นี่คือยาน Deepsea Challenger ที่พา "เจมส์ คาเมรอน" สร้างตำนานเป็นคนแรก
ที่ดิ่งลงสู่จุดลึกสุดของมหาสมุทรเพียงลำพัง! ณ ความลึก 10,908 เมตร ที่มีแรงบีบอัดถึง 1.25 ตันต่อตารางเซนติเมตร!...
.
เมื่อพูดถึงชื่อ เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) หลายคนคงนึกถึงบทบาทผู้กำกับภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์
แต่นอกจากโลกภาพยนตร์แล้ว เขายังมีความหลงใหลในโลกใต้ทะเลอย่างลึกซึ้ง
ความหลงใหลนี้ได้นำพาเขาไปสร้างสรรค์ผลงานระดับตำนานอย่าง The Abyss, Titanic
และซีรีส์ภาพยนตร์ Avatar (สังเกตได้ว่ามักจะมีความผูกพันกับผืนน้ำอยู่เสมอ)
.
แต่ความฝันของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การจำลองจินตนาการบนจอเงินเท่านั้น ในวันที่ 26 มีนาคม ปี ค.ศ. 2012
คาเมรอนได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทุ่มทุนสร้างเป็นการส่วนตัว
พัฒนาและขับยานดำน้ำดีไซน์ล้ำยุคสีเขียวชื่อว่า ดีพซีแชลเลนเจอร์ (Deepsea Challenger) ลงไปสำรวจพื้นที่ที่ลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
.
เขาพายานดำดิ่งลงไปถึงระดับความลึก 10,908 เมตร สู่ก้นร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา (Mariana Trench)
ณ จุดที่เรียกว่า แชลเลนเจอร์ดีป (Challenger Deep) ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุดในมหาสมุทร
(ลึกเสียจนถ้าเอาภูเขาเอเวอเรสต์ไปวาง ยอดเขายังจมอยู่ใต้น้ำเป็นกิโลเมตรเลย)
.
แม้คาเมรอนจะไม่ใช่มนุษย์คนแรกที่เดินทางไปเยือนจุดที่ลึกที่สุดในโลก
เพราะก่อนหน้านั้นในเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 1960 ยานตรีเอสเต (Trieste)
ได้พานักสำรวจสองคนคือ ดอน วอลช์ (Don Walsh) และ ฌัก พิกการ์ด (Jacques Piccard)
ลงไปเบิกทางไว้ก่อนแล้ว (คาเมรอนจึงนับเป็นมนุษย์คนที่ 3 ของโลกที่ได้ลงไปเยือน)
.
แต่สิ่งที่ทำให้ภารกิจนี้ยิ่งใหญ่คือ เขาเป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ขับยานดำน้ำลงไปถึงจุดนั้น "เพียงคนเดียว" !
.
การเดินทางครั้งนี้เหมือนเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการสำรวจทะเลลึกอย่างแท้จริง
เพราะหลังจากความสำเร็จของเขา ก็เริ่มมีนักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจเดินทางลงไปสำรวจจุดนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ
.
การเดินทางลงไปในความลึกระดับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยาน ดีพซีแชลเลนเจอร์
จึงถูกออกแบบมาให้แตกต่างจากยานดำน้ำในแบบทั่วไปที่เราคุ้นเคย แทนที่จะสร้างเป็นลำอ้วนๆ แบนๆ
ยานลำนี้กลับถูกออกแบบให้เป็น ทรงตอร์ปิโดแนวดิ่ง และใช้วิธีหมุนควงสว่านแหวกน้ำลงไป
.
การออกแบบตามหลักฟิสิกส์นี้จะช่วยลดแรงเสียดทานได้เป็นอย่างดี
ทำให้ยานสามารถพุ่งทะยานลงสู่ก้นทะเลได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง และใช้เวลาลอยตัวกลับขึ้นมาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น
.
