ช่วงนี้เรากับสามีกำลังวางแผนมีลูกค่ะ
พยายามกันมา 1 ปี น้องก็ยังไม่มาสักที เลยเริ่มศึกษาจริงจัง เคยไปปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายมาแล้วด้วยค่ะฟองไข่เหลือน้อยและมีติ่งเนื้อ วิธีที่จะทำให้มีลูกได้ก็คือการทำ ICSI เลยลองหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เลยอยากสรุปสิ่งที่ได้รู้ เผื่อเป็นประโยชน์กับคู่ที่อยากมีน้องเหมือนกันค่ะ
ก่อนอื่น ICSI คือ วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากรูปแบบหนึ่งโดยแพทย์และนักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงเพียง 1 ตัว แล้วฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงภายใต้กล้องจุลทรรศน์ที่มีความละเอียดสูง เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกิดการปฏิสนธิ หลังจากตัวอ่อนเจริญเติบโตแล้ว แพทย์จึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ฟังดูอาจเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกมาหลายปี และมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน
โดยทั่วไป ICSI ถือว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อทำในสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละขั้นตอนจะมีการตรวจประเมินสุขภาพ วางแผนการรักษา และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจพบได้
1. ผลข้างเคียงจากการกระตุ้นไข่
ก่อนเก็บไข่ ฝ่ายหญิงจะต้องได้รับยากระตุ้นไข่ประมาณ 8-12 วัน
ระหว่างนี้บางคนอาจมีอาการ เช่น ท้องอืด รู้สึกอึดอัดบริเวณท้องน้อย คัดหน้าอก อารมณ์แปรปรวนเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังเก็บไข่
2. ความเสี่ยงจากการเก็บไข่
การเก็บไข่เป็นหัตถการขนาดเล็ก ใช้ยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
หลังทำอาจมีอาการ เช่น ปวดหน่วงท้องน้อย มีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย อ่อนเพลียในวันแรก
3. OHSS ภาวะรังไข่ตอบสนองต่อยามากเกินไป
หลายคนกังวลเรื่องนี้มาก OHSS เป็นภาวะที่รังไข่ตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่มากกว่าปกติ ทำให้มีอาการท้องอืด น้ำหนักขึ้นเร็ว หรือมีน้ำในช่องท้อง
แต่ปัจจุบันแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ปรับขนาดยา และวางแผนการรักษาเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะนี้ได้
4. ความเครียดระหว่างการรักษา ความคาดหวัง และการรอลุ้นผลในแต่ละขั้นตอน
แล้วเด็กที่เกิดจาก ICSI แข็งแรงไหม?
คำถามนี้เราเห็นบ่อยมาก จากข้อมูลที่หาได้ เด็กที่เกิดจาก ICSI ส่วนใหญ่เติบโตและมีพัฒนาการได้ตามปกติ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของคุณพ่อคุณแม่ คุณภาพของไข่และอสุจิ รวมถึงสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ด้วย
สิ่งที่เราได้เรียนรู้ หลังจากหาข้อมูลและได้คุยกับแพทย์ ทำให้รู้ว่า การจะมีลูกสักคนหนึ่งมันไม่ง่ายจริงๆ ไหนจะเรื่องร่างกาย จิตใจ เงิน ปัจจัยอีกหลายอย่าง
ส่วนใครที่เคยปล่อยมานานแต่น้องก็ยังไม่มาเหมือนกัน แนะนำให้เข้าปรึกษาคุณหมอ เพราะแต่ละคู่มีสาเหตุของภาวะมีบุตรยากไม่เหมือนกันค่ะ
อีก 2 เดือนเราจะเริ่มเข้ากระบวนการ ICSI ที่ DHC IVF Clinic ยังไงเดียวไว้มาเล่าให้ฟังนะคะ ฝากเป็นกำลังใจให้กันด้วยค่ะ หรือแม่ๆท่านไหนเคยสำเร็จจากที่นี่หรือที่อื่นก็แวะมาแนะนำกันได้นะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
การทำ ICSI มีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงอะไรบ้าง? แล้วปลอดภัยไหม?
