Day 1 : Fri, 3 Apr Bangkok - Copenhagen - Faroe Islands
1. สวัสดีค่ะ รอบนี้ไปเที่ยว Faroe Islands ซึ่งเป็นที่เที่ยวที่เวลาบอกใครมีแต่คนร้อง “ห๊ะ!!!” พร้อมกับทำหน้างงๆ
2. อย่าว่าแต่คนอื่นเลยค่ะ ตอนแฟนเราชวนไปเที่ยว faroe islands เราก็งงเหมือนกันค่ะ มันคือที่ไหนหว่า… ถึงขนาดต้องเปิด google ค้นดูเลยค่ะ
3. จากงงๆ ก๊งๆ หาทั้ง google ดู youtube เค๊… ไปก็ไป….
4. trip นี้เดินทางทั้งหมด 12 วันค่ะ 3 - 14 เมษา วันแรกเดินทางจากกทม.ไป copenhagen ต่อเครื่องไป faroe islands ถึง faroe islands ตอนเย็นๆ รับรถที่เช่าไว้ ขับไปรร. พัก 1 คืน จากนั้นวันรุ่งขึ้นค่อยเริ่มเที่ยวค่ะ
5. เที่ยว faroe ทั้งหมด 6 วันค่ะ เหลือเที่ยว copenhagen อีก 5 วัน วันสุดท้ายเดินทางกลับกทม.ตอนบ่ายๆ ค่ะ
6. งวดนี้เราขอเขียนแยกเป็น 2 กระทู้นะคะ faroe กระทู้นึงและ copenhagen อีกกระทู้นึง
7. Plan เที่ยว สำหรับ faroe islands ค่ะ กว่าจะตรงแก้หลายรอบมากกกกกก....
8. วันแรกเดินทางล้วนๆ ค่ะ เริ่มเที่ยววันที่ 2 ค่ะ มีไป drangarnir ดูน้ำตก mülafossa ไปดูวิวที่หมู่บ้าน bøur ขับรถดูวิวไปเรื่อยๆ จนค่ำแล้วค่อยกลับรร.
9. วันที่เหลือก็ขับรถเที่ยวตามที่เที่ยวต่างๆ เช่น suksan, Gjógy, Kvívík…. มีไปเดิน trail หลายที่ เช่น Klakkur, trælanípa….
10. วันสุดท้ายมีไปเดิน trail ที่สุดท้ายแล้วค่อยไปขับไปพักรร. cottage by the sea ใกล้ๆ สนามบินค่ะ
11. วันรุ่งขึ้นค่อยขึ้นเครื่องแต่เช้า...... ไปเที่ยว copenhagen ต่อค่ะ อาจจะเที่ยวไม่เหมือนที่ plan ไว้เด๊ะๆ นะคะ มีปรับที่เที่ยวตามสภาพอากาศตอนเที่ยวจริงค่ะ
12. เดินทางไป copenhagen ด้วยป้าม่วงค่ะ tg950 เครื่องออก 00.50
13. แน่นอนว่าเราไปถึงก่อนเครื่องออกประมาณ 5 ชม. จะได้มีเวลากินข้าว check-in เดินเล่นใน kpw นั่ง louge แบบชิวๆ ไม่ต้องรีบ
14. trip นี้จัดกระเป๋ายากนิดนึงค่ะ เพราะ flight จาก copenhagen ไป faroe เราได้น้ำหนักกระเป๋าแค่ 23 kg ค่ะ เกินกว่านั้นอาจจะต้องจ่ายเพิ่ม
15. แค่เสื้อหนาวอย่างเดียวก็กินพื้นที่ 1/4 ของกระเป๋าแล้วค่ะ
16. ตอนจัดกระเป๋านี่ปลุกปล้ำกันอยู่นานเลยค่ะ ไม่ว่าจะทำยังไงก็เกินค่ะ ได้ใบละ 23 kg กว่าๆ ไปเสี่ยงดวงเอาละกัน ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยดึงเสื้อหนาวออกมาแล้วถือขึ้นเครื่องค่ะ
17. ก่อนเดินทางอย่าลืมขอ visa สำหรับ faroe islands ด้วยนะคะ
