
- หลังจากดูจบในรอบสื่อเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยรวมสนุกระดับปานกลาง มีกลิ่นอายความเป็น
The Exorcism ผสมกับ
Evil Dead แบบฉบับอิสลามที่นำเสนอออกมาได้โหดถึงใจ ด้วยความที่ไม่เคยดูภาคแรกและไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามจึงรู้สึกเหมือนได้ เปิดโลก ไปกับเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ พิธีกรรม คำสอนของอิสลามด้วยบรรยากาศเรียบง่ายแต่ลุ้นระทึกไปอย่างรวดเร็วจนอดตั้งคำถามตามขึ้นมาไม่ได้ว่ามีความแตกต่างจากหลักความเชื่อในศาสนาที่เรานับถือมากน้อยเพียงใด ? ในเมื่อ สาร ที่นำเสนอเป็นสิ่งที่เราถูกปลูกฝังให้เคารพตั้งแต่เกิดจนกลายเป็นขนบธรรมเนียมในสังคมพอจะสามารถหยิบมารับฟังเพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาหรือตอบสนองเพื่อความบันเทิงสุดแท้แต่ ในเมื่อความอยากรู้เริ่มทำงานทันทีหลังจากถูกวางยาให้ฟังก็แสดงว่าเรื่องเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตที่ไม่ได้ตุยหายจากไปไหน ?

- สิ่งที่โดดเด่นจนต้องชมเลยคือการเลือกใช้ Location จริงในการถ่ายทำอย่าง
เขาบูโด ที่ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่าง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ. ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมี
สีเขียว เป็น Theme หลักที่ช่วยขับเคลื่อนให้บรรยากาศที่ครอบคลุมด้วยสีดำมีความลึกลับ น่ากลัว และ น่าค้นหาต่อการติดตามเส้นทางจักรวาล ของแขก" ของผู้กำกับคุณ
เกรียงไกร มณวิจิตร ตั้งแต่เปิดตัวมาด้วยการเกริ่นนำถึงความเป็นมาเกี่ยวกับ
ญิน และเขาบูโดให้ทราบพอสังเขปก่อนที่หนังจะพาเราเข้าสู่ชนวนสำคัญที่ไม่ได้ไปตรัสรู้ล่วงหน้าว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ถึงมีเผลอตกใจในความกระทันหันจนกังวลว่าจะดูรู้เรื่องหรือเปล่า ? แต่พอมองในแง่ของวิธีการเล่าดูมองว่ามันช่วยทำให้ผมประติดประต่อทิศทางต่อไปได้อย่างสะดวกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ?

- Timeline ในหนังไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ Event เดียว แต่เลือกแตกเส้นเรื่องออกเป็น 2 ที่เดินทางมาสมทบแบบคู่ขนาน ระหว่าง Part ของ
เดียนา หญิงสาวที่มีอาการเปลี่ยนไปหลังจากหายตัวเข้าไปในป่าบูโด กับ Part ของ
หลิน นักศึกษาสาวที่เข้ามาทำวิจัยในป่าแห่งนี้ร่วมกับ
ลี เพื่อนชายของเธอ สับเปลี่ยนคาบเกี่ยวกันไปเรื่อยโดยระหว่างทางได้มีการแทรกความหลังในรูปแบบ Flashback พร้อมกับสำรวจความเป็นไปของตัวละครที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น
อานัส สามีของเดียนา ที่รับบทโดยคุณยูโร ,
