อาจจะรู้สึกคุ้นๆ กับกระทู้นี้นะคะเพราะว่านี้เป็นอันใหม่ที่เราทำขึ้นมาจากของเดิม โดยครั้งนี้จะเพิ่มรีวิวเข้าไป โดยขอเน้นย้ำนะคะว่ามันคือความคิดเห็นส่วนตัวเราไม่ใช่นักรีวิวมืออาชีพแต่อย่างใด เข้าใจตรงกันนะคะ
โรแมนติก รักต่างวัย
1. The Lunchbox (2013)

บอกเล่าเรื่องราวของชายหญิงในมหานครมุมไบที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทั้งสองรู้จักและเริ่มต้นบทสนทนาผ่านระบบขนส่งอาหารที่เรียกว่า ดับบาวาลา โดยมีจุดเริ่มต้นจากความผิดพลาดในการส่งอาหาร จนเกิดเป็นความผูกพันและมิตรภาพที่เยียวยาจิตใจของคนสองคน
รีวิว: เป็นหนังอินเดียที่ชอบมากเรื่องหนึ่ง ทั้งบรรกาศเงียบๆ ที่ถ่ายทอดความเหงาและโดดเดี่ยวของตลค. แม้ต่างคนจะไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายเลย แต่จดหมายที่ส่งถึงกันอบอวลด้วยความเข้าอกใจจากคนที่กำลังเผชิญความรู้สึกแบบเดียวกันอยู่ ราวกับขอแค่มีใครสักคนตั้งใจฟังเสียงของเรามันก็จะทำให้ชีวิตที่แสนน่าเบื่อได้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
2. The Reader (2008)

ในปี 1958
ไมเคิล เบิร์ก เด็กหนุ่มวัย 15 ปี เกิดล้มป่วยกะทันหันและได้รับความช่วยเหลือจาก
ฮันนา ชมิทซ์ พนักงานเก็บตั๋วรถรางวัย 36 ปี ความสัมพันธ์ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นในห้องพักของเธอ โดยมีเงื่อนไขว่าก่อนมีอะไรกัน ไมเคิลจะต้อง
อ่านหนังสือ ให้เธอฟัง
รีวิว: เมื่อความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน หากคนหนึ่งพร้อมทุ่มเทเพื่อความรัก แต่อีกคนกลับหวาดกลัวสายตาของสังคม แม้ในใจจะรักแค่ไหนก็เป็นเรื่องยากที่ความสัมพันธ์จะไปต่อได้ เป็นหนังรักต่างวัยอีกเรื่องที่แนะนำให้ดูค่ะมันไม่ได้โรแมนติกหวานซึ้ง แต่กลับถ่ายทอดรักแรกอันฝังใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่จะมีผลกระทบต่อความรู้สึกต่อเขาไปจนจบเรื่อง อย่างที่เขาว่ารักแรกมักลืมยาก
3. The World to Come (2020)

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19
อบิเกล ภรรยาชาวไร่ผู้ใช้ชีวิตแสนน่าเบื่อและกำลังโศกเศร้ากับการสูญเสียลูกสาว ได้พบกับ
แทลลี่ เพื่อนบ้านคนใหม่ ทั้งสองต่างเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในจิตใจและพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้ง
รีวิว : สิ่งที่เราชอบในหนังเรื่องนี้คือความสัมพันธ์ของอบิเกลและแทลลี่ ที่ต่างฝ่ายเหมือนเป็นพระอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตที่มีแต่หมอกครึ้มของทั้งคู่ มันทั้งอบอุ่นและมีความหมายอีกครั้งหลังชีวิตแต่งงานที่ทั้งสองไม่ได้มีความสุขเท่าที่ควร โดยขณะเดียวกันมันก็เป็นหนังที่เราไม่อยากดูตอนจบเป็นครั้งที่สองเพราะสะเทือนใจอยู่พอสมควร
4. Ammonite (2020)

ในปี 1840 ณ เมืองชายฝั่งอันหนาวเหน็บ แมรี่ แอนนิง นักขุดฟอสซิลผู้สันโดษและทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ ได้รับการว่าจ้างจากสามีผู้มั่งคั่งให้ช่วยดูแล ชาร์ล็อตต์ เมอร์ชิสัน ภรรยาของเขาที่กำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