18. Faroe islands เป็นเขตปกครองตัวเองในอารักขาของ denmark ค่ะ แต่ดันไม่อยู่ใน schengen เหมือน denmark ค่ะ ดังนั้น schengen visa ที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ค่ะ ต้องไปของ visa สำหรับ faroe islands โดยเฉพาะ
19. เราต้องขอ faroe visa ผ่านสถานฑูต denmark ซึ่งมี vfs เป็นตัวแทนในการยื่นเอกสารค่ะ
20. ตอนกรอกเอกสารและจองคิวให้เลือกจองของ denmark แต่ตอนยื่นเอกสารให้แจ้งจนท.ว่าจะไป faroe ค่ะ จนท.จะได้ note ไว้ในใบสมัครให้เรา
21. ขั้นตอนและเอกสารที่ใช้จะเหมือนตอนขอ schegen visa เลยค่ะ ประมาณ 1 อาทิตย์ก็จะได้เล่มคืนแล้วค่ะ
22. อย่าลืมแลกเงินสดเผื่อไปด้วยนะคะ trail บาง trail ใน faroe จะต้องเดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลค่ะ เจ้าของที่เขาจะขอเก็บค่าบำรุงรักษานิดๆ หน่อยๆ แลกกับการทำทางดีๆ ให้เราเดินได้ง่ายๆ ค่ะ
23. หาเงิน denmark krone ในไทยได้ยากมากค่ะ ทั้งร้านส้มและร้านเขียวบอกตรงกันว่าไม่มีเงิน dkk ให้แลกมานานแล้วค่ะ เราเลยแลก euro ไปแล้วไปแลกเป็น dkk ที่ copenhagen อีกรอบค่ะ
24. ที่ faroe มีสกุลเงิน faroe krone เป็นของตัวเองค่ะ เราสามารถใช้ dkk ที่ faroe ได้เพราะค่าเงินเท่ากันค่ะ แต่ไม่สามารถ faroe krone ที่ denmark ได้นะคะ
25. ร้านอาหาร โรงแรม supermarket และปั๊มน้ำมัน รับทั้งบัตร credit และ debit ค่ะ
26. ที่ faroe ไม่มีเก็บ surcharge เพิ่มสำหรับการใช้บัตร แต่ที่ copenhagen เราโดนร้านอาหารร้านนึงเก็บ surcharge สำหรับการใช้บัตรค่ะ
27. เรานั่งเล่นที่ louge แปร๊บนึงแล้วเดินไปที่ gate ค่ะ แต่ gate ยังไม่เปิดแหะ เลยต้องนั่งรอ
28. รอไม่นานค่ะ พอ gate เปิดก็เข้าไปนั่งรอด้านในรอเรียกขึ้นเครื่องค่ะ
29. ขึ้นเครื่องปุ๊บหลับปั๊บอีกเช่นเคย ตื่นอีกทีตอนจนท.เขาเดินมาแจกอาหารค่ะ แกะกินนิดๆ หน่อยๆ พอหายหิวจากนั้นก็หลับต่อค่ะ
30. จาก bkk ไป copenhagen ใช้เวลาเดินทาง 11 ชม.นิดๆ ค่ะ 2 ชม.ก่อนเครื่องลงจนท.จะปลุกขึ้นมากินอาหารเช้าค่ะ
31. ถึง copenhagen ประมาณ 7 โมงนิดๆ ค่ะ ป้าม่วงลงจอดที่ terminal 3 ค่ะ
32. จนท.ตม.ที่ copenhagen จะเคร่งนิดนึงนะคะ นอกจากถามว่ามาทำไมแล้วจนท.ยังขอดูตั๋วเครื่องบินขากลับ ขอดูเอกสารการจองรร. และยังถามถึง plan เที่ยวอีกด้วยค่ะ
