Day 7 : Thu 9 Apr Faroe - Copenhagen
1. ภาคต่อจาก faroe islands นะคะ ถ้าสนใจเที่ยว faroe islands เข้าไปอ่านได้ที่
https://pantip.com/topic/44087894 ค่ะ
2. วันนี้ออกแต่เช้าค่ะ มี flight ไป copenhagen ตอน 8 โมง และยังต้องไปคืนรถก่อนด้วยค่ะ
3. ตอนคืนรถต้องเอาไปจอดที่เดิมค่ะ parking 3 ช่องจอด 1- 30 ช่องไหนก็ได้ค่ะ
4. จากนั้นเดินไปคืนกุญแจค่ะ office ยังไม่เปิดแต่หย่อนตู้ได้ค่ะ ตู้เยอะมาก มีเป็น 10 ตู้เลย หย่อนให้ถูกตู้นะคะ
5. หลังจากหย่อนกุญแจตเสร็จเราก็เดินไป terminal ค่ะ อยู่ใกล้ๆ กัน
6. ตั้งแต่ขับรถเข้ามา จอดรถ คืนกุญแจ จนเดินไป terminal เราไม่เจอใครสักคนเลยค่ะ!!! เงียบเหงามากกกกกกก
7. ประตู terminal ยังไม่เปิดค่ะ!!! ยืนเหงาๆ ได้ไม่นาน มีครอบครัวนึงมารอเป็นเพื่อนค่ะ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมายืนรอประตูสนามบินเปิดค่ะ
8. ตรงที่จอดรถมีตู้ให้ check in ค่ะ ระหว่างรอ terminal เปิดแฟนเราเลยเดินไป check in กะ print baggage tag ที่ตู้ค่ะ
9. แฟนเดินกลับมา พนง.เดินมาเปิดประตูพอดีค่ะ counter ด้านในยังไม่เปิดให้บริการ หลังจากติด tag เสร็จยังต้องนั่งรออีกพักนึง
10. ถ้าใครยังไม่ได้กินข้าวเช้ามา ด้านในมี cafe เปิดให้บริการค่ะ มี sanwich bekery ชา กาแฟ ขายค่ะ
11. เราซื้อ sandwich กะจะไปกินด้านในค่ะ
12. หลังจาก load กระเป๋า ซื้อ sandwich ยังต้องรอจนท.เตรียมความพร้อมของเรื่อง x-ray อีกพักนึงถึงจะเข้า gate ได้ค่ะ
13. อ้อ... ไม่มีการตรวจ visa เหมือนขามานะคะ
14. ด้านในมีร้านอาหารร้านนึงค่ะ ขายพวก sandwich เหมือนด้านนอก เราเลยซื้อ jolly กับ cokkie แล้วนั่งกินข้าวเช้าที่นี่ค่ะ
15. มี gate แค่ 3 gate นะคะ มี flight ก่อนหน้าเราหลาย flight อยู่เหมือนกันค่ะ
16. เครื่องเราจอดที่ gate 1 ค่ะ เครื่องออก 08.20 พอใกล้ๆ เวลาพนง.ก็เรียกขึ้นเครื่องตามลำดับที่นั่ง
17. แค่เดินออกประตูไปนิดนึงก็ถึงเครื่องแล้วค่ะ เป็นการเดินขึ้นเครื่องที่แท้ทรู
18. ระหว่างนั่งเครื่องเราขออธิบาย plan แบบคร่าวๆ นะคะ
19. หลังจากลงเครื่องเรานั่งรถไฟไป check in ที่รร.ค่ะ จากนั้นไปหาข้าวกินแล้วไปเที่ยว cityhall เดินเล่นนิดๆ หน่อยๆ แล้วกลับรร.ค่ะ
20. วันที่เหลือไปเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ เช่น christainborg palace, national museum of denmark, Amalienborg, Round Tower… ไล่เที่ยวไปเรื่อยๆ ค่ะ
21. วันสุดท้ายไม่ได้ไปเที่ยวไหนเพราะเวลาไม่พอค่ะ ได้แค่ตื่นแต่เช้า กินข้าวเช้า จากนั้นก็นั่งรถไฟไปสนามบินค่ะ
