JJNY : สมชัย วิเคราะห์ผลเลือกตั้งส.ก.│ศิริกัญญา อัดรบ.จัดงบ 70│เงินบาท 29 มิ.ย. อ่อนค่า 33.33 บ.│แผ่นดินไหว มณฑลเสฉวน

สมชัย วิเคราะห์ผลเลือกตั้งส.ก. คนมองตัวบุคคลใหญ่กว่าพรรค ชี้ชัด การเมืองบ้านใหญ่ในเมืองหลวงยังอยู่
https://www.matichon.co.th/politics/bkk-election69/news_5783500
.

.
สมชัย วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง ส.ก. 50 เขต ยังเกินคาดหมาย คนกรุงมองตัวบุคคลใหญ่กว่าพรรค สะท้อนชัด การเมืองบ้านใหญ่ในเมืองหลวงยังอยู่
.
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) รวมทั้งโพลต่างๆ ที่คาดหมายผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. จำนวนเก้าอี้ ส.ก. โดยระบุทางเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร ไว้ความว่า
.
ผล ส.ก.ที่เกินกว่าใครคาดหมาย ยกเว้นโพล ไม่มีใครคาดว่าในบรรดาผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองพรรคประชาชนจะได้ ส.ก. 22 ที่ ประชาธิปัตย์จะได้ 8 ที่ เพื่อไทยจะเหลือ 4 ที่
.
คำอธิบาย คือการเลือก ส.ก.ของคน กทม.ไม่ใช่การตัดสินใจในระบบพรรคล้วนๆ แต่มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ
.
4 ที่ของเพื่อไทย อยู่ที่ทุ่งครุ จอมทอง มีนบุรี สายไหม น่าจะเรียกได้ว่าเป็นปัจจัยบุคคลล้วนๆ คือ ส.ก.ไอซ์ ทุ่งครุ ทำลงเดินตลาดทุกวันและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ส.ก.เฮียล้าน สุทธิชัย วีรกุลสุนทรแห่งเขตจอมทองที่เป็นต่อเนื่องมาไม่รู้กี่สมัย วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ที่นามสกุลผูกขาดพื้นที่มีนบุรี เป็นต้น
.
ประชาธิปัตย์ 8 ที่ ถ้าไม่มี พินิจ กาญจนชูศักดิ์ ที่ครองใจคนจีนย่านเยาวราช ก็ไม่ได้สัมพันธวงศ์ ไม่มี ส.ก.เก่า นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ก็ไม่ชนะป้อมปราบ ส่วนที่เหลือก็ล้วนเป็นคนทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
.
ประชาชน 22 ที่ ส่วนหนึ่งมาจากการกวาดพื้นที่ชั้นใน เช่น ราชเทวี พญาไท ดุสิต ดินแดง ห้วยขวาง วัฒนา ซึ่งถือว่ากระแสพรรคยังสำคัญกว่าตัวบุคคล แต่รอบนอกที่ได้ เช่น หยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ จากหนองจอก ถือว่ามาจากตัวบุคคลและครอบครัว ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ ที่เหลือในชั้นกลางและรอบนอกมาจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในฐานะ ส.ก.เก่าอย่างต่อเนื่อง
.
ส่วนอิสระที่เข้ามาได้ไม่น้อย คือ ส.ก.เก่าที่ถอดเสื้อพรรค ไม่ว่าจะเป็น นวรัตน์ อยู่บำรุง เปลี่ยนเสื้อแดงมาใส่เสื้อขาว ตระกูลม่วงศิริ ที่ชนะในบางบอน บางขุนเทียน ก็อยู่มาหลายพรรค คันนายาว ผู้ชนะอิสระ นามสกุล วิภัติภูมิประเทศ ก็บ่งบอกว่าอยู่พรรคใด
.
การเลือก ส.ก.จึงยังสะท้อนความสำเร็จของการเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวงของประเทศว่ายังคงอยู่ต่อไป
.
ส่วนโพลที่หาญทายผล ส.ว. ออกตอน 17.00 น. มีโพลเดียวคือโพลพระปกเกล้า ถือว่านายแม่นมาก แต่ทายผลผู้ว่าฯคนละเรื่องนะครับ นิด้ากินขาด
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid02kWywQPNs7bikiUmJctFM8uVdsyaHb13YtVCGKDKzzF8bHYHYw7V467MF5P3efTa
.