รีวิว : เรื่องนี้ดีกว่าเรื่องด้านบนหน่อยในแง่ตอนจบ แต่ว่าเป็นหนังที่มีความเงียบและบทสนทนาที่น้อยกว่า โดยจะเน้นไปที่เสียงของบรรยากาศรอบข้างภายในเรื่องและท่าทางการแสดง สีหน้าของตลค. โดยเน้นไปที่เรื่องราวการทำงานของแมรี่ และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละนิดกับชาร์ล็อตที่นิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจกันและกันยอมรับกันในที่สุด
5. Pretty Woman (1990)
เอ็ดเวิร์ด ลูวิส เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่โดดเดี่ยว เขาจ้าง วิเวียน วอร์ด หญิงโสเภณีให้เป็นคู่เดตของเขาในงานสังคมต่างๆ Vivian ฉลาด สวย และมีเสน่ห์ เธอทำให้ เอ็ดเวิร์ด ประทับใจ กลับกัน วิเวียน เริ่มมีความรู้สึกต่อ Edward แต่เธอก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามีอุปสรรคทางสังคมรออยู่
รีวิว : เป็นเรื่องยากจริงๆ ค่ะที่เราจะไม่หลงรักเสน่ห์ของจูเรีย โรเบิรต์ ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับริชาร์ด เกียร์ด้วย เป็นหนังแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ชวนฝันที่เราให้ติดท็อปอันดับหนึ่งที่ยากจะหาเรื่องอื่นมาลบล้างจริงๆ ค่ะสำหรับเรา เพราะทุกๆ องค์ประกอบมันลงตัวไปหมดเลย
6. The Rebound (2009)

เล่าเรื่องราวของแม่บ้านลูกสองวัย 40 ปีที่จับได้ว่าสามีนอกใจ เธอจึงตัดสินใจหย่า ย้ายมาตั้งต้นชีวิตใหม่ในนิวยอร์ก และบังเอิญตกหลุมรักกับพี่เลี้ยงเด็กหนุ่มวัย 25 ปีที่เข้ามาดูแลหัวใจ
รีวิว : แม้ทุกอย่างจะเริ่มต้นได้ดี แต่หากจังหวะเวลาชีวิตของทั้งคู่ยังไม่ตรงกัน คนหนึ่งมีสิ่งให้ต้องรับผิดชอบและเพิ่งจะได้มีหน้าที่การงานดีๆ ทว่าอีกคนหนึ่งอายุยังน้อยและคิดน้อยเกินไป ซึ่งมันคือการรักถูกคน แต่ผิดเวลาค่ะ เราก็ต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์นี้จะลงเอยยังไง
7. White Palace (1990)
แม็กซ์ บารอน ผู้บริหารหนุ่มวัย 27 ปีที่ยังโศกเศร้าจากการเสียชีวิตของภรรยา เขาได้พบกับ
โนรา เบเกอร์ พนักงานเสิร์ฟวัย 43 ปีผู้ใช้ชีวิตสุดขั้ว ความแตกต่างทางชนชั้นและวัยทำให้เกิดเป็นความรักสุดซึ้ง
รีวิว : ใครชอบแนวสาวแซ่บ กร้านโลก รุกหาพระเอกก่อนน่าจะชอบเรื่องนี้ค่ะ โดยส่วนตัวเราว่านี่คือหนังแนวนางเอกอายุมากกว่าพระเอกเรื่องท็อปๆ เลยที่ให้นึกถึงนะคะ ทั้งเคมีดี ตลค.ก็มีเสน่ห์โดยเฉพาะตัวของนอร่าสาวใหญ่ของเรา ซึ่งนอกเหนือจากอายุที่ห่างกันเมสเสจอีกอย่างที่สำคัญของหนังคือความต่างชนชั้นและฐานะที่เป็นอุปสรรค์หลักของความสัมพันธ์พวกเขาทั้งคู่ด้วยค่ะ
8. Meet Joe Black (1998)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ได้บังเอิญพบกับ
ซูซาน แพร์ริช ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอและเกิดความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันทันทีหลังจากแรกพบ แต่หลังจากแยกย้ายกัน ชายหนุ่มคนนั้นกลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