22. ขาเข้าที่ copenhagen ก็ไม่มีการตรวจ visa ค่ะ อารมณ์เหมือน domestic เลย แต่เราคิดว่าในระบบตอน check in เขาน่าจะมีการเช็คในระบบนะคะ
23. หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ออกมาข้างนอกเพื่อขึ้นรถไฟเข้าไปในตัวเมือง copenhagen
24. เดินตามป้ายไปได้เลยค่ะ เข้าเมืองได้หลายวิธีค่ะ bus train หรือ metro สามารถซื้อตั๋วได้ที่ตู้แดงๆ ตู้นี้ค่ะ
25. วิธีซื้อเริ่มจากเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษ เลือกสถานีปลายทาง ใส่จำนวนคน เลือกว่าจะเดินทางตอนนี้เลยหรือเลือกเวลาเดินทางที่ตู้ขึ้นมาให้จากนั้นก็จ่ายตังเป็นอันเรียบร้อยค่ะ
26. ถ้าเดินทางพร้อมกัน 2 คนแบบเราตู้จะ print ตัวให้ใบเดียวนะคะ แต่ในตั๋วจะมีเขียนไว้ว่าเป็นตั๋วสำหรับ 2 คนค่ะ
27. นอกจากตั๋วรายเที่ยวแล้วยังสามารถซื้อ citypass และ pass อื่นๆ ได้ที่ตู้นี้เช่นกันค่ะ
28. ใช้ app ในมือถือแทนตั๋วได้ด้วยค่ะ แต่แฟนเราลองลงแล้วแต่ผูกบัตรเครดิตไม่ได้เลยไม่ได้ใช้ค่ะ
29. เท่าที่อ่านใน web ดูเหมือนทางผู้ให้บริการเขากำลังจะเปลี่ยนไปใช้อีก app นึงค่ะ ยังไงก่อนไปลองเข้าไป check ข้อมูลใน web อีกรอบนะคะ
30. เราเลือกการเข้าเมืองด้วยรถไฟค่ะ ถ้าเป็นช่วงกลางวันเหมือนจะมีรถไฟวิ่งเข้าตัวเมืองทุกๆ 15 นาทีนะคะ
31. ข้อมูลรถไฟที่วิ่งผ่านสถานี copenhagen airport ค่ะ ถ้าจะเข้าตัวเมืองเราต้องลงไปขึ้นรถไฟที่ชานชลา 2
32. จากสถานี copenhagen airport ไปสถานี københavn h ซึ่งเป็น central station ในตัวเมืองใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีค่ะ
33. ถ้าใช้ ticket จาก app หรือวิธีอื่นอย่าลืมติ๊ดที่ตัวอ่านด้วยนะคะ
34. หน้าตา ticket ค่ะ เป็นระบบ ticket ร่วม ใข้ได้ทั้ง train metro bus และ urban rail ค่ะ
35. เรากลัวลงมาไม่ทันเลยเลือกเดินทางตอน 12.45 ค่ะ มีเวลาใช้บริการระบบขนส่งของเขาชม.ครึ่ง
36. เข้าใจว่าสามารถต่อรถได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางค่ะ
37. ไม่แนะนำให้ออกนอกเส้นทางเพราะในตั๋วเขาระบุ zone ไว้ด้วยค่ะ ถึงที่นี่เขาใช้ระบบเชื่อใจแต่ถ้าโดนจับได้นี่ค่าปรับหนักมากนะคะ
38. จากตารางรถไฟด้านบนจะเห็นว่ามีรถไฟวิ่งเข้า copenhagen รอบ 12.24 12.33 12.45 และ 13.00 ค่ะ
39. จากด้านบนลงมาชานชลาใช้เวลาไม่นานเหมือนที่คิด มาทันขบวน vr1065 ตอน 12.33 ด้วยค่ะ แต่เราเลือกเดินทางหลัง 12.45 เลยต้องรอขึ้นขบวน vr1066
