สำหรับใครที่กำลังตามข่าวยานยนต์ไฟฟ้าจากฝั่งค่ายรถญี่ปุ่น ตอนนี้ตลาดเพื่อนบ้านเราอย่างมาเลเซียกำลังระอุได้ที่เลยครับ!
ชนวนเหตุมาจากฝั่ง
UMW Toyota Motor ได้ชิงเปิดราคา
Toyota Urban Cruiser EV นำเข้าแบบ CBU ไปล่วงหน้าเมื่อช่วงเมษายนที่ผ่านมาที่ 198,000 ริงกิต (ตีเป็นเงินไทยราวๆ 1.5 - 1.6 ล้านบาท) ล่าสุดเมื่อวันที่ 23-24 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางฝั่ง
Suzuki Cars Malaysia ก็ไม่ยอมปล่อยให้คู่แข่งเหงา ดักปล่อยภาพทีเซอร์ไฟหน้าและข้อความคำใบ้
"Ready for eVolution? Coming soon" ส่งสัญญาณเตรียมส่งแฝดร่วมสาบานอย่าง
Suzuki e Vitara เข้ามาเปิดตัวท้าชนเร็วๆ นี้แล้วครับ!
อย่างที่หลายคนพอทราบว่ารถสองรุ่นนี้เป็นการจับมือพัฒนาร่วมกันบนแพลตฟอร์ม Heartect-e ใช้ขุมพลังและเทคโนโลยีร่วมกันเกือบทั้งหมด วันนี้เลยขอรวบรวมสเปกภาพรวม ไฮไลท์เด่น และข้อสังเกตของรถคู่แฝดพิกัด B-SUV EV คู่นี้มาสรุปให้ฟังกันครับ
เจาะสเปกตัวรถ (อ้างอิงจากตัวท็อปเวอร์ชันพวงมาลัยขวา)
มิติตัวถัง : ยาว 4,285 มม. / กว้าง 1,800 มม. / สูง 1,640 มม. มิติโดยรวมจะมีความบึกบึนอารมณ์ใกล้เคียงกับ Yaris Cross แต่ทีเด็ดคือการดีไซน์ให้มี ระยะฐานล้อยาวถึง
2,700 มม
. ทำให้พื้นที่วางขาภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัว
แบตเตอรี่ : ใช้แบตเตอรี่ประเภท LFP ความจุ
61 kWh (ลิเธียมไอออนฟอสเฟต)
ขุมพลัง : มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด
174 แรงม้า แรงบิดสูงสุด
193 นิวตันเมตร สามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ประมาณ
426 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
ไฮไลท์และจุดขายที่น่าสนใจ
1. ดีไซน์ที่แตกต่างชัดเจน แม้เป็นโครงสร้างเดียวกัน แต่การออกแบบคนละสไตล์เลยครับ ฝั่ง Toyota จะมาในลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยวหน้าฉลามหัวค้อน (Hammerhead) ส่วนฝั่ง Suzuki จะเน้นมัดกล้ามและซุ้มล้อทรงเหลี่ยมที่ดูดิบลุยกว่า
2. ความอเนกประสงค์ของเบาะหลัง เบาะนั่งแถวสองสามารถ ปรับสไลด์หน้า
-หลัง
และปรับเอนได้ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวและการบริหารพื้นที่เก็บสัมภาระได้ยืดหยุ่นมาก (ฟีเจอร์นี้หาได้ยากในรถ EV ไซส์นี้)
3. เทคโนโลยีภายใน ได้แผงหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ (มาตรวัดดิจิทัลและจออินโฟเทนเมนต์เชื่อมต่อไร้สาย), ไฟ Ambient Light ปรับได้ 12 สี และมีระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS Level 2 มาให้เป็นมาตรฐาน
ข้อสังเกตและจุดที่ต้องพิจารณา
ความเร็วในการชาร์จกระแสตรง
(DC) สื่อมาเลเซียระบุว่าระบบรองรับการชาร์จ DC สูงสุดเพียงประมาณ
67 - 70 kW เท่านั้น (ชาร์จจาก 15% ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) ซึ่งถ้ามองในแง่เทคโนโลยีรถ EV ปัจจุบันที่วิ่งไป 100-150 kW ถือว่าระบบชาร์จของคู่นี้ยังทำได้ค่อนข้างช้า สำหรับสายวิ่งทางไกลอาจต้องวางแผนจุดจอดชาร์จนานขึ้นนิดนึงครับ
ราคาในมาเลเซียค่อนข้างสูง ด้วยค่าตัวของ Toyota ที่เปิดมาเฉียดๆ 2 แสนริงกิต ทำให้นักวิเคราะห์ในมาเลมองว่า ราคาค่อนข้างตึงเมื่อเทียบกับรถ EV พิกัดเดียวกันจากฝั่งจีน ต้องมารอดูกันว่า Suzuki ที่จะเปิดตัวตามมาจะทำราคาได้เร้าใจกว่าแค่ไหน
ถ้าเข้ามาขายในไทย ค่ายจีนมีหนาวไหม?