รีวิว : ถ้าให้พูดถึงหนังที่โดดเด่นความหล่อสวยของพระนางมากที่สุดเราจะนึกถึงเรื่องนี้เลยค่ะ ส่วนในแง่เนื้อเรื่องมันคือการพักร้อนของยมทูตตนหนึ่งที่มีเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ในการรู้จักโลกและรักผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ ถ้าถามว่าเน้นโรแมนติกไหมเราว่าไม่ซะทีเดียว มันเป็นเหมือนการให้เราได้เข้าใจถึงคุณค่าของชีวิตและใช้เวลาที่เหลือกับคนที่เรารักให้คุ้มค่าที่สุดค่ะ
9.Tim (1979)

บอกเล่าเรื่องราวความรักต่างวัยและชนชั้น ระหว่าง
แมรี่ หญิงวัยกลางคนหน้าที่ฐานะดี และ
ทิม ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งเธอจ้างมาเป็นคนสวน
รีวิว : เป็นหนังแนวรักต่างวัยที่น่ารัก อบอุ่น ต่างจากทุกเรื่องในลิสต์เลยค่ะ ถ้าอยากฮิลใจดื่มด่ำสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวทีละนิดจากเพื่อนต่างวัยสู่คนรัก เรื่องนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ
ดราม่า ความสัมพันธ์
10.The Good Girl (2002)

จัสติน พนักงานร้านขายของชำที่เบื่อหน่ายชีวิตแต่งงานกับสามีจอมเฉื่อยชา เธอจึงตัดสินใจแอบคบชู้กับ โฮลเดน เพื่อนร่วมงานหนุ่มรุ่นน้องที่หมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือ นำไปสู่ความลับและการตัดสินใจที่ผิดศีลธรรม
รีวิว : สิ่งที่นางเอกทำในเรื่องนั้นต้องพูดเลยว่าตรงกันข้ามกับชื่อเรื่องโดยสิ้นเชิง มันคือความตลกร้ายที่ทำให้เราทั้งขำไม่ออกและสงสารตลค.ในเรื่องไม่สุดจริงๆ นอกจากตัวสามีของจัสทินแล้ว แต่กลับกันเราก็ไม่รู้สึกเกลียดตลค.ไหนเลย แม้การกระทำเหล่านั้นของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้เราว่ามันสะท้อนปัญหาของครอบครัวและสังคมได้ออกมาอย่างน่าสนใจทีเดียวเลยค่ะ
11.Notes on a Scandal (2006)

บอกเล่าเรื่องราวของ
บาร์บารา ครูสอนประวัติศาสตร์วัยเกษียณ ที่เข้ามาตีสนิทกับ
ชีบา ครูสอนศิลปะคนใหม่ ความลับเรื่องที่ชีบามีความสัมพันธ์กับลูกศิษย์วัยละอ่อน ทำให้บาร์บาราผู้โดดเดี่ยวใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือบงการและครอบงำชีวิตของชีบา
รีวิว : เหมือนเรื่องด้านบนการกระทำของตลค.เป็นสิ่งที่ผิด แต่อีกด้านหนึ่งเราก็เข้าใจและเห็นใจตลค.ในเวลาเดียวกันโดยเราพูดถึงชีบ้านะคะ เป็นเรื่องที่ทำให้เราอึดอัดกับความเห็นแก่ตัวของตลค. และมองดูถึงผลกระทบที่ตามมาจากการตัดสินใจที่เลือกจะเอาความรู้สึกมาเหนือความถูกต้อง ซึ่งผลลัพธ์มันก็จะชห.เหมือนกับในเรื่องนี้นี่แหละค่ะทุกคน
12.The Second Wife (1998)

ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1960
แอนนา คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวชาวซิซิลี ได้แต่งงานกับ
ฟอสโก้ คนขับรถบรรทุกม่ายหนุ่มใหญ่ แล้วย้ายไปอยู่ด้วยกัน ชีวิตครอบครัวเกิดปัญหาเมื่อฟอสโก้ถูกจับกุมตัวจากข้อหาลักลอบขนของโบราณ ในระหว่างที่สามีถูกคุมขังแอนนาก็ได้สานสัมพันธ์กับ
ลิวิโอ ลูกเลี้ยงของฟอสโก้จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ต้องห้ามขึ้น
