เมื่อคืนผมดูเรื่อง Intern รู้สึกได้อะไรบางอย่าง



ผมได้รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างคน2Gen
ความเป็นผู้ใหญ่ของเบญที่สอนอะไรเรา

ความนิ่งของเบนไม่ใช่ความเฉื่อยชาแต่เป็นความนิ่งที่มีพลังเกิดจากการตกผลึกหลังจาก
ผ่านโลกมาอย่างยาวนานในโลกยุคปัจจุบันปี2026ที่ทุกอย่างหมุนไวมากคนรุ่นใหม่มักจะถูกขับเคลื่อนด้วยความเร่งรีบ ความรนและอารมณ์ที่อ่อนไหวง่ายตามสิ่งเร้าพอได้มาเห็นความนิ่งสุขุมและรอบคอบของเบนมันจึงเหมือนเป็นยาสมานแผลและบทเรียนชีวิตชิ้นใหญ่ให้กับเรา
นี่คือ5มิติความเก๋าและความนิ่งของเบนที่คุณสามารถนำไปสรุปและเขียนเป็นข้อคิดเตือนใจในบทความได้เลยครับ
1นิ่งเพื่อสังเกตไม่ใช่เพื่อปฏิเสธวัยรุ่นหรือคนรุ่นใหม่เวลามีอะไรมากระทบสมองจะสั่งการให้ตอบโต้ทันทีเช่นโดนด่าก็ด่ากลับโดนสั่งงานก็รีบทำจนลนแต่เบนใช้จิตวิทยาที่เรียกว่าการหน่วงเวลาเพื่อประมวลผล
ฉากสะท้อนคิดวันแรกที่จูลส์บอกเบนตรงๆว่าไม่อยากทำงานด้วยและไม่มีงานอะไรให้ทำถ้าเป็นคนทั่วไปคงรู้สึกหน้าเสียเสียเซลฟ์หรือเดินไปฟ้องHRแต่เบนกลับ ยิ้มยอมรับและนิ่งเขากลับไปนั่งที่โต๊ะไม่โวยวายแล้วใช้ความนิ่งนั้นมองดูว่าออฟฟิศนี้ขาดอะไรจูลส์เหนื่อยเรื่องไหนแล้วค่อยๆยื่นมือเข้าช่วยเงียบๆ
หนังสอนเราว่าความนิ่งไม่ได้แปลว่ายอมแพ้แต่คือการหยุดดูสถานการณ์ให้รอบด้านก่อนจะลงมือทำอย่างแม่นยำ
2พลังของการรับฟังโดยไม่ตัดสิน
ผู้ใหญ่หลายคนมักตกม้าตายตรงที่ชอบอาบน้ำร้อนมาก่อนแล้วชอบสั่งสอนแต่เบนแสดงให้เห็นถึงความสุขุมระดับปรมาจารย์คือการฟังให้จบก่อนแล้วค่อยพูด
ฉากสะท้อนคิดฉากที่จูลส์ร้องไห้เรื่องสามีนอกใจบนเตียงในโรงแรมเบนนิ่งฟังจูลส์ระบายความอัดอั้นทั้งหมดโดยไม่ขัดจังหวะเขาไม่รีบด่าสามีเธอไม่รีบแนะนำให้เธอหย่าร้างแต่เขารอให้เธอสงบลงแล้วพูดประโยคที่ดึงสติและให้เกียรติเธอที่สุดหนังสอนเราว่าคนที่นิ่งและสุขุมจริงๆจะไม่ใช้คำพูดพร่ำเพรื่อแต่คำพูดของเขาจะทำงานเหมือนลูกธนูที่ปล่อยออกไปน้อยครั้งแต่ปักเข้ากลางใจเสมอ
3ความเฉยต่อสิ่งเร้าภายนอกแต่ไวต่อความรู้สึกคนอื่น เบนมีลักษณะของปรัชญาสูงมากคือเขาไม่ปล่อยให้สิ่งแวดล้อมหรืออารมณ์ของคนอื่นมาทำลายความสงบภายในใจของเขาเอง
