คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 9
หากปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม หลังเกษียณเราอาจมีแค่เงินออมอันน้อยนิด เงินบำนาญประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งถ้าต้องไปรับมือกับภาระใหญ่ๆอย่างค่าผ่อนบ้าน ค่าเลี้ยงดูครอบครัวและพ่อแม่ เงินที่มีคงหมดลงในเวลาอันสั้น ยิ่งถ้าใครติดใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือย เมื่อขาดรายได้ชีวิตก็ยิ่งวิกฤต ดังนั้น การวางแผนการเงินก่อนเกษียณจึงเป็นสิ่งจำเป็น และยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
สำหรับตัวผมเอง เริ่มวางแผนตอนอายุ 40 ซึ่งถือว่าช้าไปหน่อย แต่โชคดีที่ทั้งผมและภรรยามีรายได้ค่อนข้างดี เราช่วยกันผ่อนบ้านจนหมดหนี้ และหันมาเร่งเก็บออมพร้อมศึกษาการวางแผนเกษียณจากเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ กระจายความเสี่ยงผ่านประกันบำนาญสงเคราะห์ของออมสิน กองทุน RMF, LTF รวมถึงหุ้น โดยได้เข้ามาศึกษาการลงทุนอย่างเข้มข้นในช่วง 2 ปีก่อนเกษียณ มีการคำนวณรายได้ให้ครอบคลุมทุกภาระ
ผมได้ Early Retire (เกษียณก่อนกำหนด) ในวัย 51-52 ปี โดยมีรายได้ค่อนข้างแน่นอนจากดอกเบี้ย เงินปันผล บำนาญประกันสังคม และบำนาญออมสิน ทำให้หลังเกษียณมีเงินให้พ่อแม่ได้ทุกเดือน ส่งเสียลูกๆ ทั้ง 2 คนจนเรียนจบ ส่วนค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ของพ่อแม่ก็ช่วยกันหารกับพี่น้องได้อย่างลงตัว
เรื่องสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ช่วงก่อนอายุ 60 เคยมีประกันสุขภาพ แต่พอหมดสัญญาและจะซื้อเล่มใหม่ ปรากฏว่ามีโรคประจำตัวเข้ามา ทำให้บริษัทประกันเพิ่มเบี้ยเกือบ 2 เท่า ประกอบกับเบี้ยอายุสูงขยับแพงขึ้นมาก ผมกับภรรยาจึงเปลี่ยนแผนมาพึ่งพา คลินิกพิเศษของโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ ซึ่งได้รับการรักษาจากอาจารย์หมอ ค่ายาราคาถูกพิเศษ ค่าแล็บและค่าเครื่องมือราคาไม่แพง ค่าผ่าตัดราคามิตรภาพ ส่วนกรณีฉุกเฉินแม้ต้องยอมรับความเสี่ยงจากหมอจบใหม่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าอุ่นใจและได้รับการดูแลที่ดีมาก เพราะเมื่ออายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ตาม
ปัจจุบันในวัย 65 ปี พ่อแม่ท่านไปสบายแล้ว ลูกๆ เรียนจบและทำงานกันหมดแล้ว เงินเก็บและเงินลงทุนของผมกลับเติบโตมากกว่าช่วงที่เพิ่งเกษียณเสียอีก ทุกวันนี้มีรายได้จากเงินปันผล ดอกเบี้ย บำนาญ และเบี้ยผู้สูงอายุ เพียงพอให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ และที่สำคัญ ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่ผมได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีผู้สูงอายุ 190,000 บาทอีกด้วยครับ
สำหรับตัวผมเอง เริ่มวางแผนตอนอายุ 40 ซึ่งถือว่าช้าไปหน่อย แต่โชคดีที่ทั้งผมและภรรยามีรายได้ค่อนข้างดี เราช่วยกันผ่อนบ้านจนหมดหนี้ และหันมาเร่งเก็บออมพร้อมศึกษาการวางแผนเกษียณจากเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ กระจายความเสี่ยงผ่านประกันบำนาญสงเคราะห์ของออมสิน กองทุน RMF, LTF รวมถึงหุ้น โดยได้เข้ามาศึกษาการลงทุนอย่างเข้มข้นในช่วง 2 ปีก่อนเกษียณ มีการคำนวณรายได้ให้ครอบคลุมทุกภาระ
ผมได้ Early Retire (เกษียณก่อนกำหนด) ในวัย 51-52 ปี โดยมีรายได้ค่อนข้างแน่นอนจากดอกเบี้ย เงินปันผล บำนาญประกันสังคม และบำนาญออมสิน ทำให้หลังเกษียณมีเงินให้พ่อแม่ได้ทุกเดือน ส่งเสียลูกๆ ทั้ง 2 คนจนเรียนจบ ส่วนค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ของพ่อแม่ก็ช่วยกันหารกับพี่น้องได้อย่างลงตัว
