การแสดงของนักแสดงในเสน่หาวาโยทุกคนถือว่ามืออาชีพมากๆ ในทุกๆ อีพี แต่จะขอพูดถึงการแสดงของนักแสดงแต่ละตัวละครสำคัญในอีพี7 นี้ เพราะเป็นตอนที่เฉลยและคลายปมความแค้นที่ทำให้ก่อการกบฏต่อราชวงศ์มาเดลิน ถ้าพร้อมแล้ว ไปกันเลย!!
1. อองรี(คิม ธิติสรรค์ กู้ดเบิร์น) ในอีพีนี้ได้เห็นปมของอองรีว่าไม่ได้มีความแค้นอะไรกับราชวงศ์เป็นการส่วนตัว แต่เกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่คิดไปเองว่าพ่อไม่เคยเห็นในความสามารถและไม่เคยภูมิใจในตัวอองรีเลย จึงยอมร่วมมือกับเกรซคนรัก เพื่อหวังจะได้ขึ้นแทนในตำแหน่งของพ่อหากเกรซทำการก่อกบฏสำเร็จ เห็นได้ชัดว่าอองรีรักเกรซมากถึงขั้นตายแทนได้ เอาตัวเองมาบังกระสุนให้เกรซ การแสดงของคิมถือว่าสมบทบาทในการแสดงเป็นตัวร้ายแต่ไม่ได้ร้ายโดยจิตใต้สำนึก ตัวร้ายแบบไม่ได้โหดเหี้ยมเพราะในอีพีที่สองมีแอบสั่นคลอนอยากถอนตัว และอีพีนี้อองรีก็แสดงออกถึงความกังวลกลัวความผิด เพราะกลัวว่าพ่อจะรู้ว่าตัวเองร่วมการก่อกบฏ แต่ด้วยความรักเกรซก็ยังเชื่อฟังและร่วมมือต่อไป คิมแสดงออกทุกความรู้สึกและปมที่เป็นเหตุจูงใจที่ทำให้ร่วมก่อกบฏโดยทำให้คนดูเข้าใจตัวละครได้อย่างไม่ยากเลย
2. หมวดวาโย(ฟรีน สโรชา จันกิมฮะ) เป็นองครักษ์พิทักเจ้าหญิงมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเราเห็นความสัมพันธ์ของตัวละครระหว่างเจ้าหญิงบลูกับหมวดลมที่พัฒนามาจนถึงอีพีนี้ หมวดลมได้เคยพูดไว้แล้วว่าจะปกป้องเจ้าหญิงด้วยชีวิต และก็จะทำให้ได้แบบที่พูดไว้ ขนาดโดนยิงนอนโรงพยาบาลตื่นขึ้นมารู้ว่าเจ้าหญิงโดนจับไปก็หนีออกไปทั้งที่ยังเจ็บเพื่อไปช่วยเจ้าหญิง บุกเดี่ยวไปช่วยแบบไม่รอกำลังเสริม ฟรีนแสดงออกให้เห็นว่าตัวละครนี้นอกจากหน้าที่องครักษ์แล้วยังไงก็ต้องช่วยให้ได้ มันร้อนใจมากจึงต้องบุกเดี่ยวไปช่วยและปกป้องในฐานะคนที่รักเจ้าหญิง ฟรีนทำได้จริงๆ ทำให้คนดูรู้สึกว่าแสดงเหมือนไม่แสดงเป็นยังไง คนดูรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ บทร้องไห้ตอนเห็นเจ้าหญิงนอนนิ่งไปแล้วตัวเองค่อยๆคลานมาหาร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจนคนดูรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นเช่นกัน ฟรีนยังคงแสดงบทร้องได้ดีเสมอเหมือนที่เคยทำมาแล้วในเรื่องปิ่นภักดิ์ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดที่เสียคนรักไปมันต่างกันด้วยสถานการณ์ครั้งนี้ไม่ได้จากเป็นยิ่ง ฟรีนส่งอารมณ์ออกมาทำให้รู้สึกเจ็บปวดและแตกสลายได้มากขึ้นกว่าเดิมอีก
