ถึงเวลาแพลตฟอร์มเอาคืน ภาครัฐไม่ตื่น คนขายไม่ฟื้น คนซื้อไม่ไหว



ธุรกิจยักษ์ใหญ่จากต่างชาติ เริ่มทำตลาดในเมืองไทย

เมื่อนักธุรกิจต่างชาติมองเห็นว่าคนไทยเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนกันมากขึ้น จึงมองเห็นโอกาสเติบโต ในปี 2555 Lazada เริ่มเข้ามาบุกเบิกตลาดเมืองไทย และทำการตลาดให้คนไทยไม่ต้องกลัวเรื่องการถูกโกงเมื่อซื้อสินค้าออนไลน์พร้อมสร้างระบบเก็บเงินปลายทาง (COD) ทำให้แพลตฟอร์มเริ่มเป็นที่ยอมรับมากขึ้น

กระทั่งในปี 2558 ที่ Shopee เริ่มเข้ามาเป็นคู่แข่งแย่งสัดส่วนการตลาด  จากนั้นก็ถือเป็นยุคทองของแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีเจ้าอื่นเข้ามาร่วมแชร์ส่วนแบ่งตลาดในภายหลังเช่น JD CENTRAL , Temu , 11 street เป็นต้น  

ถ้าถามว่าในตอนนั้นบรรดายักษ์ใหญ่ต่างชาติมองเห็นศักยภาพอะไรในเมืองไทยก็น่าจะมาจากหลายปัจจัยได้แก่

✅เป็นยุคทองของสมาร์ทโฟนอันเนื่องจากการประมูลคลื่นความถี่ 3G และ 4G ในช่วงปี 2555 – 2558 ทำให้ราคาโทรศัพท์ถูกลงมาก คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากขึ้น
✅ อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตคนไทยเพิ่มจาก 30% ในปี 2555 มาถึงระดับ 60% ในปี 2559
✅สถิติระบุว่าในกรุงเทพมีผู้ใช้งาน Facebook มากที่สุดในโลกคนไทยใช้เวลาบนโลกออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 4-5 ชั่วโมงต่อวัน
✅ ตลาด E-Commerce ของไทยในปี 2558 มีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาทอัตราเติบโต 20-30% ต่อปี

ซึ่งในตลาดที่แข่งขันดุเดือดก็มีหลายแพลตฟอร์มที่ยังไปต่อและบางแพลตฟอร์มเข้ามาแล้วก็หายไป อย่าง TikTok Shop ที่เพิ่งเริ่มเปิดฟีเจอร์นี้ในปี 2565 แต่ก็มาแรงเพราะใช้วิธีที่ตัวเองมีกลุ่มผู้ใข้งานอยู่จำนวนมากคะเนว่าไม่ต่ำกว่า 30-40 ล้านคนทั่วประเทศ

ถ้าดูที่สัดส่วนการตลาดตอนนี้ Shopee ครองส่วนแบ่งกว่า 50%  ตามมาด้วย TikTok Shop 32%  และ Lazada 18%

แอปเดลิเวอรี่คิดค่า GP สูง! ร้านอาหารกำไรไม่เหลือ

ในกลุ่มของร้านอาหารเองก็ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากค่า GP ที่สูงลิ่ว แม้แต่ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ก็เคยนำเสนอว่ามีร้านอาหารแห่งหนึ่งมียอดออร์เดอร์รวม 244 บาท แต่มีเงินเข้าร้านจริงเพียงแค่ 124.75 บาท โดนถูกหักค่าต่างๆ คือ

✅ หักค่าบริการ GP 68.32  บาท
✅ หักภาษีมูลค่าเพิ่มค่าบริการ GP 4.78 บาท
✅ หักค่าส่วนลดค่าส่ง 9.60 บาท  
✅ หักภาษีมูลค่าเพิ่มค่าธรรมเนียมการตลาด 34.16  
ยอดรวมในการหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดคือ 119.25 บาท  