40. ถ้าขึ้นรถก่อนเวลาที่เลือกไว้ไม่แน่ใจว่าจะโดนปรับหรือเปล่านะคะ
41. หน้าตาชานชลาและรถไฟค่ะ
42. ด้านในมี 2 ชั้นค่ะ ถ้าใครมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เวลาขึ้นลงบันไดในโบกี้อาจจะลำบากนิดนึงนะคะ
43. จากสนามบินเข้าตัวเมือง copenhagen นั่งรถไฟประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ในโบกี้ไม่มีที่ไว้กระเป๋าเดินทาง เราเลยยืนดีกว่าค่ะ
44. ยืนแปร๊บเดียวก็ถึงตัวเมือง copenhagen ค่ะ
45. ถึงเวลาที่ต้องเปิด mode ระวังตัวสุดๆ แล้วค่ะ ได้ข่าวว่ามีคนโดนล้วงกระเป๋าบ่อยๆ
46. ตามสถานีรถไฟ สถานี metro และแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ มักเป็นจุดหากินของนักล้วงค่ะ
47. สถานี copenhagen h ที่เราเพิ่งลงรถไฟมาก็เป็นหนึ่งในจุดหากินหลักของนักล้วงพวกนี้ค่ะ
48. ล๊อคซิปเป้ ล๊อคซิปกระเป๋าใบเล็ก คล้องโทรศัพท์กับสาย safety แล้วเอาไปคล้องกับเข็มขัดอีกที…. พรุงพรังไปหมด แต่ช่วยได้เยอะค่ะ
50. จากสถานีรถไฟเราเดินไป check in ที่รร.และฝากกระเป๋าไว้จากนั้นก็ออกไปหาอะไรกินค่ะ เน้นเร็วๆ เลยไปกิน tivoli foodhall ค่ะ
51. เหมือน food court บ้านเราค่ะ มีร้านให้เลือกเยอะแต่เป็นอาหารที่เน้นกินง่ายๆ เร็วๆ เช่น sandwich, beger, rice bowl ประมาณนี้ค่ะ
52. ร้านนี้ขาย open sandwich ที่เป็น signature ของ denmark ค่ะ น่ากินมากกกกกกก…
53. อย่างที่เห็นในรูปค่ะ open sandwich ก็คือ sandwich ที่ให้ขนมปังแค่แผ่นเดียวค่ะ แค่เอาขนมปังมาวางแล้วโป่ะไส้ลงไปแบบตู้มๆๆ เน้นๆๆ
54. ใส่ไส้ซะแทบจะไม่เห็นขนมปังด้านล่าง….
55. เราสั่งหน้า roasted beef กับ chicken salad มากินค่ะ แบ่งกับแฟนคนละครึ่ง
56. รสชาติใช้ได้อยู่นะคะ ไม่ได้ปรุงอะไรมาก เน้นรสชาติของวัตถุดิบกับ pickle ด้านล่างค่ะ
57. กินเสร็จก็เดินไป copenhagen city hall ค่ะ เปิดให้เข้าชมด้านในได้ตั้ง 09.00 - 16.00 วันเสาร์เปิดครึ่งวัน ปิดวันอาทิตย์ ไม่มีคชจ.ค่ะ
58. จาก tivoli foodhall ไป copenhagen city hall เดินไม่ไกลค่ะ ประมาณ 5-8 นาทีเอง
59. copenhagen city hall ค่ะ ใหญ่มากกกกกกก…. อายุ 100 กว่าปีเลยทีเดียว
60. ว่ากันว่ามีคนมาจัดงานแต่งงานที่นี่เป็นประจำค่ะ
61. เรารีบเข้าไปดูด้านในก่อนค่ะ มีเวลาเหลือแค่ชม.นิดๆ เองไม่รู้จะดูได้ทั่วหรือเปล่า
62. city hall มี 3 ชั้นค่ะ ตรงกลางเป็น hall กว้างๆ เขาน่าจะจัดงานแต่งกันตรงนี้นะคะ
63. ฝั่งขวาชั้น 1 เป็นประตูทางเข้าค่ะ ส่วนชั้น 2 - 3 และฝั่งซ้ายทั้งหมดจะซอยย่อยเป็นห้องๆ สำหรับทำงานค่ะ