3. เจ้าหญิงบลูกับเฮเลน่า(เบ็คกี้ รีเบคก้า อาร์มสตรอง) ในบทบาทของเจ้าหญิงกับเฮเลน่าในอีพีนี้ แสดงออกให้เห็นได้ชัดเจนว่าบุคลิกของตัวละครมีความแตกต่างกันมากเพียงใด เจ้าหญิงสุขุม มีความกล้าหาญ สายตามั่นคง สง่างาม แต่กับเฮเลน่ายิ่งแพนิคมากขึ้นไปกว่าอีพีที่ผ่านๆมา มีความกล้าๆกลัว สายตากังวลและเลิ่กลักตลอดเวลา ต้องชื่นชมเบ็คกี้ในการออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละครที่เหมือนกันทุกระเบียบนิ้วออกมาให้คนดูได้รับรู้และแยกได้ว่าใครเป็นใครในเสี้ยววินาที จากการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหญิงบลูกับเฮเลน่ายิ่งทำให้เห็นชัดเจนมากว่าทุกๆอีพีที่ผ่านมา เบ็คกี้ทำได้ดีมากจริงๆในอีพีนี้
4. เกรซ(เรเน่ เวโรนิก้า ปากานันท์) ตัวละครที่ทุกคนสงสัยและมีคำถามในหัวตลอดตั้งแต่อีพีแรกว่าแค้นอะไรกับราชวงศ์นักหนาถึงต้องทำขนาดนี้ อีพีนี้ได้เฉลยปมทุกอย่างที่เป็นเหตุผลให้เกรซอยากจะโค่นล้มราชวงศ์ และต้องการให้เจ้าหญิงบลูสูญเสียคนที่รักไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะอยากให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับมาตั้งแต่เด็ก ซีนนี้ยกให้เป็นซีนอารมณ์ที่รับส่งกันดีมากระหว่างน้องเบคกับเรเน่ ทำให้คนดูรับรู้ความรู้สึกของตัวละครได้ด้วยเหตุผลที่ถูกเฉลยปมออกมามันสมเหตุสมผลที่ทำให้เกรซแค้นได้มากมายขนาดนั้นซึ่งเรเน่ทำมันออกมาได้ถึงมากๆ ดีมากๆ ขอชื่นชมในการแสดงซีนนี้จริงๆ มันแสดงออกได้ถึงความเจ็บปวด การแสดงให้เห็นว่าการยิ้มและหัวเราะทั้งน้ำตาไปพร้อมๆกัน มันแสดงออกมาได้แบบ perfect
คาแรกเตอร์ตัวละครทั้งหมดที่กล่าวมาว่าดีแล้ว แต่ไม่ใช่แค่นั้นมันดีขึ้นไปอีกในการตัดต่อของอีพีนี้ และซีนที่ปะทะกันระหว่างเจ้าหญิงบลูกับเกรซนี่ให้เป็นซีนที่ดีที่สุดในอีพีนี้เลย ทั้งการตัดต่อที่แฟลชแบ็คไปให้เห็นภาพปมของความแค้น เพลงประกอบระหว่างเล่าเรื่อง มันทำให้ซีรีส์มีมิติมาก ได้ฟีลเหมือนดูหนังจักรวรรดิโรมัน เช่น Spartacus, Gladiator หรือในสถานที่แห่งการต่อสู้อะไรแบบนั้น ตอนดูก็ขนลุกเลย มันดีมากจริงๆ
รับชมซีรีส์ "เสน่หาวาโย" ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น.
รับชมสดผ่านจอทีวีทางช่อง 7HD กด 35
รับชมสดออนไลน์ และชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV
📺 ดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT เวลา 21.30 น.
บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น
#เสน่หาวาโย
#ฟรีนเบค #Freenbecky
#srchafreen #beckysangels
รีวิวการแสดงของนักแสดงแต่ละตัวละครสำคัญใน เสน่หาวาโย EP7
1. อองรี(คิม ธิติสรรค์ กู้ดเบิร์น) ในอีพีนี้ได้เห็นปมของอองรีว่าไม่ได้มีความแค้นอะไรกับราชวงศ์เป็นการส่วนตัว แต่เกิดจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่คิดไปเองว่าพ่อไม่เคยเห็นในความสามารถและไม่เคยภูมิใจในตัวอองรีเลย จึงยอมร่วมมือกับเกรซคนรัก เพื่อหวังจะได้ขึ้นแทนในตำแหน่งของพ่อหากเกรซทำการก่อกบฏสำเร็จ เห็นได้ชัดว่าอองรีรักเกรซมากถึงขั้นตายแทนได้ เอาตัวเองมาบังกระสุนให้เกรซ การแสดงของคิมถือว่าสมบทบาทในการแสดงเป็นตัวร้ายแต่ไม่ได้ร้ายโดยจิตใต้สำนึก ตัวร้ายแบบไม่ได้โหดเหี้ยมเพราะในอีพีที่สองมีแอบสั่นคลอนอยากถอนตัว และอีพีนี้อองรีก็แสดงออกถึงความกังวลกลัวความผิด เพราะกลัวว่าพ่อจะรู้ว่าตัวเองร่วมการก่อกบฏ แต่ด้วยความรักเกรซก็ยังเชื่อฟังและร่วมมือต่อไป คิมแสดงออกทุกความรู้สึกและปมที่เป็นเหตุจูงใจที่ทำให้ร่วมก่อกบฏโดยทำให้คนดูเข้าใจตัวละครได้อย่างไม่ยากเลย
2. หมวดวาโย(ฟรีน สโรชา จันกิมฮะ) เป็นองครักษ์พิทักเจ้าหญิงมาตั้งแต่ต้น ซึ่งเราเห็นความสัมพันธ์ของตัวละครระหว่างเจ้าหญิงบลูกับหมวดลมที่พัฒนามาจนถึงอีพีนี้ หมวดลมได้เคยพูดไว้แล้วว่าจะปกป้องเจ้าหญิงด้วยชีวิต และก็จะทำให้ได้แบบที่พูดไว้ ขนาดโดนยิงนอนโรงพยาบาลตื่นขึ้นมารู้ว่าเจ้าหญิงโดนจับไปก็หนีออกไปทั้งที่ยังเจ็บเพื่อไปช่วยเจ้าหญิง บุกเดี่ยวไปช่วยแบบไม่รอกำลังเสริม ฟรีนแสดงออกให้เห็นว่าตัวละครนี้นอกจากหน้าที่องครักษ์แล้วยังไงก็ต้องช่วยให้ได้ มันร้อนใจมากจึงต้องบุกเดี่ยวไปช่วยและปกป้องในฐานะคนที่รักเจ้าหญิง ฟรีนทำได้จริงๆ ทำให้คนดูรู้สึกว่าแสดงเหมือนไม่แสดงเป็นยังไง คนดูรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ บทร้องไห้ตอนเห็นเจ้าหญิงนอนนิ่งไปแล้วตัวเองค่อยๆคลานมาหาร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจนคนดูรับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นเช่นกัน ฟรีนยังคงแสดงบทร้องได้ดีเสมอเหมือนที่เคยทำมาแล้วในเรื่องปิ่นภักดิ์ แต่ความรู้สึกเจ็บปวดที่เสียคนรักไปมันต่างกันด้วยสถานการณ์ครั้งนี้ไม่ได้จากเป็นยิ่ง ฟรีนส่งอารมณ์ออกมาทำให้รู้สึกเจ็บปวดและแตกสลายได้มากขึ้นกว่าเดิมอีก