หันกลับมามองบ้านเรา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในพิกัด B-SUV ตอนนี้แทบจะโดนค่ายจีนยึดตลาดไปเกือบเบ็ดเสร็จ ถ้าในอนาคตอันใกล้ Toyota ประเทศไทย หรือ Suzuki ประเทศไทย ตัดสินใจนำรถแพลตฟอร์มนี้เข้ามาทำตลาด ไม่ว่าจะใช้วิธีขึ้นไลน์ประกอบในประเทศ (CKD) หรือใช้สิทธิประโยชน์ภาษีใดๆ เพื่อให้สามารถตั้งราคาขายลงมาสู้ในเรท
8 แสนกลางๆ
ถึง
1 ล้านต้นๆ ได้
ทุกคน คิดว่า "ชื่อชั้นแบรนด์ญี่ปุ่น" บวกกับตัวรถไฟฟ้าที่เป็นทรง SUV แท้ๆ ฐานล้อยาว เบาะสไลด์ได้แบบนี้ จะสามารถดึงใจคนที่ยังลังเลเรื่องศูนย์บริการ ลังเลเรื่องราคาขายต่อ หรือคนที่อยากได้รถ EV แบรนด์ตลาดดั้งเดิม ให้ยอมจ่ายเงินซื้อได้มากน้อยแค่ไหนครับ?
ตลาด EV มาเลคึกคัก! Suzuki ปล่อยทีเซอร์ eVitara ชนแฝด Toyota Urban Cruiser EV
ชนวนเหตุมาจากฝั่ง UMW Toyota Motor ได้ชิงเปิดราคา Toyota Urban Cruiser EV นำเข้าแบบ CBU ไปล่วงหน้าเมื่อช่วงเมษายนที่ผ่านมาที่ 198,000 ริงกิต (ตีเป็นเงินไทยราวๆ 1.5 - 1.6 ล้านบาท) ล่าสุดเมื่อวันที่ 23-24 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางฝั่ง Suzuki Cars Malaysia ก็ไม่ยอมปล่อยให้คู่แข่งเหงา ดักปล่อยภาพทีเซอร์ไฟหน้าและข้อความคำใบ้ "Ready for eVolution? Coming soon" ส่งสัญญาณเตรียมส่งแฝดร่วมสาบานอย่าง Suzuki e Vitara เข้ามาเปิดตัวท้าชนเร็วๆ นี้แล้วครับ!