33. แต่ก็ไม่มีอะไรนะคะ หยิบเอกสารให้จนท.ดู อธิบายว่ามาเที่ยวช่วงลาพักร้อน 12 วัน เล่าให้จนท.ฟังแบบคร่าวๆ ว่าไปไหนบ้าง จากนั้นจนท.ก็ปั๊มตราอนุญาติให้เข้า denmark ได้ค่ะ
34. จากนั้นก็มารอรับกระเป๋าค่ะ
35. กระเป๋ามาช้ามากกกกกกก…. รอนานมากกกกกกกกก…. นานๆ จะมาสัก lot นึง จากนั้นหายไปพักใหญ่ๆ แล้วค่อยมาอีก lot นึงค่ะ
36. โชคดีที่เราเผื่อเวลาไว้ 4 ชม.กว่าๆ ค่ะ flight ไป faroe เครื่องออกเที่ยง 25 ค่ะ ยังมีเวลาเหลือพอสมควร
37. รับกระเป๋าเสร็จก็เดินไป terminal 2 เพื่อ drop กระเป๋าอีกรอบค่ะ
38. เป็น self service ทั้งหมดค่ะ ต้องเดินหาเอาว่าสายการบินที่เราใช้บริการอยู่ช่องไหนค่ะ
39. กระเป๋าแฟนเราไม่มีปัญหาค่ะ 23 kg นิดๆ แต่ของเรามาชั่งที่นี่ได้ 24 kg ค่ะ เครื่องเลยไม่ยอม drop กระเป๋าให้ค่ะ ต้องเรียกจนท.มาช่วย
40. จนท.บอกว่าให้ไปติดต่อที่ counter ค่ะ แต่เราขอหยิบเสื้อหนาวออกแทน จนท.ก็โอเคค่ะ
41. น้ำหนักกระเป๋าเลยเหลือ 23 kg นิดๆ เครื่องยอมให้ drop ได้ค่ะ
42. จากนั้นก็ไปแลกตังค่ะ เราแลกไปแค่พอจ่ายค่าธรรมเนียมเดิน trail และเผื่อไว้นิดหน่อยค่ะ
43. 300 euro แลกได้ประมาณ 2,000 dkk ค่ะ
44. แลกตังเสร็จแล้วไปหาข้าวเช้ากินกันค่ะ เลือกแบบสุ่มๆ เท่าที่มีในสนามบินค่ะ
45. สั่ง choc crossiant แล้วก็เมนูอาหารเช้าแบบจัดเต็มและ burito ไก่ค่ะ
46. choc crossiant แป้งข้างนอกบางกรอบ ข้างในชุ่มช่ำ ถึง choc จะน้อยไปนิดนึงแต่ก็โอเคค่ะ
47. หน้าตา breakfast plate ของค่ะ มี smoked salmon และ avocado บดเพิ่มขึ้นมาค่ะ
48. ไข่ ไส้กรอก เบคอน พวกนี้เราเฉยๆ ค่ะ แต่เนย avocado บด และ smoked salmon ที่ให้มานี่ไม่ธรรมดาค่ะ
49. ทาเนยหรือ avocado ที่ขนมปังแล้วกินพร้อม smoked salmon เข้ากันมากเลยค่ะ
50. ส่วน warp ไก่ให้ไส้เยอะค่ะ แป้งด้านนอกอบจนกรอบ กินคู่กับ sour cream หรือ avocado บด
51. หลังจากกินมื้อแรกที่ denmark เสร็จก็เรียกเช็คบิลค่ะ เห็นบิลแล้วจะช๊อคๆ นิดหน่อยนะคะ
52. อาหารที่ denmark ราคาแรงพอสมควรค่ะ breakfast plate ที่เห็นในรูปราคา 175 dkk และ burito ราคา 155 dkk
53. ขออนุญาติไม่คูณเป็นเงินไทยนะคะ ถึงจะกินไปแล้วแต่ยังทำใจไม่ได้ทุกครั้งที่แปลงกลับเป็น th baht ค่ะ
54. น้ำเปล่ามีทั้งแบบ still และ sparkling ให้เลือกค่ะ และยังเลือกได้อีกว่าจะกินแบบบรรจุขวดแบบในรูปหรือจะกิน tap water ค่ะ ที่ denmark มี tap water แบบ sparkling ให้เลือกด้วยนะคะ