.
ศิริกัญญา อัดรบ.จัดงบ70 ไม่เห็นทางแก้ปัญหาศก.ฝีแตก ชี้หั่นงบลงทุนแต่ทำถนนยังนำโด่ง ไร้โครงการใหม่แค่ใส่‘พลัส’ต่อท้าย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5783535
.
“ศิริกัญญา” อัดรัฐบาลจัดงบ 70 ยังไม่เห็นทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝีแตก – ไม่สอดคล้องใช้จ่ายจริง ชี้ หั่นงบลงทุนแต่ทำถนนยังนำโด่ง พร้อมแฉตั้งงบหลอกตาสภาว่าใช้น้อย แต่สุดท้ายไม่พอต้องควักเงินเก๊ะสมบัติเจ้าคุณปู่มาใช้ เหน็บ ไร้โครงการใหม่ แค่ใส่ “พลัส” ต่อท้าย ขณะ โครงการไหนเกี่ยวข้อง AI เหมือนรหัสเอทีเอ็มได้รับงบมากเป็นพิเศษ แนะ ”นายกฯ – รมว.คลัง“ มุ่งมั่นแก้แผลเรื้อรังประเทศ
.
เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 29 มิถุนายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ว่า การตั้งงบประมาณครั้งนี้เพิ่มขึ้นเพียง 7,400 ล้านบาท ขณะที่ในส่วนของรายได้ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 79,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่เพิ่ม ทั้งที่งบเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่รัฐบาลยังกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในระดับที่สูงอยู่มาก รัฐบาลอาจจะบอกว่ามีวิกฤตพลังงานที่ซ่อนอยู่ แต่รัฐบาลเพิ่งเซ็นเช็คเปล่าที่ได้กู้เงินให้กับตัวเองไปแล้ว 4 แสนล้านบาท ดังนั้น การเอาวิกฤตมาอ้างการขาดดุลสูงขนาดนี้อาจไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้งบประมาณเกิน 3% ต่อจีดีพีกลายเป็นความปกติใหม่ และสะท้อนว่าเรากำลังอยู่ในปัญหาที่เรื้อรังที่ค่าใช้จ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น แต่ว่ารายได้ของรัฐบาลขยับตามไม่ทัน สะท้อนออกมาเป็นการจัดสรรงบประมาณของปีนี้ ว่ารายจ่ายลงทุนโดนหั่นลงไป 70,000 ล้านบาท แต่รายจ่ายประจำกลับเพิ่มขึ้นสวนทางหลายแสนล้านบาท โดยรายจ่ายประจำที่ปรับไม่ได้ จนไม่สามารถใช้กลเม็ดทางงบประมาณที่จะปกปิดอำพรางได้อีกต่อไป
.
รัฐบาลที่ผ่านๆมา จะใช้วิธีหลอกตาสภาว่ารายจ่ายประจำยังน้อยอยู่ โดยใส่ตัวเลขให้น้อยเข้าไว้ และใช้วิธีหมุนเงินเอา แต่นานวันยิ่งปกปิดอำพรางเรื่องนี้ต่อไปไม่ไหว จึงจำเป็นต้องใส่เข้ามาให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากขึ้น“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า งบประมาณปี 2570 แม้จะเพิ่มไม่มาก แต่มีข้อกังขาว่าทำไมเกือบครึ่งหนึ่งของหน่วยงานต่างๆกลับได้รับงบประมาณลดลงถ้วนหน้า ถ้าดูระดับกรมจะพบว่า 70% ของหน่วยรับงบประมาณได้รับงบลดลงจากปี 2569 ทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุน ยิ่งหน่วยไหนที่มีงบลงทุนมากจะยิ่งถูกตัดมากตามไปด้วย เพราะหน่วยรับงบประมาณที่ได้เพิ่มเยอะจริงๆมีไม่มาก ซึ่งส่วนที่เพิ่มมากที่สุดคืองบกลาง โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายบุคลากรไม่ว่าจะเป็นงบบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือเงินสมทบ กบข. ที่พบว่าเฉพาะกระทรวงการคลังกระทรวงเดียว ได้รับเพิ่มถึง 40,000 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่นำไปใช้พัฒนาโครงการอะไรใหม่ๆ แต่เป็นรายจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งไม่ได้มีการจ่ายอะไรเพิ่มเติมมากขนาดนั้น เพียงแต่ใส่ตัวเลขให้สะท้อนกับความเป็นจริงเท่านั้นเอง
.