ก็ถือเป็นเรื่องจริงที่ร้านอาหารเองก็ต้องยอมรับเพราะหากร้านต้องการเข้าร่วมทุกโปรแกรมเพื่อหวังดันยอดขาย เงินส่วนต่างจะถูกระบบ Auto-deduct (หักอัตโนมัติ) ไปทันที 40% - 55%  

ยิ่งถ้าร้านมีต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงอยู่ที่ประมาณ 40-50% ของราคาอาหารอยู่แล้ว เมื่อเจอกลไกระบบเดลิเวอรี่หักไปอีก 40-50% เท่ากับว่า กำไรสุทธิ แทบจะเป็น 0 หรือหนักถึงขั้นติดลบ ร้านอาหารขนาดเล็กจึงตกอยู่ในสภาวะเหนื่อยฟรี บางร้านขายดีจนทำแทบไม่ทัน แต่ในบัญชีไม่มีเงินเหลือไปจ่ายค่าแก๊สหรือค่าเช่าที่

และอีกเรื่องที่น่ากังวลคือในอดีตแค่ร้านอาหารเข้าร่วมกับแอปก็มีออร์เดอร์เข้า แต่ปัจจุบันร้านอาหารออนไลน์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ทางแพลตฟอร์มจึงใช้อัลกอริทึม กดการมองเห็นแบบธรรมชาติ (Organic) ถ้าหน้าร้านไม่ยอมจ่ายเงินค่าแอดหรือเข้าโปรแกรมส่งฟรีพิเศษ ร้านจะถูกมองเห็นจากลูกค้าออนไลน์ได้ยาก เป็นการบีบให้ร้านค้าต้องยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อความอยู่รอด

ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจกับ SMEs ทั่วประเทศ

การที่แพลตฟอร์มปรับขึ้นค่าธรรมเนียมและทำธุรกิจของตัวเองแบบครบวงจร ซึ่ง SMEs เหมือนถูกบีบบังคับให้ต้องทำตาม สิ่งที่ตามมาคือกำไรของ SMEs ที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยลดลงชัดเจน

ข้อมูลจากสมาคมอีคอมเมิร์ซไทยระบุว่า อัตรากำไรสุทธิ) ของ SMEs ไทยบนแพลตฟอร์มในปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียง 2-5% เท่านั้น หากเดือนไหนคำนวณต้นทุนผิดพลาด หรือเจอลูกค้ากดคืนสินค้า ร้านค้าจะเข้าสู่ภาวะขาดทุนทันที

นอกจากนี้การที่แพลตฟอร์มควบคุมระบบทุกอย่างได้เอง SMEs รายย่อยที่มีเงินทุนหมุนเวียนน้อย ไม่สามารถสู้เม็ดเงินยิงแอดของทุนใหญ่ได้ สินค้าจึงถูกอัลกอริทึมเล่นงานจนลูกค้ามองไม่เห็น

กลไกนี้ทำให้ระบบการค้าออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ของ สินค้าที่ดีที่สุด อีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ของ คนที่ทุนหนา ส่งผลให้ร้านค้าขนาดเล็กค่อยๆหายไป

และที่ร้ายสุดในภาพรวมระยะยาว รายได้จากการการช้อปปิ้งออนไลน์ของคนไทยที่แลกมาด้วยค่าธรรมเนียมที่แพงมาก + ค่าขนส่ง และค่าโฆษณาต่างๆ เงินเหล่านี้ไม่ได้หมุนกลับมากระตุ้นเศรษฐกิจไทย แต่เป็นรายได้โดยตรงไปสู่บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านั้น

สิ่งที่ภาครัฐต้องทำคือการวางกฏเกณฑ์ควบคุมค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจน แน่นอนเช่นกันว่าในมุมของแพลตฟอร์มเหล่านี้การคิดค่าธรรมเนียมก็ไม่ใช่เรื่องผิดเมื่อเป็นเรื่องของธุรกิจก็ย่อมต้องหวังเรื่องกำไร

แต่จะทำอย่างไรให้ทุกอย่างเติบโตไปพร้อมกันอย่างยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่ผลประโยชน์ตกไปอยู่ที่ใครหรือธุรกิจใดแบบฝ่ายเดียว
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr.https://www.facebook.com/share/p/18rvfS4Mb9/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่