64. นอกจากตำรวจที่เฝ้าด้านหน้า เรา และนทท.อีกคนนึงแล้วไม่เจอใครเลยค่ะ city hall โล่งมากกกกก…
65. ชั้น 2 ไม่มีอะไรค่ะ เป็น office ไม่รู้ว่าแต่ละห้องมี exhibition หรือเปล่านะคะ ไม่ได้เดินเข้าไปดู ขึ้นไปชั้น 3 เลย
66. ภาพเขียนบนผนังและเพดานของชั้น 3 จะบอกเล่าความเป็นมาและเรื่องราวในอดีตของ copenhagen ค่ะ
67. ภาพบนผนังด้านซ้ายเป็น copenhagen ที่มองมาจากท่าเรือค่ะ สื่อถึงการเป็นเมืองหลวงและท่าเรือที่สำคัญมาตั้งแต่อดีตค่ะ
68. ส่วนภาพทางด้านขวาเป็น copenhagen ที่มองมาจากอีกด้านนึงซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์
69. ส่วนบนเพดานจะมีตราประทับประจำเมืองค่ะ มี 2 ตรา
70. ตราที่เห็นในรูปนี้ใช้สำหรับเอกสารทั่วไป มีคำว่า “sigillum civitatis hafniensis” แปลตรงตัวว่าตราประจำเมือง copenhagen ค่ะ civitatis แปลว่าเมือง ส่วน haffnensis มาจากคำว่า hafnia ซึ่งเป็นชื่อเมือง copenhagen ในสมัยก่อนในภาษา latin ค่ะ
แชร์ประสบการณ์ : เที่ยว Copenhagen
Day 7 : Thu 9 Apr Faroe - Copenhagen
1. ภาคต่อจาก faroe islands นะคะ ถ้าสนใจเที่ยว faroe islands เข้าไปอ่านได้ที่ https://pantip.com/topic/44087894 ค่ะ
2. วันนี้ออกแต่เช้าค่ะ มี flight ไป copenhagen ตอน 8 โมง และยังต้องไปคืนรถก่อนด้วยค่ะ
3. ตอนคืนรถต้องเอาไปจอดที่เดิมค่ะ parking 3 ช่องจอด 1- 30 ช่องไหนก็ได้ค่ะ
4. จากนั้นเดินไปคืนกุญแจค่ะ office ยังไม่เปิดแต่หย่อนตู้ได้ค่ะ ตู้เยอะมาก มีเป็น 10 ตู้เลย หย่อนให้ถูกตู้นะคะ
5. หลังจากหย่อนกุญแจตเสร็จเราก็เดินไป terminal ค่ะ อยู่ใกล้ๆ กัน
6. ตั้งแต่ขับรถเข้ามา จอดรถ คืนกุญแจ จนเดินไป terminal เราไม่เจอใครสักคนเลยค่ะ!!! เงียบเหงามากกกกกกก
7. ประตู terminal ยังไม่เปิดค่ะ!!! ยืนเหงาๆ ได้ไม่นาน มีครอบครัวนึงมารอเป็นเพื่อนค่ะ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องมายืนรอประตูสนามบินเปิดค่ะ
8. ตรงที่จอดรถมีตู้ให้ check in ค่ะ ระหว่างรอ terminal เปิดแฟนเราเลยเดินไป check in กะ print baggage tag ที่ตู้ค่ะ
9. แฟนเดินกลับมา พนง.เดินมาเปิดประตูพอดีค่ะ counter ด้านในยังไม่เปิดให้บริการ หลังจากติด tag เสร็จยังต้องนั่งรออีกพักนึง
10. ถ้าใครยังไม่ได้กินข้าวเช้ามา ด้านในมี cafe เปิดให้บริการค่ะ มี sanwich bekery ชา กาแฟ ขายค่ะ
11. เราซื้อ sandwich กะจะไปกินด้านในค่ะ
12. หลังจาก load กระเป๋า ซื้อ sandwich ยังต้องรอจนท.เตรียมความพร้อมของเรื่อง x-ray อีกพักนึงถึงจะเข้า gate ได้ค่ะ