ญ่า น้องสาวของอานัสที่ถูกเก็บมาเลี้ยง รับบทโดยคุณแพมมี่ และ
บาบอดิง พี่ชายของเดียนา รับบทโดยคุณอดุลย์บอสู เพื่อค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนของปมแต่ละคนให้เชื่อมโยงไปสู่ความลับของ
ญิน และป่าบูโดว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร ? ช่วงแรกมีอาการสับสนกับการพยายามจับทิศทางของหนังแต่ด้วยความที่มีตัวละครสำคัญไม่เยอะจึงใช้เวลาไม่นานก็สามารถไล่ตามทางทันโดยเฉพาะเมื่อหนังเข้าสู่ช่วงการตามหา "สิ่ง" ที่สิงสถิตย์อยู่ในร่างของเดียนา ด้วยการแสดงของคุณมิ้มที่มารับบทในสภาพนี้อีกแล้วในหัวจึงมโนไปว่าอย่างกับอยู่ในจักรวาลหนัง ธี่หยด (2566) ภาค Spin-Off

- ขณะกำลังดื่มด่ำกับหน้างานที่เริ่มเข้าที่เข้าทางจากการปรากฏตัวของ "บางสิ่ง" จนเกิดการปะทะกันอย่างดุดัน จู่ ๆ หนังได้มีการหยอดมุกตลกที่ไม่ได้ขำตามเพราะรู้สึกว่ามันขัดกับ Situations ขณะนั้นอย่างเห็นได้ชัดว่าใครจะไปมีอารมณ์เล่นในที่แบบนั้น ถึงช่วยเรียกเสียงหัวเราะพอเป็นพิธีแต่ไม่ได้ปล่อยมาจนพร่ำเพรื่อจนกลบความตึงเครียดใน Events ที่กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานไปกับการเนรมิตโลกระหว่าง "คน" กับ "ญิน" ที่เผลอไปนึกถึงเรื่อง Moloch (2022) ลอยขึ้นมาที่คาดไม่ถึงอีกว่าจะมีฉากโหดระดับ Hardcore ที่เล่นซะจนสะดุ้งตกใจเหมือนเลือดกระเด็นเข้าหน้าเต็มคาราเบล แม้จะยังมีเรื่องของ CG บางช่วงที่ใส่เข้ามาจนเกิดอาการขัดใจและลดทอนความสมจริงลงไปบ้างแต่ไม่ได้ถึงขั้นทำลายอรรถรสในภาพรวมในเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้สะท้อนรูปลักษณ์ของ "บางสิ่ง" ให้เราพอนึกภาพตามได้ว่ามันเป็นอย่างนี้

- หรืออาจเป็นเพราะข้อจำกัดของเวลาที่มีเพียงราว 1 ชั่วโมง 37 นาที? ระหว่างปล่อย Joint ไปกับ Events จนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในโหมด 2 เรื่องที่กล่าวไปตอนแรกแบบ Full Option สังเกตได้ว่าหนังมีการเร่งด้วยการพยายามขมวดปมทุกสิ่งให้ทันเวลาก่อนจะลาจนรู้สึกว่ามันผ่านไปอย่างราบรื่นเสียจนมีกลิ่นอายละครหลังข่าวลอยขึ้นมาให้รู้สึกตะหงิดกับการเลี้ยวมา Feel นี้จนต้องทวนในสิ่งที่ดูมาแต่ต้นด้วยความเอ๊ะว่าหนังให้พื้นที่ในส่วนนี้น้อยไปแถมบางปมก็ยังถูกปล่อยให้เป็นปริศนาธรรม แม้ทราบแก่ใจได้ว่าเมื่อปูเรื่องมาแบบนี้ก็ต้อง Run ไปตามทางที่ยังไงก็ต้องแลกกับการละทิ้ง Details บางส่วนที่อยากใส่ใจ อย่างไรก็ตามมองอีกมุมมันก็สะท้อนในแง่ของความเชื่อบนหลักศาสนาที่ผู้โยงกับวิถีชีวิตของคนในเรื่องที่รู้และไม่รู้อีกมากบนโลกใบนี้ว่าการเข้าไปข้องเกี่ยวกับ "สิ่งที่ไม่ดี" มันมีราคาที่ต้องจ่าย หากไม่รู้จักดีพอที่จะรับมือกับผลที่ตามมาได้

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
