สรุปรวมแนวทางการติดโซลาร์เซลล์ ฉบับมือใหม่ไม่รู้อะไรเลย ใครกำลังจะติด มาอ่านก่อนนะ

เดือน 3-4-5 เป็นเดือนที่ค่าไฟมหาโหดประจำ กระแสช่วงนี้เลยหันมาอยากติดโซลาร์เซลล์เพื่อลดรายจ่ายกันมากขึ้นเยอะเลยทีเดียว

บางคนทุนเยอะ ไม่คิดอะไรมาก ค่าไฟฉันแพง ก็สั่งมาติดเลย ไม่สนงบ รู้แต่ว่า ร้านบอกว่า จะประหยัดเดือนละ กี่พันว่ามา คืนทุนกี่ปี อันนี้ ไม่ต้องอ่านกระทู้นี้แล้ว จบได้เลย 5555 ใช้เงินแก้ปัญหาไป

บางคนทุนน้อย คิดหนักหน่อย จะติดใหญ่ ก็แพง จะติดเล็ก ก็คืนทุนนาน หรือ ไม่พอใช้

บางคนค่าไฟพันกว่าบาท อยากจะติดกับเค้าบ้าง นี่ล่ะครับ ผมจะมาอธิบายให้ฟัง

แล้วจริงๆ โซลาร์เซลล์ จะช่วยเราประหยัดได้ในรูปแบบไหนกันแน่ ผมเลยลองสรุปจากที่ผมเป็น 1 ผู้ใช้งานที่เพิ่งจะมีโอกาสติดไปนะครับ ข้อมูลที่ผมสงสัยต่างๆ ผมรวมมาเพื่อเป็น FAQ ให้กับเพื่อนๆ ที่กำลังหาข้อมูลแล้วปริมาณข้อมูลล้นไปหมดเลย เพราะการติดมันใช้เงินสูง เป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้น ก่อนจ่ายตัง อยากให้คิดดีๆ กันก่อนนะครับ

ผมจะสรุปไปทีละขั้นตอนนะครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. สำรวจมิเตอร์ และ บิลค่าไฟที่บ้านก่อน

มิเตอร์ไฟที่บ้านเราๆ ปกติจะถูกคิดค่าไฟแบบอัตราก้าวหน้า คือ ถ้าใช้ไฟยิ่งเยอะ ตัวคูณก็ยิ่งแพง เหมือนการเสียภาษีเงินได้เลย มีขั้นบันได

บ้านคนที่ใช้ไฟเยอะ ในความหมายของผมคือ คนที่ใช้ไฟ มากกว่า 400 หน่วยขึ้นไปครับ เพราะจะถูกคิดค่าไฟในฐานบันไดที่แพงมากๆ แล้วหลังจาก 400 หน่วย

ดังนั้น ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ค่าไฟคุณไม่ถึง 400 หน่วย หรือ ค่าไฟประมาณไม่เกิน 1,700 คุณยังไม่ควรติดครับ เพราะคุณใช้ไฟไม่ได้เยอะ และจุดคุ้มทุนของบ้าน อาจจะน้อยเกินกว่าที่จะลงทุนครับ

ค่าเหล่านี้ ดูได้จากบิลค่าไฟได้เลยครับ



เรื่องมิเตอร์ TOU ผมจะยังไม่พูดถึงนะครับ ข้ามไปก่อน


2. ดูปริมาณการใช้ไฟย้อนหลังของบ้านคุณ

ผมอยากบอกว่า อย่าเอาค่าไฟหน้าร้อนมาเป็นตัวแปรในการคิดว่า อยากจะติดโซลาร์ "เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย"  เพราะตามชื่อ โซลาร์ ต้องใช้แดด ต้องใช้แสง พอหน้าฝน แดดไม่ค่อยมี ผลิตไฟก็ไม่ค่อยได้   ถ้าบ้านเรา ค่าไฟแพงแค่ช่วงหน้าร้อน แต่หน้าฝน กับหน้าหนาว ค่าไฟไม่ได้แพงมากเกินไป เช่น หน้าร้อน 6 พัน หน้าหนาว  2000 อะไรแบบนี้ การติดโซลาร์เพื่อประหยัด อาจจะไม่ได้ถูกจุด มันมีวิธีอื่นที่จะลดค่าไฟได้เช่นกันครับ เดี๋ยวจะกล่าวภายหลัง

