ถ่ายทุกวันไม่ได้แปลว่าลำไส้ปกติเสมอไปครับ บางคนนั่งนาน ต้องเบ่ง อุจจาระแข็งเป็นก้อน หรือถ่ายแล้วเหมือนยังค้างอยู่ ต้องกลับเข้าห้องน้ำซ้ำ ๆ แบบนี้ก็นับว่าเข้าข่ายท้องผูกได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้สามสี่วันไม่ถ่ายก่อน ที่ผมห่วงคือหลายคนแก้ด้วยยาระบายไปเรื่อย ๆ แต่ไม่เคยดูเลยว่าปัญหาเกิดจากอาหาร การขยับ กล้ามเนื้อที่ใช้ขับถ่าย หรือมีความผิดปกติในลำไส้ซ่อนอยู่ครับ
1. ถ่ายทุกวัน แต่ต้องเบ่งและรู้สึกไม่สุด ก็มีปัญหาได้
ท้องผูกไม่ได้ดูแค่จำนวนครั้งครับ ถ้าอุจจาระแข็ง ต้องออกแรงเบ่งมาก นั่งห้องน้ำนาน หรือถ่ายเสร็จแล้วยังรู้สึกเหมือนมีอะไรค้างอยู่ ก็ถือว่าการขับถ่ายไม่ปกติได้ บางคนเข้าห้องน้ำทุกเช้าแต่ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง แบบนี้ไม่ควรปลอบใจตัวเองว่าถ่ายทุกวันแล้วจบครับ
2. ถ่ายไม่สุด อาจเกิดจากกล้ามเนื้อขับถ่ายทำงานไม่ประสานกัน
เวลาถ่าย กล้ามเนื้อรอบทวารและอุ้งเชิงกรานควรคลายตัว เพื่อเปิดทางให้อุจจาระออกครับ แต่บางคนยิ่งเบ่ง กล้ามเนื้อกลับยิ่งเกร็ง ทำให้ถ่ายยาก ถ่ายเป็นช่วง ๆ หรือต้องใช้นิ้วช่วยกดบริเวณรอบทวารหรือช่องคลอด แบบนี้อาจเป็นปัญหาที่ทางออกของลำไส้ ไม่ใช่แค่กินไฟเบอร์น้อย การเติมไฟเบอร์อย่างเดียวจึงอาจไม่จบ และบางรายต้องฝึกกล้ามเนื้อด้วยวิธีเฉพาะครับ
3. อุจจาระแข็งเป็นเม็ดเล็ก แปลว่าค้างในลำไส้นานเกินไป
ยิ่งอุจจาระอยู่ในลำไส้นาน น้ำก็ยิ่งถูกดูดกลับ ทำให้แห้ง แข็ง และออกยากครับ ตัวการที่เจอบ่อยคือกินผักน้อย ดื่มน้ำน้อย นั่งทั้งวัน กลั้นอุจจาระบ่อย หรือเปลี่ยนเวลาใช้ชีวิตจนไม่ได้เข้าห้องน้ำตามจังหวะเดิม บางคนปวดถ่ายตอนเช้าแต่รีบไปทำงาน กลั้นทุกวันจนร่างกายเลิกส่งสัญญาณชัด แบบนี้ลำไส้ก็ยิ่งรวนครับ
4. ท้องอืด ปวดบิด และถ่ายสลับท้องเสีย อาจไม่ใช่ท้องผูกธรรมดา
ถ้ามีปวดท้อง ท้องอืด และรูปแบบการถ่ายเปลี่ยนไป อาจเกี่ยวกับลำไส้แปรปรวนได้ครับ บางคนจะรู้สึกถ่ายไม่สุดทั้งที่ในลำไส้ส่วนปลายแทบไม่มีอุจจาระแล้ว เพราะลำไส้ไวต่อความรู้สึกมากกว่าปกติ แต่อย่ารีบวินิจฉัยตัวเองว่าเป็นลำไส้แปรปรวนทุกครั้ง โดยเฉพาะถ้าอาการเพิ่งเกิด เปลี่ยนจากเดิมชัด หรือมีสัญญาณอันตรายร่วมด้วยครับ
5. ใช้ยาถ่ายพร่ำเพรื่อ อาจทำให้ต้องพึ่งยาและถ่ายเองยากขึ้น
