิคุ้มกันอาจจะตกลง
จากพิษที่น้ำตาลสูงลอย ทำให้เชื้อเข้าสู่เลือดได้สะดวกขึ้นค่ะ
.
.
❤️ ดังนั้น ดูแลสุขภาพช่องปากเสมอนะคะ
✅ แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง
✅ ใช้ไหมขัดฟันเถอะค่ะ เอาเศษอาหารออกโคตรดี
✅ ตรวจฟันเป็นประจำ
✅ เหงือกอักเสบเรื้อรัง อย่าปล่อยทิ้งไว้
✅ กินหวานแล้วนอน = เปิดประตูให้เชื้อทำสงครามฟรีจ้าาา
https://www.facebook.com/share/p/1DAA9SWA9D/