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวยานยังไม่ได้ใช้โลหะหนักสร้างทั้งลำแบบเทคโนโลยีในอดีตแล้ว
เพราะโครงสร้างแกนหลักจะทำจาก โฟมซินแทคติก (Syntactic foam) ชนิดพิเศษที่ทีมงานคิดค้นขึ้นมาใหม่เลย
ในชื่อ ไอโซโฟลต (IsoFloat) ซึ่งมีน้ำหนักเบา ทนทานต่อแรงบีบอัดมหาศาลใต้มหาสมุทรได้ดีเยี่ยม
และทำหน้าที่เป็นทุ่นช่วยพยุงให้ยานลอยตัวได้อีกด้วย
.
ในขณะที่ยานพุ่งลงใต้น้ำไป ตัวคาเมรอนต้องนั่งขดตัวควบคุมยานอยู่ในพื้นที่แคบๆ อย่างโดดเดี่ยว
ภายในแคปซูลนักบิน (Pilot sphere) ทรงกลม
ซึ่งวิศวกรออกแบบทดสอบแล้วพบว่านี่เป็นรูปทรงทางเรขาคณิตที่กระจายและรับแรงกดอัดจากภายนอกได้ดีที่สุด
.
แคปซูลนี้หล่อขึ้นจาก เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High tensile steel EN26) ที่มีความหนาถึง 2.5 นิ้ว
เพื่อปกป้องเขาจากแรงดันน้ำ (ที่สูงกว่าบนผิวน้ำถึงกว่าพันเท่า)
โดยเขาสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอกได้ผ่านหน้าต่างทรงกรวยขนาดกะทัดรัดที่ทำจาก อะคริลิก (Acrylic) หนาเป็นพิเศษ
.
หลายคนอาจคิดว่าใต้ก้นมหาสมุทรนั้นที่ทั้งมืดมิดและมีแรงดันมหาศาลขนาดนั้น คงมีสภาพรกร้างว่างเปล่าไม่ต่างจากพื้นผิวของดวงจันทร์แน่ๆ
.
แต่ความจริงกลับน่าทึ่งกว่านั้นมาก! จากการสำรวจอย่างละเอียด คาเมรอนได้ใช้แขนกลของยานเก็บตัวอย่างตะกอนดินและสิ่งมีชีวิตกลับมาให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาต่อ และนำไปสู่การค้นพบทางชีววิทยาที่สำคัญตามมาอีกมากมาย นั่นคือเขาได้พบกับ แอมฟิพอดขนาดยักษ์ (Giant amphipods) ซึ่งเป็นสัตว์กลุ่มกุ้งกั้งรูปร่างประหลาดที่ปรับตัวให้อยู่รอดในน้ำลึกได้อย่างน่ามหัศจรรย์ รวมถึงแบคทีเรียที่เกาะอาศัยอยู่ตามโขดหิน และจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ๆ อีกมากกว่า 20,000 ชนิด!
.
ปัจจุบัน แม้ภารกิจจะจบลงไปแล้ว แต่เทคโนโลยีล้ำยุคที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยานลำนี้
ไม่ว่าจะเป็นระบบแบตเตอรี่ทนแรงดันสูง ไฟส่องสว่างใต้น้ำแบบ LED หรือนวัตกรรมวัสดุโฟมพยุงตัว ไม่ได้ถูกทิ้งให้สูญเปล่าแต่อย่างใด
.
โดยคาเมรอนได้ส่งมอบยาน ดีพซีแชลเลนเจอร์ ให้กับ สถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล (Woods Hole Oceanographic Institution)
สถาบันวิจัยทางทะเลชั้นนำของโลกไปแล้ว เพื่อให้นักวิจัยและวิศวกรได้นำวิทยาการเหล่านี้ไปศึกษา ถอดรหัส และถ่ายทอดเทคโนโลยี
นำไปพัฒนาต่อยอดเป็นยานและหุ่นยนต์สำรวจน้ำลึกรุ่นใหม่ๆออกมา
เพื่อที่จะได้มาช่วยกันไขความลับของมหาสมุทรให้กับมวลมนุษยชาติต่อไปในอนาคต
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Australian National Maritime Museum. "James Cameron - Challenging the Deep: Teacher Resources." Australian National Maritime Museum, 2018.
[2] Vaskov, A. K. "Technological Review of Deep Ocean Manned Submersibles." Department of Mechanical Engineering, Massachusetts Institute of Technology, 2012.