ฉากสะท้อนคิดไม่ว่าจูลส์จะเหวี่ยงวุ่นวายขนาดไหน หรือพนักงานรุ่นน้องในออฟฟิศจะแต่งตัวเซอร์ทำตัวเด๋อด๋า หรือรนรานขนาดไหนเบนจะไม่ซึมซับเอา พลังงานลบหรือความลนลานเหล่านั้นมาเป็นของตัวเองเขายังคงรักษาจังหวะการเดินการพูดและรอยยิ้มที่มั่นคงไว้ได้เสมอความนิ่งแบบนี้กลายเป็นที่พึ่งให้คนรอบข้างอยากเดินเข้ามาหาเพื่อสงบสติอารมณ์
หนังสอนเราว่าถ้าเรานิ่งพอเราจะเป็นคนควบคุมสถานการณ์ ไม่ใช่ให้สถานการณ์มาควบคุมเรา
4ความรอบคอบที่เกิดจากการใส่ใจรายละเอียด
ความสุขุมของเบนแสดงออกผ่านพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆที่แสดงถึงความเคารพต่อเวลาและผู้คน
ฉากสะท้อนคิดเบนตั้งนาฬิกาปลุกไว้สองเรือนเพื่อไม่ให้มาสายเขาพกผ้าเช็ดหน้าเพื่อเผื่อไว้ให้ผู้หญิงซับน้ำตาเขายืนรอจนกว่าจูลส์จะเข้าบ้านอย่างปลอดภัยถึงจะขับรถออกไปสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความเชยเแต่เป็น ความประณีตในการใช้ชีวิตที่คนรุ่นใหม่อาจมองข้ามเพราะความเร่งรีบ
หนังสอนเราว่าความรอบคอบที่แท้จริงไม่ต้องประกาศให้โลกสะเทือนแต่ซ่อนอยู่ในความใส่ใจและวินัยเล็กๆ น้อยๆที่เราทำสม่ำเสมอทุกวัน
5การยอมรับความจริงนิ่งเผชิญหน้ากับความสูญเสีย เบนสูญเสียภรรยาคู่ชีวิตโรงงานพิมพ์สมุดโทรศัพท์ที่เขาเคยเป็นรองประธานก็ปิดตัวลงและกลายมาเป็นออฟฟิศของจูลส์โลกเก่าของเขาถูกทับซ้อนด้วยโลกใหม่ของวัยรุ่น
ฉากสะท้อนคิดเบนไม่เคยจมปลักอยู่กับความโกรธแค้นโชคชะตาหรือเอาแต่นั่งบ่นว่ายุคของฉันดีกว่ายุคนี้เขานิ่งยอมรับความเปลี่ยนแปลงสูดหายใจเข้าแล้วเดินหน้าเรียนรู้สิ่งใหม่เช่นการหัดเปิดคอมพิวเตอร์ หรือการเล่นFacebookด้วยความถ่อมตัว
หนังสอนเราว่าผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาอย่างงดงามคือคนที่เข้าใจว่าฝโลกนี้ไม่มีอะไรจีรังเมื่อความเปลี่ยนแปลงมาถึงความนิ่งและการยอมรับความจริงคือสิ่งเดียวที่จะพาเราก้าวข้ามผ่านมันไปได้
The Internกำลังบอกเราว่าในโลกที่ทุกคนตะโกนและวิ่งวุ่นคนที่นิ่งที่สุดพูดน้อยที่สุดและสุขุมที่สุดต่างหาก คือคนที่มีพลังและน่าเกรงขามที่สุดเหมือนอย่างที่ เบน ชายเก๋าววัย70ปีแสดงให้เราเห็นว่าความนิ่งไม่ใช่ความอ่อนแอแต่เป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุดของคนที่เข้าใจโลกอย่างแท้จริง   
เพื่อนๆมีความรู้สึกอย่างไรบ้างคับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่