จ่ายมัดจำ MacBook มีบิลชัดเจน พอราคาขึ้น ร้านบอกของหมดซะงั้น?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกคน วันนี้ผมมีมหากาพย์การซื้อของออนไลน์ที่อ่านแล้วอาจจะงงว่า "แบบนี้ก็เด็ดได้เหรอ?" มาแบ่งปันเพื่อเป็นอุทาหรณ์ในการรักษาเล่ห์เหลี่ยม เอ้ย รักษาสิทธิ์ของผู้บริโภคครับ!เรื่องมีอยู่ว่า ผมเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ และเป็นผู้พิการประเภท 3 (ทางการเคลื่อนไหว/ร่างกาย) ที่มีเป้าหมายชีวิตอันยิ่งใหญ่คือการได้เรียนออนไลน์อย่างสงบสุขในวันเปิดเทอมวันที่ 10 สิงหาคมนี้ คอมพิวเตอร์จึงเป็นเหมือนอวัยวะชิ้นสำคัญในการเข้าถึงการศึกษา ด้วยความอยากได้ของชัวร์ๆ ผมจึงทักไปสั่งซื้อ MacBook Neo รุ่น 256GB ในราคา 19,900 บาท และโทรศัพท์มือถือ Apple อีกหนึ่งเครื่อง กับบริษัทตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีรายใหญ่ในภาคเหนือ (ขอเรียกว่า บริษัท ท. นะครับ)







ทางร้านก็น่ารักมากครับ แนะนำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยการให้ผมโอนเงินมัดจำรวมเป็นจำนวน 5,500 บาท (มัดจำคอมพิวเตอร์ 5,000 บาท และมัดจำมือถือ 500 บาท) เพื่อล็อกเครื่อง ข้าพเจ้าก็โอนไวทันทีในวันที่ 18 มิ.ย. ทางบริษัทก็ออก "ใบรับเงินชั่วคราว" อย่างเป็นทางการระบุวันนัดส่งสินค้าวันที่ 22 และ 23 มิ.ย. อย่างดิบดี ระบบ POS ดูน่าเลื่อมใสมากครับ





แต่ความบันเทิงมันเริ่มหลังจากนี้ครับ... เมื่อถึงวันนัดหมาย 23 มิ.ย. โลกทั้งใบกลายเป็นความเงียบสงบ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีข้อความแจ้งเตือนใดๆ จากร้านค้า จนผมต้องทำหน้าที่สวมวิญญาณนักสืบทักแชทไปตามของเองในวันที่ 26 มิ.ย. และคำตอบที่ได้จากแอดมินก็ทำให้ผมซาบซึ้งใจจนต้องรีบมาตั้งกระทู้แอดมินแจ้งด้วยความจริงใจว่า 'สินค้าหมดเพราะตอนนี้ MacBook ขึ้นราคาครับ' พร้อมยื่นข้อเสนอสุดพิเศษว่า ให้ผมเพิ่มเงินขยับไปซื้อรุ่น 512GB ที่แพงกว่าแทน!เดี๋ยวนะครับ... ย้อนไทม์ไลน์นิดนึง Apple เพิ่งประกาศปรับราคาอย่างเป็นทางการทั่วโลกในคืนวันที่ 25 มิ.ย. แต่ร้านมีหน้าที่จะต้องส่งของให้ผมตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. แล้วตามใบเสร็จ นี่แสดงว่าระบบจัดการสต็อกของร้านสามารถพยากรณ์อนาคตล่วงหน้าได้ หรือว่าจงใจดึงเครื่องที่ผมจ่ายมัดจำไว้ไปเวียนขายโก่งราคาในตลาดใหม่กันแน่? ข้ออ้างนี้นอกจากจะผิดสัญญาทางกฎหมายแล้ว ยังแอบดูถูกสติปัญญาและตรรกะของนักศึกษาวิศวะไปนิดนึงครับในฐานะผู้บริโภคกลุ่มเปราะบางที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทางอยู่แล้ว การซื้อออนไลน์ในราคาที่ตกลงไว้คือช่องทางสร้างความเท่าเทียม การที่ร้านค้าทำแบบนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องการซื้อขายทั่วไป แต่มันคือการเอาเปรียบและสร้างความเครียดให้แก่นักศึกษาก่อนวันเปิดเทอมปัจจุบัน ผมได้รวบรวมหลักฐานเด็ดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ สลิป และประวัติแชท ส่งเข้าสู่ ระบบ สคบ. ออนไลน์ เรียบร้อยแล้ว โดยขอใช้สิทธิ์เลิกสัญญา เรียกเงินมัดจำคืนพร้อมดอกเบี้ย และจะเดินหน้าฟ้องเรียกร้องค่าเสียโอกาสทางการศึกษา รวมถึงค่าเสียหายเชิงลงโทษตามกฎหมายผู้บริโภคมาตรา 42 ให้ถึงที่สุดครับ จะได้รู้กันไปว่าบิลเงินมัดจำของบริษัทจำกัด กับข้ออ้างเรื่องราคาตลาด อะไรจะมีน้ำหนักมากกว่ากันในชั้นศาลมาตั้งกระทู้นี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ ทุกคนครับว่า ถ้าเจอเล่ห์เหลี่ยมการดึงของไปโก่งราคาแบบนี้ อย่าไปยอมรับข้อเสนอเด็ดขาด รักษาสิทธิ์ของเราให้ถึงที่สุดหากมีความคืบหน้าจาก สคบ. หรือถ้าผู้จัดการบริษัทติดต่อมาเคลียร์อย่างไร ผมจะมาอัปเดตความตื่นเต้นให้ฟังในกระทู้นี้เรื่อยๆ ครับ!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่