รีวิว : เป็นหนังที่มีกลิ่นอายของสังคมอิตาลียุคเก่าๆ ในฤดูร้อนที่ให้ความรู้สึกอบอ้าวและเซ็กซี่นิดๆ โดยมีแม่เลี้ยงอย่างแอนนาเป็นจุดเด่นของเรื่อง หากดูเผิน ๆ มันก็คือพล็อตแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปอีกสักนิดมันคือช่องว่างที่เกิดจากความขาดความรักและโหยหาการถูกมองเห็นจากใครสักคน ทั้งตัวแอนนาและลิวิโอเอง
13.A Girl at My Door (2014)

เล่าถึงสารวัตรตำรวจสาวที่ถูกย้ายมาประจำการในหมู่บ้านชนบท เธอได้พบกับเด็กสาววัย 14 ปีที่ถูกทารุณกรรมโดยพ่อของตัวเอง ทั้งสองต้องเข้ามาพัวพันกันจนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งท่ามกลางความลับและอคติในสังคม
รีวิว : เรื่องนี้เป็นหนังที่สะท้อนปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีต่อเด็ก การเพิกเฉยของผู้ใหญ่ และการเป็นคนรักร่วมเพศในสังคมเกาหลีที่มีผลต่อหน้าที่การงาน รวมถึงการถูกตัดสินจากคนในสังคม ทำให้ทั้งคู่จึงต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันเองค่ะ
ดราม่าชีวิต / สะท้อนสังคม
14.To Live (1994)

เรื่องราวของอดีตลูกเศรษฐีผีพนันที่กลับตัวมาทำมาหากินด้วยอาชีพเชิดหุ่นกระบอก แต่ชีวิตครอบครัวของเขาต้องถูกมรสุมการเมืองและการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนซัดกระหน่ำ ซึ่งพวกเขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อประคับประคองชีวิตและก้าวผ่านโศกนาฏกรรมนับครั้งไม่ถ้วนไปให้ได้
รีวิว : หากจะพูดถึงหนังที่เล่าการเปลี่ยนผ่านการปกครองของจีนเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่อยากแนะนำค่ะ โดยจะเล่าผ่านครอบครัวหนึ่งที่ผ่านความทุกข์ยากต่างๆ ในชีวิตทั้งดีและร้าย เราว่าเขาเล่าออกมาดีและสมจริงเลยค่ะ ถึงแม้เราจะสูญเสียสิ่งสำคัญไปและไม่อาจเอากลับคืนมาได้ แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปเห็นคุณค่าและรักษาสิ่งที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด
ยังมีต่อนะคะ
มาแชร์หนังที่ดูจบแล้วทั้งหมด 42 เรื่อง (ภาพ เรื่องย่อ รีวิว)
บอกเล่าเรื่องราวของชายหญิงในมหานครมุมไบที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ทั้งสองรู้จักและเริ่มต้นบทสนทนาผ่านระบบขนส่งอาหารที่เรียกว่า ดับบาวาลา โดยมีจุดเริ่มต้นจากความผิดพลาดในการส่งอาหาร จนเกิดเป็นความผูกพันและมิตรภาพที่เยียวยาจิตใจของคนสองคน
รีวิว: เป็นหนังอินเดียที่ชอบมากเรื่องหนึ่ง ทั้งบรรกาศเงียบๆ ที่ถ่ายทอดความเหงาและโดดเดี่ยวของตลค. แม้ต่างคนจะไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่ายเลย แต่จดหมายที่ส่งถึงกันอบอวลด้วยความเข้าอกใจจากคนที่กำลังเผชิญความรู้สึกแบบเดียวกันอยู่ ราวกับขอแค่มีใครสักคนตั้งใจฟังเสียงของเรามันก็จะทำให้ชีวิตที่แสนน่าเบื่อได้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง
2. The Reader (2008)
ในปี 1958 ไมเคิล เบิร์ก เด็กหนุ่มวัย 15 ปี เกิดล้มป่วยกะทันหันและได้รับความช่วยเหลือจาก ฮันนา ชมิทซ์ พนักงานเก็บตั๋วรถรางวัย 36 ปี ความสัมพันธ์ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นในห้องพักของเธอ โดยมีเงื่อนไขว่าก่อนมีอะไรกัน ไมเคิลจะต้อง อ่านหนังสือ ให้เธอฟัง