13. อ้อ... ไม่มีการตรวจ visa เหมือนขามานะคะ
14. ด้านในมีร้านอาหารร้านนึงค่ะ ขายพวก sandwich เหมือนด้านนอก เราเลยซื้อ jolly กับ cokkie แล้วนั่งกินข้าวเช้าที่นี่ค่ะ
15. มี gate แค่ 3 gate นะคะ มี flight ก่อนหน้าเราหลาย flight อยู่เหมือนกันค่ะ
16. เครื่องเราจอดที่ gate 1 ค่ะ เครื่องออก 08.20 พอใกล้ๆ เวลาพนง.ก็เรียกขึ้นเครื่องตามลำดับที่นั่ง
17. แค่เดินออกประตูไปนิดนึงก็ถึงเครื่องแล้วค่ะ เป็นการเดินขึ้นเครื่องที่แท้ทรู
18. ระหว่างนั่งเครื่องเราขออธิบาย plan แบบคร่าวๆ นะคะ
19. หลังจากลงเครื่องเรานั่งรถไฟไป check in ที่รร.ค่ะ จากนั้นไปหาข้าวกินแล้วไปเที่ยว cityhall เดินเล่นนิดๆ หน่อยๆ แล้วกลับรร.ค่ะ
20. วันที่เหลือไปเที่ยวตามจุดท่องเที่ยวต่างๆ เช่น christainborg palace, national museum of denmark, Amalienborg, Round Tower… ไล่เที่ยวไปเรื่อยๆ ค่ะ
21. วันสุดท้ายไม่ได้ไปเที่ยวไหนเพราะเวลาไม่พอค่ะ ได้แค่ตื่นแต่เช้า กินข้าวเช้า จากนั้นก็นั่งรถไฟไปสนามบินค่ะ
22. ขาเข้าที่ copenhagen ก็ไม่มีการตรวจ visa ค่ะ อารมณ์เหมือน domestic เลย แต่เราคิดว่าในระบบตอน check in เขาน่าจะมีการเช็คในระบบนะคะ
23. หลังจากรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ออกมาข้างนอกเพื่อขึ้นรถไฟเข้าไปในตัวเมือง copenhagen
24. เดินตามป้ายไปได้เลยค่ะ เข้าเมืองได้หลายวิธีค่ะ bus train หรือ metro สามารถซื้อตั๋วได้ที่ตู้แดงๆ ตู้นี้ค่ะ
25. วิธีซื้อเริ่มจากเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษ เลือกสถานีปลายทาง ใส่จำนวนคน เลือกว่าจะเดินทางตอนนี้เลยหรือเลือกเวลาเดินทางที่ตู้ขึ้นมาให้จากนั้นก็จ่ายตังเป็นอันเรียบร้อยค่ะ
26. ถ้าเดินทางพร้อมกัน 2 คนแบบเราตู้จะ print ตัวให้ใบเดียวนะคะ แต่ในตั๋วจะมีเขียนไว้ว่าเป็นตั๋วสำหรับ 2 คนค่ะ
27. นอกจากตั๋วรายเที่ยวแล้วยังสามารถซื้อ citypass และ pass อื่นๆ ได้ที่ตู้นี้เช่นกันค่ะ
28. ใช้ app ในมือถือแทนตั๋วได้ด้วยค่ะ แต่แฟนเราลองลงแล้วแต่ผูกบัตรเครดิตไม่ได้เลยไม่ได้ใช้ค่ะ
29. เท่าที่อ่านใน web ดูเหมือนทางผู้ให้บริการเขากำลังจะเปลี่ยนไปใช้อีก app นึงค่ะ ยังไงก่อนไปลองเข้าไป check ข้อมูลใน web อีกรอบนะคะ
30. เราเลือกการเข้าเมืองด้วยรถไฟค่ะ ถ้าเป็นช่วงกลางวันเหมือนจะมีรถไฟวิ่งเข้าตัวเมืองทุกๆ 15 นาทีนะคะ
31. ข้อมูลรถไฟที่วิ่งผ่านสถานี copenhagen airport ค่ะ ถ้าจะเข้าตัวเมืองเราต้องลงไปขึ้นรถไฟที่ชานชลา 2