[CR] No.210 ของแขก 2 (2569) : เบิกญิน into บูโด
- หลังจากดูจบในรอบสื่อเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยรวมสนุกระดับปานกลาง มีกลิ่นอายความเป็น The Exorcism ผสมกับ Evil Dead แบบฉบับอิสลามที่นำเสนอออกมาได้โหดถึงใจ ด้วยความที่ไม่เคยดูภาคแรกและไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามจึงรู้สึกเหมือนได้ เปิดโลก ไปกับเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ พิธีกรรม คำสอนของอิสลามด้วยบรรยากาศเรียบง่ายแต่ลุ้นระทึกไปอย่างรวดเร็วจนอดตั้งคำถามตามขึ้นมาไม่ได้ว่ามีความแตกต่างจากหลักความเชื่อในศาสนาที่เรานับถือมากน้อยเพียงใด ? ในเมื่อ สาร ที่นำเสนอเป็นสิ่งที่เราถูกปลูกฝังให้เคารพตั้งแต่เกิดจนกลายเป็นขนบธรรมเนียมในสังคมพอจะสามารถหยิบมารับฟังเพื่อใช้เป็นกรณีศึกษาหรือตอบสนองเพื่อความบันเทิงสุดแท้แต่ ในเมื่อความอยากรู้เริ่มทำงานทันทีหลังจากถูกวางยาให้ฟังก็แสดงว่าเรื่องเหล่านี้ยังคงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตที่ไม่ได้ตุยหายจากไปไหน ?
- สิ่งที่โดดเด่นจนต้องชมเลยคือการเลือกใช้ Location จริงในการถ่ายทำอย่าง เขาบูโด ที่ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่าง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ. ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยมี สีเขียว เป็น Theme หลักที่ช่วยขับเคลื่อนให้บรรยากาศที่ครอบคลุมด้วยสีดำมีความลึกลับ น่ากลัว และ น่าค้นหาต่อการติดตามเส้นทางจักรวาล ของแขก" ของผู้กำกับคุณ เกรียงไกร มณวิจิตร ตั้งแต่เปิดตัวมาด้วยการเกริ่นนำถึงความเป็นมาเกี่ยวกับ ญิน และเขาบูโดให้ทราบพอสังเขปก่อนที่หนังจะพาเราเข้าสู่ชนวนสำคัญที่ไม่ได้ไปตรัสรู้ล่วงหน้าว่าจะมาเร็วขนาดนี้ ถึงมีเผลอตกใจในความกระทันหันจนกังวลว่าจะดูรู้เรื่องหรือเปล่า ? แต่พอมองในแง่ของวิธีการเล่าดูมองว่ามันช่วยทำให้ผมประติดประต่อทิศทางต่อไปได้อย่างสะดวกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ?
- Timeline ในหนังไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ Event เดียว แต่เลือกแตกเส้นเรื่องออกเป็น 2 ที่เดินทางมาสมทบแบบคู่ขนาน ระหว่าง Part ของ เดียนา หญิงสาวที่มีอาการเปลี่ยนไปหลังจากหายตัวเข้าไปในป่าบูโด กับ Part ของ หลิน นักศึกษาสาวที่เข้ามาทำวิจัยในป่าแห่งนี้ร่วมกับ ลี เพื่อนชายของเธอ สับเปลี่ยนคาบเกี่ยวกันไปเรื่อยโดยระหว่างทางได้มีการแทรกความหลังในรูปแบบ Flashback พร้อมกับสำรวจความเป็นไปของตัวละครที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็น อานัส สามีของเดียนา ที่รับบทโดยคุณยูโร , ญ่า