รีวิว: เมื่อความรักไม่ใช่เรื่องของคนสองคน หากคนหนึ่งพร้อมทุ่มเทเพื่อความรัก แต่อีกคนกลับหวาดกลัวสายตาของสังคม แม้ในใจจะรักแค่ไหนก็เป็นเรื่องยากที่ความสัมพันธ์จะไปต่อได้ เป็นหนังรักต่างวัยอีกเรื่องที่แนะนำให้ดูค่ะมันไม่ได้โรแมนติกหวานซึ้ง แต่กลับถ่ายทอดรักแรกอันฝังใจของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่จะมีผลกระทบต่อความรู้สึกต่อเขาไปจนจบเรื่อง อย่างที่เขาว่ารักแรกมักลืมยาก
3. The World to Come (2020)
ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 อบิเกล ภรรยาชาวไร่ผู้ใช้ชีวิตแสนน่าเบื่อและกำลังโศกเศร้ากับการสูญเสียลูกสาว ได้พบกับ แทลลี่ เพื่อนบ้านคนใหม่ ทั้งสองต่างเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในจิตใจและพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นความรักที่ลึกซึ้ง
รีวิว : สิ่งที่เราชอบในหนังเรื่องนี้คือความสัมพันธ์ของอบิเกลและแทลลี่ ที่ต่างฝ่ายเหมือนเป็นพระอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในชีวิตที่มีแต่หมอกครึ้มของทั้งคู่ มันทั้งอบอุ่นและมีความหมายอีกครั้งหลังชีวิตแต่งงานที่ทั้งสองไม่ได้มีความสุขเท่าที่ควร โดยขณะเดียวกันมันก็เป็นหนังที่เราไม่อยากดูตอนจบเป็นครั้งที่สองเพราะสะเทือนใจอยู่พอสมควร
4. Ammonite (2020)
ในปี 1840 ณ เมืองชายฝั่งอันหนาวเหน็บ แมรี่ แอนนิง นักขุดฟอสซิลผู้สันโดษและทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ ได้รับการว่าจ้างจากสามีผู้มั่งคั่งให้ช่วยดูแล ชาร์ล็อตต์ เมอร์ชิสัน ภรรยาของเขาที่กำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
รีวิว : เรื่องนี้ดีกว่าเรื่องด้านบนหน่อยในแง่ตอนจบ แต่ว่าเป็นหนังที่มีความเงียบและบทสนทนาที่น้อยกว่า โดยจะเน้นไปที่เสียงของบรรยากาศรอบข้างภายในเรื่องและท่าทางการแสดง สีหน้าของตลค. โดยเน้นไปที่เรื่องราวการทำงานของแมรี่ และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เกิดขึ้นทีละนิดกับชาร์ล็อตที่นิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจกันและกันยอมรับกันในที่สุด
5. Pretty Woman (1990)
เอ็ดเวิร์ด ลูวิส เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่โดดเดี่ยว เขาจ้าง วิเวียน วอร์ด หญิงโสเภณีให้เป็นคู่เดตของเขาในงานสังคมต่างๆ Vivian ฉลาด สวย และมีเสน่ห์ เธอทำให้ เอ็ดเวิร์ด ประทับใจ กลับกัน วิเวียน เริ่มมีความรู้สึกต่อ Edward แต่เธอก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามีอุปสรรคทางสังคมรออยู่
รีวิว : เป็นเรื่องยากจริงๆ ค่ะที่เราจะไม่หลงรักเสน่ห์ของจูเรีย โรเบิรต์ ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับริชาร์ด เกียร์ด้วย เป็นหนังแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ชวนฝันที่เราให้ติดท็อปอันดับหนึ่งที่ยากจะหาเรื่องอื่นมาลบล้างจริงๆ ค่ะสำหรับเรา เพราะทุกๆ องค์ประกอบมันลงตัวไปหมดเลย
6. The Rebound (2009)
เล่าเรื่องราวของแม่บ้านลูกสองวัย 40 ปีที่จับได้ว่าสามีนอกใจ เธอจึงตัดสินใจหย่า ย้ายมาตั้งต้นชีวิตใหม่ในนิวยอร์ก และบังเอิญตกหลุมรักกับพี่เลี้ยงเด็กหนุ่มวัย 25 ปีที่เข้ามาดูแลหัวใจ