สะท้อนว่าวันนี้แพ้เรื้อรังของงบประมาณไทยเอาอะไรมาปกปิดไว้ก็ไม่อยู่แล้ว ฝีที่ถูกบ่มมาหลายปีมันแตกแล้วในปีงบประมาณ 2570 เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ยังเข้ามาได้ไม่นาน แต่ในคำแถลงของรัฐบาลไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ หรือยืดอกยอมรับว่าจะต้องมีการปรับปรุงปฏิรูปการคลัง ยังคงกอดคำพูดสวยหรูว่าเรารักษาวินัยการเงินการคลังไว้แล้ว ยังคงภูมิใจที่บริษัทจัดอันดับเรตติ้งเพิ่ม แต่ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรมไม่ได้มีการหยิบมาพูดถึงหรือจัดการอย่างจริงจัง ถ้ายังคงทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่หนองที่จะไหลออกมา แต่เลือดจะไหลออกไม่หยุดเช่นกัน เพราะปัญหาที่ซ่อนอยู่คือเราจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เราไม่กู้เท่าที่จะจ่ายไหว เราไม่จัดการกับรายจ่ายประจำที่ลดยากลดเย็น ในอนาคตเหตุการณ์แบบนี้จะวนเป็นลูปนรก งบประมาณประเทศจะขาดดุลในระดับสูงแบบนี้แบบที่กดไม่ลง แต่การพัฒนาประเทศด้วยการทำอะไรใหม่ๆเพื่อนำประเทศพาไปข้างหน้าจะไม่เกิดขึ้น เพราะไม่เหลืองบประมาณอีกต่อไป ความหวังที่จะลดหนี้สาธารณะ ลดการขาดดุล จะยิ่งเป็นไปไม่ได้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า สำหรับรายละเอียดของงบประมาณปี 2570 ที่จัดออกมาเพื่อรับกับสถานการณ์ฝีแตก ในส่วนของรายจ่ายลงทุนลดลง 73,736 ล้านบาท แต่สิ่งที่ไม่คิดว่าจะนับเป็นรายจ่ายลงทุนกลับถูกนำมานับ เช่น ในงบกลางเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็นที่ปีนี้มีการอนุมัติ 100,000 ล้านบาท พบว่า 60,000 ล้านบาท ถูกนับว่าเป็นรายจ่ายลงทุน แต่ที่ยังไม่เข้าใจจนถึงตอนนี้ คืองบรายจ่ายประเภทรายจ่ายฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจที่ปีนี้ตั้งมา 12,000 ล้านบาท เป็นงบรายจ่ายลงทุนถึง 80% ซึ่งปกติที่ตนเห็นเป็นการแจกเงิน จึงไม่มีทางนับเป็นรายจ่ายลงทุนได้ แต่ยังมีข่าวดีที่งบประมาณที่ใช้กับการวิจัย และพัฒนา 100% นับเป็นรายจ่ายลงทุน แต่ข่าวร้ายคืองบวิจัยสำหรับปีนี้ถูกลดลงไปถึง 6,000 ล้านบาท จาก 19,000 ล้านบาท เหลือเพียง 13,000 ล้านบาท
.
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2569 มีการอภิปรายกันมากในส่วนของงบก่อสร้างที่เยอะเกินไป ปีนี้ต้องขอบคุณที่มีการตัดลดงบประมาณการสร้างตึกลงไปครึ่งหนึ่งซึ่งถือว่าโหดมาก แต่ส่วนที่ยังเป็นรายจ่ายสูงสุดสำหรับรายจ่ายลงทุนยังเป็นการลงทุนในถนนกันต่อไป
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า แม้ปีนี้รายจ่ายประจำจะพุ่งขึ้นสูงมาก แต่ยังไม่เพียงพอต่อการครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงในปีนี้ ทั้งในส่วนของเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล งบชำระดอกเบี้ย และเงินสมทบ กบข. ทำให้ทั้งหมดยังขาดอีกกว่า 85,000 ล้านบาท
.