พยายามกันมา 1 ปี น้องก็ยังไม่มาสักที เลยเริ่มศึกษาจริงจัง เคยไปปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายมาแล้วด้วยค่ะฟองไข่เหลือน้อยและมีติ่งเนื้อ วิธีที่จะทำให้มีลูกได้ก็คือการทำ ICSI เลยลองหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เลยอยากสรุปสิ่งที่ได้รู้ เผื่อเป็นประโยชน์กับคู่ที่อยากมีน้องเหมือนกันค่ะ
ก่อนอื่น ICSI คือ วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยากรูปแบบหนึ่งโดยแพทย์และนักวิทยาศาสตร์จะคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงเพียง 1 ตัว แล้วฉีดเข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงภายใต้กล้องจุลทรรศน์ที่มีความละเอียดสูง เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกิดการปฏิสนธิ หลังจากตัวอ่อนเจริญเติบโตแล้ว แพทย์จึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ฟังดูอาจเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกมาหลายปี และมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน
โดยทั่วไป ICSI ถือว่าเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อทำในสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในแต่ละขั้นตอนจะมีการตรวจประเมินสุขภาพ วางแผนการรักษา และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจพบได้
1. ผลข้างเคียงจากการกระตุ้นไข่
ก่อนเก็บไข่ ฝ่ายหญิงจะต้องได้รับยากระตุ้นไข่ประมาณ 8-12 วัน
ระหว่างนี้บางคนอาจมีอาการ เช่น ท้องอืด รู้สึกอึดอัดบริเวณท้องน้อย คัดหน้าอก อารมณ์แปรปรวนเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังเก็บไข่
2. ความเสี่ยงจากการเก็บไข่
การเก็บไข่เป็นหัตถการขนาดเล็ก ใช้ยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
หลังทำอาจมีอาการ เช่น ปวดหน่วงท้องน้อย มีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย อ่อนเพลียในวันแรก
3. OHSS ภาวะรังไข่ตอบสนองต่อยามากเกินไป
หลายคนกังวลเรื่องนี้มาก OHSS เป็นภาวะที่รังไข่ตอบสนองต่อยากระตุ้นไข่มากกว่าปกติ ทำให้มีอาการท้องอืด น้ำหนักขึ้นเร็ว หรือมีน้ำในช่องท้อง
แต่ปัจจุบันแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ปรับขนาดยา และวางแผนการรักษาเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะนี้ได้
4. ความเครียดระหว่างการรักษา ความคาดหวัง และการรอลุ้นผลในแต่ละขั้นตอน
แล้วเด็กที่เกิดจาก ICSI แข็งแรงไหม?
คำถามนี้เราเห็นบ่อยมาก จากข้อมูลที่หาได้ เด็กที่เกิดจาก ICSI ส่วนใหญ่เติบโตและมีพัฒนาการได้ตามปกติ แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของคุณพ่อคุณแม่ คุณภาพของไข่และอสุจิ รวมถึงสุขภาพโดยรวมของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ด้วย
สิ่งที่เราได้เรียนรู้ หลังจากหาข้อมูลและได้คุยกับแพทย์ ทำให้รู้ว่า การจะมีลูกสักคนหนึ่งมันไม่ง่ายจริงๆ ไหนจะเรื่องร่างกาย จิตใจ เงิน ปัจจัยอีกหลายอย่าง
ส่วนใครที่เคยปล่อยมานานแต่น้องก็ยังไม่มาเหมือนกัน แนะนำให้เข้าปรึกษาคุณหมอ เพราะแต่ละคู่มีสาเหตุของภาวะมีบุตรยากไม่เหมือนกันค่ะ
อีก 2 เดือนเราจะเริ่มเข้ากระบวนการ ICSI ที่ DHC IVF Clinic ยังไงเดียวไว้มาเล่าให้ฟังนะคะ ฝากเป็นกำลังใจให้กันด้วยค่ะ หรือแม่ๆท่านไหนเคยสำเร็จจากที่นี่หรือที่อื่นก็แวะมาแนะนำกันได้นะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