55. น้ำดื่มบรรจุดขวดถ้ากินในร้านอาหารราคาจะแรงค่ะ 35 - 45 dkk แล้วแต่ร้าน ได้ขวดเล็กมากกกก… 250 - 300 ml รินได้แก้วเดียวก็หมดแล้วค่ะ ที่สำคัญยังมีโดน charge ค่าจัดการขวดพลาสติกอีกขวดละ 1.5 dkk ค่ะ
56. น้ำเปล่าแบบบรรจุขวด lemonade coke………. พวก non-al beverage ทั้งหลายราคาจะใกล้ๆ กันค่ะ ไม่หนีกันมาก ส่วนใหญ่เลยเราสั่งแต่ coke หรือ lemonade ค่ะเพราะมาเป็นแก้วไม่โดน charge ค่าจัดการขวดค่ะ
57. สำหรับ tap water นี่แล้วแต่ดวงนะคะ บางร้านให้ฟรี บางร้าน charge เพิ่มค่ะ 20 - 30 dkk ต่อคนค่ะ เติมได้เรื่อยๆ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
58. ร้านที่ charge ตังค่า tap water ร้านนึงที่เราไปกินเขาเขียนไว้ในบิลว่าเขา charge เพราะทางร้านได้ serve tap water ที่ดีที่สุดและสะอาดที่สุดให้กับลูกค้าค่ะ - -“
59. เพิ่งเคยโดน charge ค่า tap water เป็นครั้งแรกแหะ........
60. ที่ copenhagen มี tip ด้วยนะคะ มี 2 rate 5, 10, 15% และ 10 , 15, 20% แล้วแต่ร้านค่ะ จะให้ก็ได้ไม่ให้ก็ได้ไม่บังคับ กดเลือกได้จากเครื่องรูดบัตร
61. ยังค่ะ ยังไม่พอ… ที่ denmark คิด vat 25% ค่ะ!!!!! ค่าอาหาร + tip ก็ว่าหนักหนาแล้ว เจอ vat 25% เข้าไปนี่ยิ่งทำให้ราคาต่อมื้อสูงขึ้นไปอีกค่ะ
62. กินเสร็จแล้วได้แต่เดินตัวแห้งๆ ไปที่ gate ค่ะ
63. ค่าอาหารที่ faroe ก็ไม่ต่างกับที่ copenhagen นะคะ แพงพอๆ กัน vat 25% เหมือนกัน แต่ดีที่ไม่ต้อง tip ค่ะ
64. ได้แต่ร้อง OMG!!!! ดังๆ อยู่ในใจค่ะ
65. ราคาน้ำขนาด 550 cc ใน 7-11 จะถูกกว่าในร้านอาหารนิดนึงค่ะ ประมาณ 27 - 30 dkk ส่วนใน supermarket จะถูกที่สุดค่ะ 19 - 25 dkk มีค่าจัดการขวดพลาสติกอีก 1.5 dkk เช่นกันค่ะ
66. น้ำเปล่ากับน้ำอัดลมราคาไม่ต่างกันค่ะ
67. ถึงบอกว่าอย่าคูณกลับเป็นเงินไทยจะดีกว่าค่ะเดี๋ยวจะกินไม่ลง
68. จากร้านอาหารไป gate เดินไม่ไกลมากค่ะ อาคารน่าจะเพิ่งสร้างเสร็จทุกอย่างดูใหม่มากค่ะ
แชร์ประสบการณ์ : เที่ยว Faroe Islands
Day 1 : Fri, 3 Apr Bangkok - Copenhagen - Faroe Islands
1. สวัสดีค่ะ รอบนี้ไปเที่ยว Faroe Islands ซึ่งเป็นที่เที่ยวที่เวลาบอกใครมีแต่คนร้อง “ห๊ะ!!!” พร้อมกับทำหน้างงๆ
2. อย่าว่าแต่คนอื่นเลยค่ะ ตอนแฟนเราชวนไปเที่ยว faroe islands เราก็งงเหมือนกันค่ะ มันคือที่ไหนหว่า… ถึงขนาดต้องเปิด google ค้นดูเลยค่ะ
3. จากงงๆ ก๊งๆ หาทั้ง google ดู youtube เค๊… ไปก็ไป….