พอเราต้องจัดงบให้ใกล้เคียงกับที่จ่ายจริง มีรายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากเกือบแสนล้านบาท ซึ่งงบประมาณมีข้อจำกัดหมดแล้ว จนไม่สามารถขยายไปรองรับค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้อีกแล้ว ได้แต่ภาวนาว่าในปี 2570 รัฐบาลจะหมุนเงินได้ทันและเพียงพอ เพื่อนำมาจ่ายในส่วนของงบประมาณที่ตั้งไว้แต่ขาดอยู่ เพราะต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา หมุนเงินไม่ทันต้องไปควักเงินคงคลังมาใช้ เหมือนเป็นกระเป๋าสำรองเป็นเก๊ะสมบัติเจ้าคุณปู่ ที่เมื่อไหร่ที่ควักออกมาใช้ปีต่อๆไปก็ต้องจ่ายคืน“ น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
.
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตกลงแล้วประเทศนี้ใช้งบประมาณแต่ละปีเท่าไหร่กันแน่ เพราะที่ขอสภาไปมันไม่ถึง แต่พอใช้จ่ายไม่พอก็ไปขอเงินคงคลัง ทำให้วนลูปอยู่แบบนี้ที่ปีต่อๆไปต้องไปตั้งงบประมาณเพื่อชดใช้เงินคงคลัง กินงบประมาณที่เราจะสามารถใช้ได้ในอนาคต เท่ากับว่าจะต้องขาดดุลเท่าไหร่ก็ยังไม่พอ พองบประมาณติดข้อจำกัดแบบนี้ ทำให้เราไม่ค่อยเห็นโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นในเอกสารงบประมาณปี 2570 อาจจะเห็นเรื่องของการเปลี่ยนชื่อโครงการ แต่ยังเป็นโครงการเดิม และที่ตลกคือการที่รองนายกฯ และรมว.คลัง อ่านชื่อโครงการต่างๆออกมามากมาย ที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่พอดูในเอกสารงบประมาณปรากฏว่าไม่มีโครงการที่มีชื่อต่อท้ายว่า “พลัส” แต่อย่างใด
.
นอกจากนี้ ในส่วนของยุทธศาสตร์มีลักษณะคล้ายของเดิมมาก โดยมีการปรับแก้น้อยมาก และเมื่อดูนโยบายหาเสียงที่ระบุไว้ในนโยบายรัฐบาล เช่น อาสาพยาบาล หนึ่งอำเภอหนึ่งศูนย์บำบัดยาเสพติด ที่ไม่สร้างแล้วแต่คิดโปรแกรมบำบัดใหม่ พลทหารอาสา ที่โฆษณาเอาไว้ว่าจะรับ 100,000 นาย แต่ในเล่มงบประมาณทำจริงแค่ 25,000 นาย แม้จะเป็นนโยบายที่หาเสียง แต่ยังไม่สามารถทำได้ แล้วท่านไปเพิ่มงบประมาณอะไรเข้ามา พี่เห็นได้ชัดอีกอย่างคือคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นรหัสเอทีเอ็มใหม่ของปี 2570 ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับ AI จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งปีนี้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท จำนวน 176 โครงการ แต่ยังหายุทธศาสตร์เกี่ยวกับ AI ในโครงการปีนี้ไม่เจอ
.
ในส่วนของรายจ่าย เราพบปัญหาเต็มไปหมด งบประมาณรายจ่ายพุ่ง สะท้อนแผลเรื้อรังของรัฐบาลที่ผ่านมา โดยที่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่มีแนวทางแก้ไข สุดท้ายงบประมาณที่จะเหลือไปพัฒนาประเทศจะน้อยลงเรื่อยๆ เพื่อต้องการให้ปัญหาเรื้อรังนี้หมดไปเราต้องการผู้นำทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ และรมว.คลัง ที่มุ่งมั่นจริงจังอยากแก้ปัญหาจริงๆ และพูดปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำประเทศออกจากวิกฤตแผลเรื้อรังที่เป็นฝีแตกของประเทศอย่างทุกวันนี้ แต่ในปีงบประมาณ 2570 ยังไม่เห็นว่าจะนำพาประเทศออกจากจุดนั้นได้อย่างไร” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่