32. จากสถานี copenhagen airport ไปสถานี københavn h ซึ่งเป็น central station ในตัวเมืองใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีค่ะ
33. ถ้าใช้ ticket จาก app หรือวิธีอื่นอย่าลืมติ๊ดที่ตัวอ่านด้วยนะคะ
34. หน้าตา ticket ค่ะ เป็นระบบ ticket ร่วม ใข้ได้ทั้ง train metro bus และ urban rail ค่ะ
35. เรากลัวลงมาไม่ทันเลยเลือกเดินทางตอน 12.45 ค่ะ มีเวลาใช้บริการระบบขนส่งของเขาชม.ครึ่ง
36. เข้าใจว่าสามารถต่อรถได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางค่ะ
37. ไม่แนะนำให้ออกนอกเส้นทางเพราะในตั๋วเขาระบุ zone ไว้ด้วยค่ะ ถึงที่นี่เขาใช้ระบบเชื่อใจแต่ถ้าโดนจับได้นี่ค่าปรับหนักมากนะคะ
38. จากตารางรถไฟด้านบนจะเห็นว่ามีรถไฟวิ่งเข้า copenhagen รอบ 12.24 12.33 12.45 และ 13.00 ค่ะ
39. จากด้านบนลงมาชานชลาใช้เวลาไม่นานเหมือนที่คิด มาทันขบวน vr1065 ตอน 12.33 ด้วยค่ะ แต่เราเลือกเดินทางหลัง 12.45 เลยต้องรอขึ้นขบวน vr1066
40. ถ้าขึ้นรถก่อนเวลาที่เลือกไว้ไม่แน่ใจว่าจะโดนปรับหรือเปล่านะคะ
41. หน้าตาชานชลาและรถไฟค่ะ
42. ด้านในมี 2 ชั้นค่ะ ถ้าใครมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เวลาขึ้นลงบันไดในโบกี้อาจจะลำบากนิดนึงนะคะ
43. จากสนามบินเข้าตัวเมือง copenhagen นั่งรถไฟประมาณ 15 นาทีเท่านั้น ในโบกี้ไม่มีที่ไว้กระเป๋าเดินทาง เราเลยยืนดีกว่าค่ะ
44. ยืนแปร๊บเดียวก็ถึงตัวเมือง copenhagen ค่ะ
45. ถึงเวลาที่ต้องเปิด mode ระวังตัวสุดๆ แล้วค่ะ ได้ข่าวว่ามีคนโดนล้วงกระเป๋าบ่อยๆ
46. ตามสถานีรถไฟ สถานี metro และแหล่งท่องเที่ยวหลักๆ มักเป็นจุดหากินของนักล้วงค่ะ
47. สถานี copenhagen h ที่เราเพิ่งลงรถไฟมาก็เป็นหนึ่งในจุดหากินหลักของนักล้วงพวกนี้ค่ะ
48. ล๊อคซิปเป้ ล๊อคซิปกระเป๋าใบเล็ก คล้องโทรศัพท์กับสาย safety แล้วเอาไปคล้องกับเข็มขัดอีกที…. พรุงพรังไปหมด แต่ช่วยได้เยอะค่ะ
50. จากสถานีรถไฟเราเดินไป check in ที่รร.และฝากกระเป๋าไว้จากนั้นก็ออกไปหาอะไรกินค่ะ เน้นเร็วๆ เลยไปกิน tivoli foodhall ค่ะ
51. เหมือน food court บ้านเราค่ะ มีร้านให้เลือกเยอะแต่เป็นอาหารที่เน้นกินง่ายๆ เร็วๆ เช่น sandwich, beger, rice bowl ประมาณนี้ค่ะ
52. ร้านนี้ขาย open sandwich ที่เป็น signature ของ denmark ค่ะ น่ากินมากกกกกกก…
53. อย่างที่เห็นในรูปค่ะ open sandwich ก็คือ sandwich ที่ให้ขนมปังแค่แผ่นเดียวค่ะ แค่เอาขนมปังมาวางแล้วโป่ะไส้ลงไปแบบตู้มๆๆ เน้นๆๆ
54. ใส่ไส้ซะแทบจะไม่เห็นขนมปังด้านล่าง….