4. trip นี้เดินทางทั้งหมด 12 วันค่ะ 3 - 14 เมษา วันแรกเดินทางจากกทม.ไป copenhagen ต่อเครื่องไป faroe islands ถึง faroe islands ตอนเย็นๆ รับรถที่เช่าไว้ ขับไปรร. พัก 1 คืน จากนั้นวันรุ่งขึ้นค่อยเริ่มเที่ยวค่ะ
5. เที่ยว faroe ทั้งหมด 6 วันค่ะ เหลือเที่ยว copenhagen อีก 5 วัน วันสุดท้ายเดินทางกลับกทม.ตอนบ่ายๆ ค่ะ
6. งวดนี้เราขอเขียนแยกเป็น 2 กระทู้นะคะ faroe กระทู้นึงและ copenhagen อีกกระทู้นึง
7. Plan เที่ยว สำหรับ faroe islands ค่ะ กว่าจะตรงแก้หลายรอบมากกกกกก....
8. วันแรกเดินทางล้วนๆ ค่ะ เริ่มเที่ยววันที่ 2 ค่ะ มีไป drangarnir ดูน้ำตก mülafossa ไปดูวิวที่หมู่บ้าน bøur ขับรถดูวิวไปเรื่อยๆ จนค่ำแล้วค่อยกลับรร.
9. วันที่เหลือก็ขับรถเที่ยวตามที่เที่ยวต่างๆ เช่น suksan, Gjógy, Kvívík…. มีไปเดิน trail หลายที่ เช่น Klakkur, trælanípa….
10. วันสุดท้ายมีไปเดิน trail ที่สุดท้ายแล้วค่อยไปขับไปพักรร. cottage by the sea ใกล้ๆ สนามบินค่ะ
11. วันรุ่งขึ้นค่อยขึ้นเครื่องแต่เช้า...... ไปเที่ยว copenhagen ต่อค่ะ อาจจะเที่ยวไม่เหมือนที่ plan ไว้เด๊ะๆ นะคะ มีปรับที่เที่ยวตามสภาพอากาศตอนเที่ยวจริงค่ะ
12. เดินทางไป copenhagen ด้วยป้าม่วงค่ะ tg950 เครื่องออก 00.50
13. แน่นอนว่าเราไปถึงก่อนเครื่องออกประมาณ 5 ชม. จะได้มีเวลากินข้าว check-in เดินเล่นใน kpw นั่ง louge แบบชิวๆ ไม่ต้องรีบ
14. trip นี้จัดกระเป๋ายากนิดนึงค่ะ เพราะ flight จาก copenhagen ไป faroe เราได้น้ำหนักกระเป๋าแค่ 23 kg ค่ะ เกินกว่านั้นอาจจะต้องจ่ายเพิ่ม
15. แค่เสื้อหนาวอย่างเดียวก็กินพื้นที่ 1/4 ของกระเป๋าแล้วค่ะ
16. ตอนจัดกระเป๋านี่ปลุกปล้ำกันอยู่นานเลยค่ะ ไม่ว่าจะทำยังไงก็เกินค่ะ ได้ใบละ 23 kg กว่าๆ ไปเสี่ยงดวงเอาละกัน ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยดึงเสื้อหนาวออกมาแล้วถือขึ้นเครื่องค่ะ
17. ก่อนเดินทางอย่าลืมขอ visa สำหรับ faroe islands ด้วยนะคะ
18. Faroe islands เป็นเขตปกครองตัวเองในอารักขาของ denmark ค่ะ แต่ดันไม่อยู่ใน schengen เหมือน denmark ค่ะ ดังนั้น schengen visa ที่มีอยู่ใช้ไม่ได้ค่ะ ต้องไปของ visa สำหรับ faroe islands โดยเฉพาะ