เรื่องสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ช่วงก่อนอายุ 60 เคยมีประกันสุขภาพ แต่พอหมดสัญญาและจะซื้อเล่มใหม่ ปรากฏว่ามีโรคประจำตัวเข้ามา ทำให้บริษัทประกันเพิ่มเบี้ยเกือบ 2 เท่า ประกอบกับเบี้ยอายุสูงขยับแพงขึ้นมาก ผมกับภรรยาจึงเปลี่ยนแผนมาพึ่งพา คลินิกพิเศษของโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ ซึ่งได้รับการรักษาจากอาจารย์หมอ ค่ายาราคาถูกพิเศษ ค่าแล็บและค่าเครื่องมือราคาไม่แพง ค่าผ่าตัดราคามิตรภาพ ส่วนกรณีฉุกเฉินแม้ต้องยอมรับความเสี่ยงจากหมอจบใหม่บ้าง แต่โดยรวมถือว่าอุ่นใจและได้รับการดูแลที่ดีมาก เพราะเมื่ออายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ตาม
ปัจจุบันในวัย 65 ปี พ่อแม่ท่านไปสบายแล้ว ลูกๆ เรียนจบและทำงานกันหมดแล้ว เงินเก็บและเงินลงทุนของผมกลับเติบโตมากกว่าช่วงที่เพิ่งเกษียณเสียอีก ทุกวันนี้มีรายได้จากเงินปันผล ดอกเบี้ย บำนาญ และเบี้ยผู้สูงอายุ เพียงพอให้ใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆ และที่สำคัญ ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่ผมได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีผู้สูงอายุ 190,000 บาทอีกด้วยครับ
แสดงความคิดเห็น
วางแผนเกษียณต้องมีเงินเท่าไร? ลองคำนวณเล่น ๆ แล้วตกใจเหมือนกัน เลยอยากมาแชร์ครับ
สวัสดีครับ
ช่วงนี้ผมเริ่มสนใจเรื่องการวางแผนการเงินมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง "การเกษียณ"
เมื่อก่อนเคยคิดว่าอายุ 60 ปีคงอีกไกล แต่พอลองนั่งคำนวณดูจริง ๆ ก็พบว่า เวลาผ่านไปเร็วกว่าที่คิด และถ้าไม่เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ อาจเหนื่อยในอนาคตได้
เลยอยากเอาสิ่งที่ได้ศึกษาและลองคำนวณมาแบ่งปัน เผื่อเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ครับ
ถ้าหยุดทำงานตอนอายุ 60 ปี รายได้จะมาจากไหน?
หลายคนอาจมีเงินบำนาญ หรือประกันสังคม
แต่สำหรับหลายคน รายได้หลักก็คือ "เงินที่เราออมไว้"
นั่นหมายความว่า ถ้าออมไม่พอ ก็อาจต้องทำงานต่อ หรือใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบประหยัดกว่าที่ตั้งใจ
แล้วต้องมีเงินเท่าไร?
ผมลองใช้วิธีคำนวณง่าย ๆ
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน × 12 × จำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ
ตัวอย่าง
อยากใช้เดือนละ 30,000 บาท
หลังเกษียณอีกประมาณ 25 ปี
30,000 × 12 × 25
= ประมาณ 9 ล้านบาท
ตอนเห็นตัวเลขครั้งแรกก็ตกใจเหมือนกันครับ
แต่พอลองคิดอีกมุม ถ้าเริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อย ก็อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้
การวางแผนเกษียณไม่ใช่แค่เรื่อง "เก็บเงิน"
แต่ยังเกี่ยวกับ
การลงทุน
การบริหารความเสี่ยง
เงินสำรองฉุกเฉิน
สุขภาพในอนาคต
เพราะค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอาจไม่ได้มีแค่ค่ากินอยู่ แต่ยังรวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่อาจเพิ่มขึ้นตามอายุ
ถ้าเพิ่งเริ่มออมตอนอายุ 40 ปี ยังทันไหม?
จากข้อมูลที่อ่านมา หลายคนบอกว่ายังทันครับ
แม้อาจต้องออมในสัดส่วนที่มากกว่าคนที่เริ่มตั้งแต่อายุ 25-30 ปี แต่ก็ยังดีกว่าไม่เริ่มเลย
ผมคิดว่าประเด็นสำคัญคือ "เริ่มต้น" และทำอย่างสม่ำเสมอ
ทุกคนมีวิธีเตรียมเงินเกษียณกันอย่างไร?
ตอนนี้ผมกำลังศึกษาหลายทางเลือก เช่น
เงินฝาก
กองทุนรวม
ETF
กองทุนเพื่อการเกษียณ
ประกันชีวิตแบบบำนาญ
แต่ก็ยังมองว่าไม่มีวิธีไหนที่เหมาะกับทุกคน ขึ้นอยู่กับรายได้ เป้าหมาย และความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้
อยากชวนคุยครับ
เพื่อน ๆ ใน Pantip เริ่มวางแผนเกษียณกันตั้งแต่อายุเท่าไร?
และคิดว่า ถ้าต้องการใช้ชีวิตหลังเกษียณแบบไม่ลำบาก เงินประมาณเท่าไรถึงจะเพียงพอ?
หรือมีใครมีเทคนิคการออมหรือการลงทุนเพื่อเกษียณที่อยากแนะนำบ้างครับ
ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน 😊