รีวิว : แม้ทุกอย่างจะเริ่มต้นได้ดี แต่หากจังหวะเวลาชีวิตของทั้งคู่ยังไม่ตรงกัน คนหนึ่งมีสิ่งให้ต้องรับผิดชอบและเพิ่งจะได้มีหน้าที่การงานดีๆ ทว่าอีกคนหนึ่งอายุยังน้อยและคิดน้อยเกินไป ซึ่งมันคือการรักถูกคน แต่ผิดเวลาค่ะ เราก็ต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วความสัมพันธ์นี้จะลงเอยยังไง
7. White Palace (1990)
แม็กซ์ บารอน ผู้บริหารหนุ่มวัย 27 ปีที่ยังโศกเศร้าจากการเสียชีวิตของภรรยา เขาได้พบกับ โนรา เบเกอร์ พนักงานเสิร์ฟวัย 43 ปีผู้ใช้ชีวิตสุดขั้ว ความแตกต่างทางชนชั้นและวัยทำให้เกิดเป็นความรักสุดซึ้ง
รีวิว : ใครชอบแนวสาวแซ่บ กร้านโลก รุกหาพระเอกก่อนน่าจะชอบเรื่องนี้ค่ะ โดยส่วนตัวเราว่านี่คือหนังแนวนางเอกอายุมากกว่าพระเอกเรื่องท็อปๆ เลยที่ให้นึกถึงนะคะ ทั้งเคมีดี ตลค.ก็มีเสน่ห์โดยเฉพาะตัวของนอร่าสาวใหญ่ของเรา ซึ่งนอกเหนือจากอายุที่ห่างกันเมสเสจอีกอย่างที่สำคัญของหนังคือความต่างชนชั้นและฐานะที่เป็นอุปสรรค์หลักของความสัมพันธ์พวกเขาทั้งคู่ด้วยค่ะ
8. Meet Joe Black (1998)
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ได้บังเอิญพบกับ ซูซาน แพร์ริช ทั้งสองพูดคุยกันอย่างถูกคอและเกิดความรู้สึกดีๆ ให้แก่กันทันทีหลังจากแรกพบ แต่หลังจากแยกย้ายกัน ชายหนุ่มคนนั้นกลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
รีวิว : ถ้าให้พูดถึงหนังที่โดดเด่นความหล่อสวยของพระนางมากที่สุดเราจะนึกถึงเรื่องนี้เลยค่ะ ส่วนในแง่เนื้อเรื่องมันคือการพักร้อนของยมทูตตนหนึ่งที่มีเวลาแค่หนึ่งอาทิตย์ในการรู้จักโลกและรักผู้หญิงคนหนึ่งค่ะ ถ้าถามว่าเน้นโรแมนติกไหมเราว่าไม่ซะทีเดียว มันเป็นเหมือนการให้เราได้เข้าใจถึงคุณค่าของชีวิตและใช้เวลาที่เหลือกับคนที่เรารักให้คุ้มค่าที่สุดค่ะ
9.Tim (1979)
บอกเล่าเรื่องราวความรักต่างวัยและชนชั้น ระหว่าง แมรี่ หญิงวัยกลางคนหน้าที่ฐานะดี และ ทิม ชายหนุ่มหน้าตาดีแต่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ซึ่งเธอจ้างมาเป็นคนสวน
รีวิว : เป็นหนังแนวรักต่างวัยที่น่ารัก อบอุ่น ต่างจากทุกเรื่องในลิสต์เลยค่ะ ถ้าอยากฮิลใจดื่มด่ำสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ก่อตัวทีละนิดจากเพื่อนต่างวัยสู่คนรัก เรื่องนี้ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยค่ะ
จัสติน พนักงานร้านขายของชำที่เบื่อหน่ายชีวิตแต่งงานกับสามีจอมเฉื่อยชา เธอจึงตัดสินใจแอบคบชู้กับ โฮลเดน เพื่อนร่วมงานหนุ่มรุ่นน้องที่หมกมุ่นอยู่กับการอ่านหนังสือ นำไปสู่ความลับและการตัดสินใจที่ผิดศีลธรรม
รีวิว : สิ่งที่นางเอกทำในเรื่องนั้นต้องพูดเลยว่าตรงกันข้ามกับชื่อเรื่องโดยสิ้นเชิง มันคือความตลกร้ายที่ทำให้เราทั้งขำไม่ออกและสงสารตลค.ในเรื่องไม่สุดจริงๆ นอกจากตัวสามีของจัสทินแล้ว แต่กลับกันเราก็ไม่รู้สึกเกลียดตลค.ไหนเลย แม้การกระทำเหล่านั้นของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้เราว่ามันสะท้อนปัญหาของครอบครัวและสังคมได้ออกมาอย่างน่าสนใจทีเดียวเลยค่ะ
11.Notes on a Scandal (2006)