19. เราต้องขอ faroe visa ผ่านสถานฑูต denmark ซึ่งมี vfs เป็นตัวแทนในการยื่นเอกสารค่ะ
20. ตอนกรอกเอกสารและจองคิวให้เลือกจองของ denmark แต่ตอนยื่นเอกสารให้แจ้งจนท.ว่าจะไป faroe ค่ะ จนท.จะได้ note ไว้ในใบสมัครให้เรา
21. ขั้นตอนและเอกสารที่ใช้จะเหมือนตอนขอ schegen visa เลยค่ะ ประมาณ 1 อาทิตย์ก็จะได้เล่มคืนแล้วค่ะ
22. อย่าลืมแลกเงินสดเผื่อไปด้วยนะคะ trail บาง trail ใน faroe จะต้องเดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนบุคคลค่ะ เจ้าของที่เขาจะขอเก็บค่าบำรุงรักษานิดๆ หน่อยๆ แลกกับการทำทางดีๆ ให้เราเดินได้ง่ายๆ ค่ะ
23. หาเงิน denmark krone ในไทยได้ยากมากค่ะ ทั้งร้านส้มและร้านเขียวบอกตรงกันว่าไม่มีเงิน dkk ให้แลกมานานแล้วค่ะ เราเลยแลก euro ไปแล้วไปแลกเป็น dkk ที่ copenhagen อีกรอบค่ะ
24. ที่ faroe มีสกุลเงิน faroe krone เป็นของตัวเองค่ะ เราสามารถใช้ dkk ที่ faroe ได้เพราะค่าเงินเท่ากันค่ะ แต่ไม่สามารถ faroe krone ที่ denmark ได้นะคะ
25. ร้านอาหาร โรงแรม supermarket และปั๊มน้ำมัน รับทั้งบัตร credit และ debit ค่ะ
26. ที่ faroe ไม่มีเก็บ surcharge เพิ่มสำหรับการใช้บัตร แต่ที่ copenhagen เราโดนร้านอาหารร้านนึงเก็บ surcharge สำหรับการใช้บัตรค่ะ
27. เรานั่งเล่นที่ louge แปร๊บนึงแล้วเดินไปที่ gate ค่ะ แต่ gate ยังไม่เปิดแหะ เลยต้องนั่งรอ
28. รอไม่นานค่ะ พอ gate เปิดก็เข้าไปนั่งรอด้านในรอเรียกขึ้นเครื่องค่ะ
29. ขึ้นเครื่องปุ๊บหลับปั๊บอีกเช่นเคย ตื่นอีกทีตอนจนท.เขาเดินมาแจกอาหารค่ะ แกะกินนิดๆ หน่อยๆ พอหายหิวจากนั้นก็หลับต่อค่ะ
30. จาก bkk ไป copenhagen ใช้เวลาเดินทาง 11 ชม.นิดๆ ค่ะ 2 ชม.ก่อนเครื่องลงจนท.จะปลุกขึ้นมากินอาหารเช้าค่ะ
31. ถึง copenhagen ประมาณ 7 โมงนิดๆ ค่ะ ป้าม่วงลงจอดที่ terminal 3 ค่ะ
32. จนท.ตม.ที่ copenhagen จะเคร่งนิดนึงนะคะ นอกจากถามว่ามาทำไมแล้วจนท.ยังขอดูตั๋วเครื่องบินขากลับ ขอดูเอกสารการจองรร. และยังถามถึง plan เที่ยวอีกด้วยค่ะ