ถ้ามีแอพของการไฟฟ้าต่างๆ มันจะมีเมนูให้ดูค่าไฟย้อนหลังได้เลย เราสามารถดูทั้งหน่วยการใช้ และ ยอดเงินที่จ่ายได้ เอามาพิจารณาดูก่อน ว่าค่าไฟบ้านเราแพงแค่เดือน 3,4 หรือเปล่า ลองเช็คดูก่อนนะครับ ค่าเฉลี่ยที่คิดว่า ควรจะติดโซลาร์ได้แล้ว คิดว่า ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปครับ

3. สำรวจพฤติกรรมการใช้ไฟของบ้าน (สำคัญที่สุด)

ตอนผมจะติด ผมถามหลายเจ้าเลยครับ ว่า ค่าไฟแบบบ้านผมเนี่ย จะติดกี่ Kw ดี ซึ่งบ้านผม ค่าไฟเฉลี่ย 3-5 พันบาทครับ (หลังเปลี่ยนมิเตอร์ TOU มาแล้วนะครับ) เค้าก็บอก บ้านหลังใหญ่ อยู่5คน ติด 10kw ไปเลยครับ   บางเจ้าก็บอก 5kw ก็พอครับ  

แต่มีเจ้าสุดท้ายที่ถามผมว่า พี่ใช้ไฟตอนไหนบ้างคะ เล่าพฤติกรรมการใช้ไฟให้หน่อย

ซึ่งบ้านผมเอง ใช้ไฟค่อนข้างเป็นรูทีนเลยครับ

1. วันธรรมดา ช่วงเปิดเทอม เด็กไปโรงเรียน คุณยายอยู่บ้านคนเดียว เปิดทีวี พัดลม แค่นี้ เย็นๆ เด็กกลับมาค่อยเปิดแอร์ และขึ้นห้องนอนเปิดแอร์กันตามปกติช่วง 1 ทุ่ม

2. เสาร์อาทิตย์ เปิดแอร์ห้องนอนเด็กๆ ยาวๆ ถึง 9 โมง 10 โมง และห้องรับแขก ไล่ยาวตั้งแต่ 10 โมง ถึงเย็นไปเลย

3. ช่วงปิดเทอม ทุกวัน จะเหมือนวันเสาร์อาทิตย์ เปิดแอร์ทั้งวัน ที่ห้องรับแขก

อย่างตัวอย่างของบ้านผมจะเห็นได้ว่า จริงๆ กลางวัน 5 วัน แทบไม่ได้ใช้ไฟเยอะอะไร ไฟจะไปหนักที่ตอน 5 โมงเย็นไป ซึ่งโซลาร์ก็ไม่มีผลอะไรแล้ว ถ้าผมติดขนาดใหญ่ไป กลางวัน คือทิ้งทั้งหมดครับ ไฟที่ผลิตได้ เสียของมากๆ จะได้ใช้เต็มๆ ก็วันหยุด ปิดเทอม พวกนี้

สุดท้าย ผมก็ติดแค่ชุดเล็กพอครับ ไม่ต้องเสียตังติดขนาดใหญ่เกินความจำเป็น



ทีนี้แต่ละบ้าน จะรู้ได้ยังไง ว่าบ้านเราใช้ไฟแบบไหน สิ่งที่จะทำได้ มีสองสามวิธีครับ

1. ถ้าพอทำไฟฟ้าเป็น หรือ อยากได้ข้อมูลที่แน่นเป๊ะ ให้ใช้ตัว CT ไปคล้องสายไฟเอาไว้ เพื่อวัดกระแสไฟทั้งบ้าน โหลดในแต่ละช่วงเวลา ว่าเรามีพฤติกรรมการใช้ไฟเป็นอย่างไร ติดสัก 1 เดือน ก็พอเห็นภาพแล้วครับ หรือถ้าอย่างบ้านผม ต้องการเทียบระหว่างปิดเทอม กับ เปิดเทอม ผมก็คล้องมาสองเดือนกว่าครับ เทียบกัน