3. เจ้าหญิงบลูกับเฮเลน่า(เบ็คกี้ รีเบคก้า อาร์มสตรอง) ในบทบาทของเจ้าหญิงกับเฮเลน่าในอีพีนี้ แสดงออกให้เห็นได้ชัดเจนว่าบุคลิกของตัวละครมีความแตกต่างกันมากเพียงใด เจ้าหญิงสุขุม มีความกล้าหาญ สายตามั่นคง สง่างาม แต่กับเฮเลน่ายิ่งแพนิคมากขึ้นไปกว่าอีพีที่ผ่านๆมา มีความกล้าๆกลัว สายตากังวลและเลิ่กลักตลอดเวลา ต้องชื่นชมเบ็คกี้ในการออกแบบคาแรกเตอร์ตัวละครที่เหมือนกันทุกระเบียบนิ้วออกมาให้คนดูได้รับรู้และแยกได้ว่าใครเป็นใครในเสี้ยววินาที จากการเผชิญหน้ากันระหว่างเจ้าหญิงบลูกับเฮเลน่ายิ่งทำให้เห็นชัดเจนมากว่าทุกๆอีพีที่ผ่านมา เบ็คกี้ทำได้ดีมากจริงๆในอีพีนี้
4. เกรซ(เรเน่ เวโรนิก้า ปากานันท์) ตัวละครที่ทุกคนสงสัยและมีคำถามในหัวตลอดตั้งแต่อีพีแรกว่าแค้นอะไรกับราชวงศ์นักหนาถึงต้องทำขนาดนี้ อีพีนี้ได้เฉลยปมทุกอย่างที่เป็นเหตุผลให้เกรซอยากจะโค่นล้มราชวงศ์ และต้องการให้เจ้าหญิงบลูสูญเสียคนที่รักไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะอยากให้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับมาตั้งแต่เด็ก ซีนนี้ยกให้เป็นซีนอารมณ์ที่รับส่งกันดีมากระหว่างน้องเบคกับเรเน่ ทำให้คนดูรับรู้ความรู้สึกของตัวละครได้ด้วยเหตุผลที่ถูกเฉลยปมออกมามันสมเหตุสมผลที่ทำให้เกรซแค้นได้มากมายขนาดนั้นซึ่งเรเน่ทำมันออกมาได้ถึงมากๆ ดีมากๆ ขอชื่นชมในการแสดงซีนนี้จริงๆ มันแสดงออกได้ถึงความเจ็บปวด การแสดงให้เห็นว่าการยิ้มและหัวเราะทั้งน้ำตาไปพร้อมๆกัน มันแสดงออกมาได้แบบ perfect
คาแรกเตอร์ตัวละครทั้งหมดที่กล่าวมาว่าดีแล้ว แต่ไม่ใช่แค่นั้นมันดีขึ้นไปอีกในการตัดต่อของอีพีนี้ และซีนที่ปะทะกันระหว่างเจ้าหญิงบลูกับเกรซนี่ให้เป็นซีนที่ดีที่สุดในอีพีนี้เลย ทั้งการตัดต่อที่แฟลชแบ็คไปให้เห็นภาพปมของความแค้น เพลงประกอบระหว่างเล่าเรื่อง มันทำให้ซีรีส์มีมิติมาก ได้ฟีลเหมือนดูหนังจักรวรรดิโรมัน เช่น Spartacus, Gladiator หรือในสถานที่แห่งการต่อสู้อะไรแบบนั้น ตอนดูก็ขนลุกเลย มันดีมากจริงๆ
รับชมซีรีส์ "เสน่หาวาโย" ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น.
รับชมสดผ่านจอทีวีทางช่อง 7HD กด 35
รับชมสดออนไลน์ และชมย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV
📺 ดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT เวลา 21.30 น.
บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น
#เสน่หาวาโย
#ฟรีนเบค #Freenbecky
#srchafreen #beckysangels