น้องสาวของอานัสที่ถูกเก็บมาเลี้ยง รับบทโดยคุณแพมมี่ และ บาบอดิง พี่ชายของเดียนา รับบทโดยคุณอดุลย์บอสู เพื่อค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนของปมแต่ละคนให้เชื่อมโยงไปสู่ความลับของ ญิน และป่าบูโดว่าเกี่ยวพันกันอย่างไร ? ช่วงแรกมีอาการสับสนกับการพยายามจับทิศทางของหนังแต่ด้วยความที่มีตัวละครสำคัญไม่เยอะจึงใช้เวลาไม่นานก็สามารถไล่ตามทางทันโดยเฉพาะเมื่อหนังเข้าสู่ช่วงการตามหา "สิ่ง" ที่สิงสถิตย์อยู่ในร่างของเดียนา ด้วยการแสดงของคุณมิ้มที่มารับบทในสภาพนี้อีกแล้วในหัวจึงมโนไปว่าอย่างกับอยู่ในจักรวาลหนัง ธี่หยด (2566) ภาค Spin-Off
- ขณะกำลังดื่มด่ำกับหน้างานที่เริ่มเข้าที่เข้าทางจากการปรากฏตัวของ "บางสิ่ง" จนเกิดการปะทะกันอย่างดุดัน จู่ ๆ หนังได้มีการหยอดมุกตลกที่ไม่ได้ขำตามเพราะรู้สึกว่ามันขัดกับ Situations ขณะนั้นอย่างเห็นได้ชัดว่าใครจะไปมีอารมณ์เล่นในที่แบบนั้น ถึงช่วยเรียกเสียงหัวเราะพอเป็นพิธีแต่ไม่ได้ปล่อยมาจนพร่ำเพรื่อจนกลบความตึงเครียดใน Events ที่กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานไปกับการเนรมิตโลกระหว่าง "คน" กับ "ญิน" ที่เผลอไปนึกถึงเรื่อง Moloch (2022) ลอยขึ้นมาที่คาดไม่ถึงอีกว่าจะมีฉากโหดระดับ Hardcore ที่เล่นซะจนสะดุ้งตกใจเหมือนเลือดกระเด็นเข้าหน้าเต็มคาราเบล แม้จะยังมีเรื่องของ CG บางช่วงที่ใส่เข้ามาจนเกิดอาการขัดใจและลดทอนความสมจริงลงไปบ้างแต่ไม่ได้ถึงขั้นทำลายอรรถรสในภาพรวมในเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้สะท้อนรูปลักษณ์ของ "บางสิ่ง" ให้เราพอนึกภาพตามได้ว่ามันเป็นอย่างนี้
- หรืออาจเป็นเพราะข้อจำกัดของเวลาที่มีเพียงราว 1 ชั่วโมง 37 นาที? ระหว่างปล่อย Joint ไปกับ Events จนเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในโหมด 2 เรื่องที่กล่าวไปตอนแรกแบบ Full Option สังเกตได้ว่าหนังมีการเร่งด้วยการพยายามขมวดปมทุกสิ่งให้ทันเวลาก่อนจะลาจนรู้สึกว่ามันผ่านไปอย่างราบรื่นเสียจนมีกลิ่นอายละครหลังข่าวลอยขึ้นมาให้รู้สึกตะหงิดกับการเลี้ยวมา Feel นี้จนต้องทวนในสิ่งที่ดูมาแต่ต้นด้วยความเอ๊ะว่าหนังให้พื้นที่ในส่วนนี้น้อยไปแถมบางปมก็ยังถูกปล่อยให้เป็นปริศนาธรรม แม้ทราบแก่ใจได้ว่าเมื่อปูเรื่องมาแบบนี้ก็ต้อง Run ไปตามทางที่ยังไงก็ต้องแลกกับการละทิ้ง Details บางส่วนที่อยากใส่ใจ อย่างไรก็ตามมองอีกมุมมันก็สะท้อนในแง่ของความเชื่อบนหลักศาสนาที่ผู้โยงกับวิถีชีวิตของคนในเรื่องที่รู้และไม่รู้อีกมากบนโลกใบนี้ว่าการเข้าไปข้องเกี่ยวกับ "สิ่งที่ไม่ดี" มันมีราคาที่ต้องจ่าย หากไม่รู้จักดีพอที่จะรับมือกับผลที่ตามมาได้
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้