ตัววัดไฟ ลองค้นหา Tuya wifi smart meter ในแอพต่างๆ ได้ครับ


วิธีการติดตั้ง ถ้าไม่ชำนาญ จ้างช่างไฟมาทำให้ได้ครับ ผมก็จ้าง 555 เพราะมันต้องเดินไฟเลี้ยงเจ้าอุปกรณ์ นิดหน่อย แต่ถ้าพอทำเองได้ ก็จับต่อสายไฟ คล้องที่สายเมนในตู้เบรกเกอร์ แบบนี้ได้เลยครับ


ซึ่งเจ้าตัวนี้ มันสามารถเชื่อมต่อแอพ Tuya  และแสดงค่าการใช้ไฟของเราได้ ผ่านแอพเลยครับ



ซึ่งจากในแอพ มันจะบอกค่าต่างๆ เช่น
- Total Kwh คือ หน่วยการใช้ไฟของวันนี้ทั้งหมด ตั้งแต่เที่ยงคืน จนเที่ยงคืนอีกวันครับ 1 Kwh เทียบกันก็ 1 หน่วยค่าไฟเลยครับ
- Hourly Average จะเป็นค่าเฉลี่ยรายชั่วโมง ว่าชั่วโมงนึง เราใช้ไฟประมาณกี่หน่วยครับ
- และกราฟ จะแสดงการใช้ไฟในแต่ละชั่วโมง ว่าตอนไหนเราใช้ไฟมากน้อยขนาดไหน อย่างในภาพ ช่วงปิดเทอม เปิดแอร์ทั้งวัน กราฟเลยสม่ำเสมอมากๆ ครับ และกราฟนี้แหละ จะเป็นตัวช่วงบอกเราว่า ในช่วงเวลาที่โซลาร์ผลิตไฟได้ เราใช้ไฟเยอะขนาดไหนนั่นเองครับ

วิธีนี้ผมว่า ได้ข้อมูลละเอียดที่สุด ถ้าถือไปให้ร้านติดโซลาร์เค้าจะยิ้มเลย เพราะทำงานง่ายขึ้นมากๆ ครับในการคำนวน

2.ถ้าไม่อยากติดที่วัด ต้องจดเองครับ เดินไปจดมิเตอร์เลยครับ ว่า เลขเท่าไหร่ ณ เวลานั้นๆ  ถ้าเราอยากติดโซลาร์จริงๆ เราก็จดเลขช่วงตั้งแต่ 9 โมง ถึง บ่าย 3 มาก็ได้ครับ ว่าใช้ไฟประมาณกี่หน่วย เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่เริ่มผลิตได้ไปจนแสงเริ่มจะหมดครับ



แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลเพื่อที่ว่า จะมาติดมิเตอร์ TOU  ด้วย ก็ไปจดช่วง 9 โมงเช้า - 4 ทุ่มก่อนรอบนึง แล้วพรุ่งนี้เช้า 9 โมงไปจดอีกทีนึง วนๆ ไป

เราจะได้เลขหน่วยการใช้ในช่วงเวลา On peak และ Off Peak มาเปรียบเทียบด้วยครับ ซึ่งจะดีมากถ้าใครกำลังชั่งใจว่า จะติดโซลาร์ หรือ จะใช้ TOU ดี

(เรื่อง TOU ยังค้างไว้นะครับ 555 เดี๋ยวเล่าช่วงหลัง)

3. ถ้าขี้เกียจขึ้นไปอีก เอาง่ายๆ ว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟเยอะๆ เช่น เครื่องซักผ้าอบผ้า เตารีด แอร์ เตาไฟฟ้า พวกนี้ เราใช้งานกันตอนกี่โมง และใช้ครั้งละกี่ชั่วโมง จดเอาไว้ครับ แล้วเอาไปให้ร้านติดโซลาร์คำนวนให้ โดยสิ่งที่ควรรู้คือ เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น กินไฟกี่วัตต์ ดูที่ฉลากได้ หรือ แอร์ตัวนั้นกี่ BTU  ครับ





โควต้าเต็ม ขอต่ออีกนะครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่