[3] Hardy, K., Sutphen, B., and Cameron, J. "Technology of the DEEPSEA CHALLENGE Expedition." Ocean News & Technology, 2014.
นี่คือยาน Deepsea Challenger ที่พา "เจมส์ คาเมรอน" สร้างตำนานเป็นคนแรก ที่ดิ่งลงสู่จุดลึกสุดของมหาสมุทรเพียงลำพัง!
.
เมื่อพูดถึงชื่อ เจมส์ คาเมรอน (James Cameron) หลายคนคงนึกถึงบทบาทผู้กำกับภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์
.
แต่ความฝันของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การจำลองจินตนาการบนจอเงินเท่านั้น ในวันที่ 26 มีนาคม ปี ค.ศ. 2012
.
เขาพายานดำดิ่งลงไปถึงระดับความลึก 10,908 เมตร สู่ก้นร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา (Mariana Trench)
.
แม้คาเมรอนจะไม่ใช่มนุษย์คนแรกที่เดินทางไปเยือนจุดที่ลึกที่สุดในโลก
.
แต่สิ่งที่ทำให้ภารกิจนี้ยิ่งใหญ่คือ เขาเป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ขับยานดำน้ำลงไปถึงจุดนั้น "เพียงคนเดียว" !
.
การเดินทางครั้งนี้เหมือนเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการสำรวจทะเลลึกอย่างแท้จริง
.
การเดินทางลงไปในความลึกระดับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยาน ดีพซีแชลเลนเจอร์
.
การออกแบบตามหลักฟิสิกส์นี้จะช่วยลดแรงเสียดทานได้เป็นอย่างดี
.
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวยานยังไม่ได้ใช้โลหะหนักสร้างทั้งลำแบบเทคโนโลยีในอดีตแล้ว
.
ในขณะที่ยานพุ่งลงใต้น้ำไป ตัวคาเมรอนต้องนั่งขดตัวควบคุมยานอยู่ในพื้นที่แคบๆ อย่างโดดเดี่ยว
.
แคปซูลนี้หล่อขึ้นจาก เหล็กกล้าทนแรงดึงสูง (High tensile steel EN26) ที่มีความหนาถึง 2.5 นิ้ว
.
หลายคนอาจคิดว่าใต้ก้นมหาสมุทรนั้นที่ทั้งมืดมิดและมีแรงดันมหาศาลขนาดนั้น คงมีสภาพรกร้างว่างเปล่าไม่ต่างจากพื้นผิวของดวงจันทร์แน่ๆ
.
แต่ความจริงกลับน่าทึ่งกว่านั้นมาก! จากการสำรวจอย่างละเอียด คาเมรอนได้ใช้แขนกลของยานเก็บตัวอย่างตะกอนดินและสิ่งมีชีวิตกลับมาให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาต่อ และนำไปสู่การค้นพบทางชีววิทยาที่สำคัญตามมาอีกมากมาย นั่นคือเขาได้พบกับ แอมฟิพอดขนาดยักษ์ (Giant amphipods) ซึ่งเป็นสัตว์กลุ่มกุ้งกั้งรูปร่างประหลาดที่ปรับตัวให้อยู่รอดในน้ำลึกได้อย่างน่ามหัศจรรย์ รวมถึงแบคทีเรียที่เกาะอาศัยอยู่ตามโขดหิน และจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ๆ อีกมากกว่า 20,000 ชนิด!
.
ปัจจุบัน แม้ภารกิจจะจบลงไปแล้ว แต่เทคโนโลยีล้ำยุคที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อยานลำนี้
.
โดยคาเมรอนได้ส่งมอบยาน ดีพซีแชลเลนเจอร์ ให้กับ สถาบันสมุทรศาสตร์วูดส์โฮล (Woods Hole Oceanographic Institution)
.
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Australian National Maritime Museum. "James Cameron - Challenging the Deep: Teacher Resources." Australian National Maritime Museum, 2018.
[2] Vaskov, A. K. "Technological Review of Deep Ocean Manned Submersibles." Department of Mechanical Engineering, Massachusetts Institute of Technology, 2012.
[3] Hardy, K., Sutphen, B., and Cameron, J. "Technology of the DEEPSEA CHALLENGE Expedition." Ocean News & Technology, 2014.