บอกเล่าเรื่องราวของ บาร์บารา ครูสอนประวัติศาสตร์วัยเกษียณ ที่เข้ามาตีสนิทกับ ชีบา ครูสอนศิลปะคนใหม่ ความลับเรื่องที่ชีบามีความสัมพันธ์กับลูกศิษย์วัยละอ่อน ทำให้บาร์บาราผู้โดดเดี่ยวใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือบงการและครอบงำชีวิตของชีบา
รีวิว : เหมือนเรื่องด้านบนการกระทำของตลค.เป็นสิ่งที่ผิด แต่อีกด้านหนึ่งเราก็เข้าใจและเห็นใจตลค.ในเวลาเดียวกันโดยเราพูดถึงชีบ้านะคะ เป็นเรื่องที่ทำให้เราอึดอัดกับความเห็นแก่ตัวของตลค. และมองดูถึงผลกระทบที่ตามมาจากการตัดสินใจที่เลือกจะเอาความรู้สึกมาเหนือความถูกต้อง ซึ่งผลลัพธ์มันก็จะชห.เหมือนกับในเรื่องนี้นี่แหละค่ะทุกคน
12.The Second Wife (1998)
ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 แอนนา คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวชาวซิซิลี ได้แต่งงานกับ ฟอสโก้ คนขับรถบรรทุกม่ายหนุ่มใหญ่ แล้วย้ายไปอยู่ด้วยกัน ชีวิตครอบครัวเกิดปัญหาเมื่อฟอสโก้ถูกจับกุมตัวจากข้อหาลักลอบขนของโบราณ ในระหว่างที่สามีถูกคุมขังแอนนาก็ได้สานสัมพันธ์กับ ลิวิโอ ลูกเลี้ยงของฟอสโก้จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ต้องห้ามขึ้น
รีวิว : เป็นหนังที่มีกลิ่นอายของสังคมอิตาลียุคเก่าๆ ในฤดูร้อนที่ให้ความรู้สึกอบอ้าวและเซ็กซี่นิดๆ โดยมีแม่เลี้ยงอย่างแอนนาเป็นจุดเด่นของเรื่อง หากดูเผิน ๆ มันก็คือพล็อตแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปอีกสักนิดมันคือช่องว่างที่เกิดจากความขาดความรักและโหยหาการถูกมองเห็นจากใครสักคน ทั้งตัวแอนนาและลิวิโอเอง
13.A Girl at My Door (2014)
เล่าถึงสารวัตรตำรวจสาวที่ถูกย้ายมาประจำการในหมู่บ้านชนบท เธอได้พบกับเด็กสาววัย 14 ปีที่ถูกทารุณกรรมโดยพ่อของตัวเอง ทั้งสองต้องเข้ามาพัวพันกันจนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งท่ามกลางความลับและอคติในสังคม
รีวิว : เรื่องนี้เป็นหนังที่สะท้อนปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีต่อเด็ก การเพิกเฉยของผู้ใหญ่ และการเป็นคนรักร่วมเพศในสังคมเกาหลีที่มีผลต่อหน้าที่การงาน รวมถึงการถูกตัดสินจากคนในสังคม ทำให้ทั้งคู่จึงต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันเองค่ะ
เรื่องราวของอดีตลูกเศรษฐีผีพนันที่กลับตัวมาทำมาหากินด้วยอาชีพเชิดหุ่นกระบอก แต่ชีวิตครอบครัวของเขาต้องถูกมรสุมการเมืองและการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีนซัดกระหน่ำ ซึ่งพวกเขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อประคับประคองชีวิตและก้าวผ่านโศกนาฏกรรมนับครั้งไม่ถ้วนไปให้ได้
รีวิว : หากจะพูดถึงหนังที่เล่าการเปลี่ยนผ่านการปกครองของจีนเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่อยากแนะนำค่ะ โดยจะเล่าผ่านครอบครัวหนึ่งที่ผ่านความทุกข์ยากต่างๆ ในชีวิตทั้งดีและร้าย เราว่าเขาเล่าออกมาดีและสมจริงเลยค่ะ ถึงแม้เราจะสูญเสียสิ่งสำคัญไปและไม่อาจเอากลับคืนมาได้ แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปเห็นคุณค่าและรักษาสิ่งที่เหลืออยู่อย่างดีที่สุด