33. แต่ก็ไม่มีอะไรนะคะ หยิบเอกสารให้จนท.ดู อธิบายว่ามาเที่ยวช่วงลาพักร้อน 12 วัน เล่าให้จนท.ฟังแบบคร่าวๆ ว่าไปไหนบ้าง จากนั้นจนท.ก็ปั๊มตราอนุญาติให้เข้า denmark ได้ค่ะ
34. จากนั้นก็มารอรับกระเป๋าค่ะ
35. กระเป๋ามาช้ามากกกกกกก…. รอนานมากกกกกกกกก…. นานๆ จะมาสัก lot นึง จากนั้นหายไปพักใหญ่ๆ แล้วค่อยมาอีก lot นึงค่ะ
36. โชคดีที่เราเผื่อเวลาไว้ 4 ชม.กว่าๆ ค่ะ flight ไป faroe เครื่องออกเที่ยง 25 ค่ะ ยังมีเวลาเหลือพอสมควร
37. รับกระเป๋าเสร็จก็เดินไป terminal 2 เพื่อ drop กระเป๋าอีกรอบค่ะ
38. เป็น self service ทั้งหมดค่ะ ต้องเดินหาเอาว่าสายการบินที่เราใช้บริการอยู่ช่องไหนค่ะ
39. กระเป๋าแฟนเราไม่มีปัญหาค่ะ 23 kg นิดๆ แต่ของเรามาชั่งที่นี่ได้ 24 kg ค่ะ เครื่องเลยไม่ยอม drop กระเป๋าให้ค่ะ ต้องเรียกจนท.มาช่วย
40. จนท.บอกว่าให้ไปติดต่อที่ counter ค่ะ แต่เราขอหยิบเสื้อหนาวออกแทน จนท.ก็โอเคค่ะ
41. น้ำหนักกระเป๋าเลยเหลือ 23 kg นิดๆ เครื่องยอมให้ drop ได้ค่ะ
42. จากนั้นก็ไปแลกตังค่ะ เราแลกไปแค่พอจ่ายค่าธรรมเนียมเดิน trail และเผื่อไว้นิดหน่อยค่ะ
43. 300 euro แลกได้ประมาณ 2,000 dkk ค่ะ
44. แลกตังเสร็จแล้วไปหาข้าวเช้ากินกันค่ะ เลือกแบบสุ่มๆ เท่าที่มีในสนามบินค่ะ
45. สั่ง choc crossiant แล้วก็เมนูอาหารเช้าแบบจัดเต็มและ burito ไก่ค่ะ
46. choc crossiant แป้งข้างนอกบางกรอบ ข้างในชุ่มช่ำ ถึง choc จะน้อยไปนิดนึงแต่ก็โอเคค่ะ
47. หน้าตา breakfast plate ของค่ะ มี smoked salmon และ avocado บดเพิ่มขึ้นมาค่ะ
48. ไข่ ไส้กรอก เบคอน พวกนี้เราเฉยๆ ค่ะ แต่เนย avocado บด และ smoked salmon ที่ให้มานี่ไม่ธรรมดาค่ะ
49. ทาเนยหรือ avocado ที่ขนมปังแล้วกินพร้อม smoked salmon เข้ากันมากเลยค่ะ
50. ส่วน warp ไก่ให้ไส้เยอะค่ะ แป้งด้านนอกอบจนกรอบ กินคู่กับ sour cream หรือ avocado บด
51. หลังจากกินมื้อแรกที่ denmark เสร็จก็เรียกเช็คบิลค่ะ เห็นบิลแล้วจะช๊อคๆ นิดหน่อยนะคะ
52. อาหารที่ denmark ราคาแรงพอสมควรค่ะ breakfast plate ที่เห็นในรูปราคา 175 dkk และ burito ราคา 155 dkk
53. ขออนุญาติไม่คูณเป็นเงินไทยนะคะ ถึงจะกินไปแล้วแต่ยังทำใจไม่ได้ทุกครั้งที่แปลงกลับเป็น th baht ค่ะ
