Kura Sushi เชนซูชิสายพานชื่อดังจากญี่ปุ่น ประกาศแผนเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ภายในปี
2027 โดยเลือกกรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้น และถือเป็นการขยายธุรกิจเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกของแบรนด์อีกด้วย
หลายคนอาจเคยเห็นร้านนี้เวลาท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพราะ Kura Sushi ถือเป็นหนึ่งใน
Big 3 ร้านซูชิสายพานของญี่ปุ่น ร่วมกับ Sushiro และ Hama Sushi ที่แข่งขันกันมายาวนาน
จุดเด่นที่ทำให้ Kura Sushi แตกต่าง
Kura Sushi เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในร้านอาหารอย่างจริงจัง เช่น
🍣 สั่งอาหารผ่านหน้าจอ
🚄 สายพานส่งอาหารด่วนถึงโต๊ะ
🥢 ระบบคืนจานและนับจำนวนจานอัตโนมัติ
🛡️ จานซูชิทุกจานมีฝาครอบใส "Sendo-kun" ช่วยรักษาความสดและความสะอาดระหว่างวิ่งอยู่บนสายพาน
แต่สิ่งที่หลายคนจดจำได้ดีที่สุดคือ
Bikkura Pon
เป็นเกมเล็ก ๆ ที่ลูกค้าจะได้ลุ้นหลังจากรับประทานอาหาร โดยเมื่อหยอดจานเปล่าครบจำนวนที่กำหนด ระบบจะสุ่มเล่นมินิเกมบนหน้าจอ หากโชคดีจะได้รับของรางวัลเป็นกาชาปอง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นของสะสมจากการร่วมมือกับอนิเมะหรือคาแรกเตอร์ชื่อดังของญี่ปุ่น
ทำไมถึงเลือกประเทศไทย?
- หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม Kura Sushi ถึงเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน
- บริษัทให้เหตุผลว่า
- ประเทศไทยมีประชากรราว 70 ล้านคน
- คนไทยนิยมอาหารญี่ปุ่นสูงมาก
- นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นมากกว่า 1.2 ล้านคนต่อปี
- กว่า 70% เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่นซ้ำ
ตลาดซูชิสายพานไทยกำลังแข่งขันหนัก
ปัจจุบันตลาดซูชิสายพานในไทยถือว่าแข่งขันกันค่อนข้างดุเดือด มีทั้ง
- Sushiro
- Hama Sushi
- Katsu Midori
- Genki Sushi
- Kaiten Sushi Ginza Onodera
แต่ละแบรนด์ต่างมีจุดเด่นและฐานลูกค้าของตัวเอง
สรุป
- การเข้ามาของ Kura Sushi ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดร้านซูชิอีกหนึ่งแบรนด์เท่านั้น แต่เป็นการนำโมเดลร้านอาหารที่ผสมผสานเทคโนโลยี ความบันเทิง และประสบการณ์ของลูกค้าเข้าด้วยกัน
- หากเปิดตามแผนในปี 2027 จริง เชื่อว่าตลาดซูชิสายพานในไทยจะคึกคักขึ้นอีกมาก และผู้บริโภคก็น่าจะเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากการแข่งขันครั้งนี้
ที่มา
ลงทุนเกิร์ล
Kura Sushi เตรียมบุกไทย! ยักษ์ใหญ่ซูชิสายพานจากญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกปี 2027 เกมตลาดซูชิเดือดกว่าเดิม
หลายคนอาจเคยเห็นร้านนี้เวลาท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพราะ Kura Sushi ถือเป็นหนึ่งใน Big 3 ร้านซูชิสายพานของญี่ปุ่น ร่วมกับ Sushiro และ Hama Sushi ที่แข่งขันกันมายาวนาน
จุดเด่นที่ทำให้ Kura Sushi แตกต่าง
Kura Sushi เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในร้านอาหารอย่างจริงจัง เช่น
🍣 สั่งอาหารผ่านหน้าจอ
🚄 สายพานส่งอาหารด่วนถึงโต๊ะ
🥢 ระบบคืนจานและนับจำนวนจานอัตโนมัติ
🛡️ จานซูชิทุกจานมีฝาครอบใส "Sendo-kun" ช่วยรักษาความสดและความสะอาดระหว่างวิ่งอยู่บนสายพาน
แต่สิ่งที่หลายคนจดจำได้ดีที่สุดคือ Bikkura Pon
เป็นเกมเล็ก ๆ ที่ลูกค้าจะได้ลุ้นหลังจากรับประทานอาหาร โดยเมื่อหยอดจานเปล่าครบจำนวนที่กำหนด ระบบจะสุ่มเล่นมินิเกมบนหน้าจอ หากโชคดีจะได้รับของรางวัลเป็นกาชาปอง ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นของสะสมจากการร่วมมือกับอนิเมะหรือคาแรกเตอร์ชื่อดังของญี่ปุ่น
ทำไมถึงเลือกประเทศไทย?
- หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไม Kura Sushi ถึงเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน
- บริษัทให้เหตุผลว่า
- ประเทศไทยมีประชากรราว 70 ล้านคน
- คนไทยนิยมอาหารญี่ปุ่นสูงมาก
- นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปญี่ปุ่นมากกว่า 1.2 ล้านคนต่อปี
- กว่า 70% เป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่นซ้ำ
ตลาดซูชิสายพานไทยกำลังแข่งขันหนัก
ปัจจุบันตลาดซูชิสายพานในไทยถือว่าแข่งขันกันค่อนข้างดุเดือด มีทั้ง
- Sushiro
- Hama Sushi
- Katsu Midori
- Genki Sushi
- Kaiten Sushi Ginza Onodera
แต่ละแบรนด์ต่างมีจุดเด่นและฐานลูกค้าของตัวเอง
สรุป
- การเข้ามาของ Kura Sushi ไม่ได้เป็นเพียงการเปิดร้านซูชิอีกหนึ่งแบรนด์เท่านั้น แต่เป็นการนำโมเดลร้านอาหารที่ผสมผสานเทคโนโลยี ความบันเทิง และประสบการณ์ของลูกค้าเข้าด้วยกัน
- หากเปิดตามแผนในปี 2027 จริง เชื่อว่าตลาดซูชิสายพานในไทยจะคึกคักขึ้นอีกมาก และผู้บริโภคก็น่าจะเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากการแข่งขันครั้งนี้
ที่มา ลงทุนเกิร์ล