55. เราสั่งหน้า roasted beef กับ chicken salad มากินค่ะ แบ่งกับแฟนคนละครึ่ง
56. รสชาติใช้ได้อยู่นะคะ ไม่ได้ปรุงอะไรมาก เน้นรสชาติของวัตถุดิบกับ pickle ด้านล่างค่ะ
57. กินเสร็จก็เดินไป copenhagen city hall ค่ะ เปิดให้เข้าชมด้านในได้ตั้ง 09.00 - 16.00 วันเสาร์เปิดครึ่งวัน ปิดวันอาทิตย์ ไม่มีคชจ.ค่ะ
58. จาก tivoli foodhall ไป copenhagen city hall เดินไม่ไกลค่ะ ประมาณ 5-8 นาทีเอง
59. copenhagen city hall ค่ะ ใหญ่มากกกกกกก…. อายุ 100 กว่าปีเลยทีเดียว
60. ว่ากันว่ามีคนมาจัดงานแต่งงานที่นี่เป็นประจำค่ะ
61. เรารีบเข้าไปดูด้านในก่อนค่ะ มีเวลาเหลือแค่ชม.นิดๆ เองไม่รู้จะดูได้ทั่วหรือเปล่า
62. city hall มี 3 ชั้นค่ะ ตรงกลางเป็น hall กว้างๆ เขาน่าจะจัดงานแต่งกันตรงนี้นะคะ
63. ฝั่งขวาชั้น 1 เป็นประตูทางเข้าค่ะ ส่วนชั้น 2 - 3 และฝั่งซ้ายทั้งหมดจะซอยย่อยเป็นห้องๆ สำหรับทำงานค่ะ
64. นอกจากตำรวจที่เฝ้าด้านหน้า เรา และนทท.อีกคนนึงแล้วไม่เจอใครเลยค่ะ city hall โล่งมากกกกก…
65. ชั้น 2 ไม่มีอะไรค่ะ เป็น office ไม่รู้ว่าแต่ละห้องมี exhibition หรือเปล่านะคะ ไม่ได้เดินเข้าไปดู ขึ้นไปชั้น 3 เลย
66. ภาพเขียนบนผนังและเพดานของชั้น 3 จะบอกเล่าความเป็นมาและเรื่องราวในอดีตของ copenhagen ค่ะ
67. ภาพบนผนังด้านซ้ายเป็น copenhagen ที่มองมาจากท่าเรือค่ะ สื่อถึงการเป็นเมืองหลวงและท่าเรือที่สำคัญมาตั้งแต่อดีตค่ะ
68. ส่วนภาพทางด้านขวาเป็น copenhagen ที่มองมาจากอีกด้านนึงซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์
69. ส่วนบนเพดานจะมีตราประทับประจำเมืองค่ะ มี 2 ตรา
70. ตราที่เห็นในรูปนี้ใช้สำหรับเอกสารทั่วไป มีคำว่า “sigillum civitatis hafniensis” แปลตรงตัวว่าตราประจำเมือง copenhagen ค่ะ civitatis แปลว่าเมือง ส่วน haffnensis มาจากคำว่า hafnia ซึ่งเป็นชื่อเมือง copenhagen ในสมัยก่อนในภาษา latin ค่ะ