54. น้ำเปล่ามีทั้งแบบ still และ sparkling ให้เลือกค่ะ และยังเลือกได้อีกว่าจะกินแบบบรรจุขวดแบบในรูปหรือจะกิน tap water ค่ะ ที่ denmark มี tap water แบบ sparkling ให้เลือกด้วยนะคะ
55. น้ำดื่มบรรจุดขวดถ้ากินในร้านอาหารราคาจะแรงค่ะ 35 - 45 dkk แล้วแต่ร้าน ได้ขวดเล็กมากกกก… 250 - 300 ml รินได้แก้วเดียวก็หมดแล้วค่ะ ที่สำคัญยังมีโดน charge ค่าจัดการขวดพลาสติกอีกขวดละ 1.5 dkk ค่ะ
56. น้ำเปล่าแบบบรรจุขวด lemonade coke………. พวก non-al beverage ทั้งหลายราคาจะใกล้ๆ กันค่ะ ไม่หนีกันมาก ส่วนใหญ่เลยเราสั่งแต่ coke หรือ lemonade ค่ะเพราะมาเป็นแก้วไม่โดน charge ค่าจัดการขวดค่ะ
57. สำหรับ tap water นี่แล้วแต่ดวงนะคะ บางร้านให้ฟรี บางร้าน charge เพิ่มค่ะ 20 - 30 dkk ต่อคนค่ะ เติมได้เรื่อยๆ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
58. ร้านที่ charge ตังค่า tap water ร้านนึงที่เราไปกินเขาเขียนไว้ในบิลว่าเขา charge เพราะทางร้านได้ serve tap water ที่ดีที่สุดและสะอาดที่สุดให้กับลูกค้าค่ะ - -“
59. เพิ่งเคยโดน charge ค่า tap water เป็นครั้งแรกแหะ........
60. ที่ copenhagen มี tip ด้วยนะคะ มี 2 rate 5, 10, 15% และ 10 , 15, 20% แล้วแต่ร้านค่ะ จะให้ก็ได้ไม่ให้ก็ได้ไม่บังคับ กดเลือกได้จากเครื่องรูดบัตร
61. ยังค่ะ ยังไม่พอ… ที่ denmark คิด vat 25% ค่ะ!!!!! ค่าอาหาร + tip ก็ว่าหนักหนาแล้ว เจอ vat 25% เข้าไปนี่ยิ่งทำให้ราคาต่อมื้อสูงขึ้นไปอีกค่ะ
62. กินเสร็จแล้วได้แต่เดินตัวแห้งๆ ไปที่ gate ค่ะ
63. ค่าอาหารที่ faroe ก็ไม่ต่างกับที่ copenhagen นะคะ แพงพอๆ กัน vat 25% เหมือนกัน แต่ดีที่ไม่ต้อง tip ค่ะ
64. ได้แต่ร้อง OMG!!!! ดังๆ อยู่ในใจค่ะ
65. ราคาน้ำขนาด 550 cc ใน 7-11 จะถูกกว่าในร้านอาหารนิดนึงค่ะ ประมาณ 27 - 30 dkk ส่วนใน supermarket จะถูกที่สุดค่ะ 19 - 25 dkk มีค่าจัดการขวดพลาสติกอีก 1.5 dkk เช่นกันค่ะ
66. น้ำเปล่ากับน้ำอัดลมราคาไม่ต่างกันค่ะ
67. ถึงบอกว่าอย่าคูณกลับเป็นเงินไทยจะดีกว่าค่ะเดี๋ยวจะกินไม่ลง
68. จากร้านอาหารไป gate เดินไม่ไกลมากค่ะ อาคารน่าจะเพิ่งสร้างเสร็จทุกอย่างดูใหม่มากค่ะ