บางคนถ่ายไม่ออกนิดหน่อยก็หยิบยาถ่ายมากินทันที แล้วค่อย ๆ เพิ่มขนาดเพราะรู้สึกว่ายาเดิมไม่แรงพอ โดยเฉพาะยาถ่ายชนิดกระตุ้นลำไส้ ถ้าใช้บ่อยหรือมากเกินไป อาจทำให้ปวดบิด ท้องเสีย เสียสมดุลเกลือแร่ และกลายเป็นว่าถ้าไม่กินยาก็ไม่มั่นใจว่าจะถ่ายได้ครับ ไม่ใช่ว่ายาถ่ายทุกตัวทำให้ลำไส้พัง แต่ถ้าต้องใช้ต่อเนื่องหรือเพิ่มยาเองเรื่อย ๆ แปลว่าควรหาสาเหตุแล้ว ไม่ใช่ไล่เพิ่มความแรงไปเรื่อย ๆ ครับ
6. ถ่ายผิดจากเดิมร่วมกับเลือดออก ซีด หรือน้ำหนักลด ต้องตรวจ
ถ่ายไม่สุดไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งลำไส้ทุกคนครับ แต่ถ้ารูปแบบการขับถ่ายเปลี่ยนไปต่อเนื่อง มีเลือดปน ถ่ายดำ ปวดท้องไม่หาย น้ำหนักลด ซีด หรือมีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ ผมไม่อยากให้ซื้อยาระบายกินแล้วรอดูต่อ เพราะอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ควรหาสาเหตุให้ชัด ส่วนคนไม่มีสัญญาณเตือน ไม่จำเป็นต้องส่องกล้องทุกคน หมอจะประเมินตามอายุ ประวัติ และความเสี่ยงครับ
ปรับยังไงให้ถ่ายง่ายและถ่ายสุดขึ้น?
• เพิ่มใยอาหารทีละน้อยจากผัก ผลไม้ทั้งลูก ถั่ว และธัญพืช ไม่ต้องเพิ่มพรวดเดียวจนท้องอืดกว่าเดิม
• ดื่มน้ำให้เหมาะสม โดยเฉพาะช่วงที่เพิ่มใยอาหาร แต่คนที่ถูกจำกัดน้ำจากโรคหัวใจหรือไตต้องทำตามคำแนะนำของหมอ
• เพิ่มอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เช่น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ กิมจิหรือผักดองที่สะอาดและไม่เค็มจัด แนะนำให้เริ่มปริมาณน้อยก่อนนะ
• ฝึกเข้าห้องน้ำหลังอาหารเช้าหรือช่วงเวลาที่ปวดถ่าย ไม่กลั้นจนสัญญาณหาย
• วางเท้าบนเก้าอี้เตี้ย ๆ ให้เข่าสูงกว่าสะโพกเล็กน้อย เอนไปข้างหน้า และไม่เบ่งกลั้นหายใจแรง
• ขยับร่างกายทุกวัน เพราะนั่งนิ่งทั้งวันแล้วหวังให้ลำไส้ขยันอยู่ฝ่ายเดียวก็คงยากครับ
• ถ้าปรับแล้วยังไม่ดีขึ้น ต้องใช้นิ้วช่วยถ่าย หรือพึ่งยาถ่ายต่อเนื่อง ควรตรวจว่ามีปัญหาการเคลื่อนไหวของลำไส้หรือกล้ามเนื้อขับถ่ายหรือไม่ครับ
การถ่ายที่ดีไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกวันเหมือนกันทุกคนครับ แต่ควรถ่ายได้โดยไม่ต้องเบ่งหนัก อุจจาระไม่แข็ง และหลังถ่ายควรรู้สึกโล่ง ถ้าต้องนั่งนาน ถ่ายแล้วไม่สุด หรือพึ่งยาระบายซ้ำ ๆ อย่ามองเป็นเรื่องน่าอายและทนไปเรื่อย ๆ เพราะสาเหตุอาจมีตั้งแต่นิสัยการกินไปจนถึงกล้ามเนื้อขับถ่ายที่ทำงานผิดจังหวะ ยิ่งรู้ว่าเสียตรงไหน ก็ยิ่งแก้ได้ตรงกว่าการเติมยาระบายอย่างเดียวครับ
Cr. FBหมอเจด
ถ่ายไม่ออก ถ่ายไม่สุด สัญญาณลำไส้มีปัญหา มากกว่าที่คิด