อย่างที่หลายคนพอทราบว่ารถสองรุ่นนี้เป็นการจับมือพัฒนาร่วมกันบนแพลตฟอร์ม Heartect-e ใช้ขุมพลังและเทคโนโลยีร่วมกันเกือบทั้งหมด วันนี้เลยขอรวบรวมสเปกภาพรวม ไฮไลท์เด่น และข้อสังเกตของรถคู่แฝดพิกัด B-SUV EV คู่นี้มาสรุปให้ฟังกันครับ
เจาะสเปกตัวรถ (อ้างอิงจากตัวท็อปเวอร์ชันพวงมาลัยขวา)
มิติตัวถัง : ยาว 4,285 มม. / กว้าง 1,800 มม. / สูง 1,640 มม. มิติโดยรวมจะมีความบึกบึนอารมณ์ใกล้เคียงกับ Yaris Cross แต่ทีเด็ดคือการดีไซน์ให้มี ระยะฐานล้อยาวถึง 2,700 มม. ทำให้พื้นที่วางขาภายในห้องโดยสารกว้างขวางเกินตัว
แบตเตอรี่ : ใช้แบตเตอรี่ประเภท LFP ความจุ 61 kWh (ลิเธียมไอออนฟอสเฟต)
ขุมพลัง : มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ให้พละกำลังสูงสุด 174 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 193 นิวตันเมตร สามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดได้ประมาณ 426 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง
ไฮไลท์และจุดขายที่น่าสนใจ
1. ดีไซน์ที่แตกต่างชัดเจน แม้เป็นโครงสร้างเดียวกัน แต่การออกแบบคนละสไตล์เลยครับ ฝั่ง Toyota จะมาในลุคสปอร์ตโฉบเฉี่ยวหน้าฉลามหัวค้อน (Hammerhead) ส่วนฝั่ง Suzuki จะเน้นมัดกล้ามและซุ้มล้อทรงเหลี่ยมที่ดูดิบลุยกว่า
2. ความอเนกประสงค์ของเบาะหลัง เบาะนั่งแถวสองสามารถ ปรับสไลด์หน้า-หลัง และปรับเอนได้ ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวและการบริหารพื้นที่เก็บสัมภาระได้ยืดหยุ่นมาก (ฟีเจอร์นี้หาได้ยากในรถ EV ไซส์นี้)
3. เทคโนโลยีภายใน ได้แผงหน้าจอคู่ขนาดใหญ่ (มาตรวัดดิจิทัลและจออินโฟเทนเมนต์เชื่อมต่อไร้สาย), ไฟ Ambient Light ปรับได้ 12 สี และมีระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS Level 2 มาให้เป็นมาตรฐาน
ข้อสังเกตและจุดที่ต้องพิจารณา
ความเร็วในการชาร์จกระแสตรง (DC) สื่อมาเลเซียระบุว่าระบบรองรับการชาร์จ DC สูงสุดเพียงประมาณ 67 - 70 kW เท่านั้น (ชาร์จจาก 15% ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 50 นาที) ซึ่งถ้ามองในแง่เทคโนโลยีรถ EV ปัจจุบันที่วิ่งไป 100-150 kW ถือว่าระบบชาร์จของคู่นี้ยังทำได้ค่อนข้างช้า สำหรับสายวิ่งทางไกลอาจต้องวางแผนจุดจอดชาร์จนานขึ้นนิดนึงครับ
ราคาในมาเลเซียค่อนข้างสูง ด้วยค่าตัวของ Toyota ที่เปิดมาเฉียดๆ 2 แสนริงกิต ทำให้นักวิเคราะห์ในมาเลมองว่า ราคาค่อนข้างตึงเมื่อเทียบกับรถ EV พิกัดเดียวกันจากฝั่งจีน ต้องมารอดูกันว่า Suzuki ที่จะเปิดตัวตามมาจะทำราคาได้เร้าใจกว่าแค่ไหน
ถ้าเข้ามาขายในไทย ค่ายจีนมีหนาวไหม?
หันกลับมามองบ้านเรา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในพิกัด B-SUV ตอนนี้แทบจะโดนค่ายจีนยึดตลาดไปเกือบเบ็ดเสร็จ ถ้าในอนาคตอันใกล้ Toyota ประเทศไทย หรือ Suzuki ประเทศไทย ตัดสินใจนำรถแพลตฟอร์มนี้เข้ามาทำตลาด ไม่ว่าจะใช้วิธีขึ้นไลน์ประกอบในประเทศ (CKD) หรือใช้สิทธิประโยชน์ภาษีใดๆ เพื่อให้สามารถตั้งราคาขายลงมาสู้ในเรท 8 แสนกลางๆ ถึง 1 ล้านต้นๆ ได้
ทุกคน คิดว่า "ชื่อชั้นแบรนด์ญี่ปุ่น" บวกกับตัวรถไฟฟ้าที่เป็นทรง SUV แท้ๆ ฐานล้อยาว เบาะสไลด์ได้แบบนี้ จะสามารถดึงใจคนที่ยังลังเลเรื่องศูนย์บริการ ลังเลเรื่องราคาขายต่อ หรือคนที่อยากได้รถ EV แบรนด์ตลาดดั้งเดิม ให้ยอมจ่ายเงินซื้อได้มากน้อยแค่ไหนครับ?