สภาพของพระนิพพานนั้น จึงไม่มีการเกิดขึ้น ไม่มีการตั้งอยู่ และไม่มีการดับไป..
โดยเจ้าเก่าครูบาเหลิมคนเดิม...ที่มา
ส่วนพระนิพพานนั้น มีสภาพแห่งไตรลักษณ์เพียงอย่างเดียว คือ อนัตตา เพราะสภาพแห่งพระนิพพานนั้น มีสภาพเป็นนิจจังคือเที่ยง เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดดับ มีสภาพเป็นสุขังคือเป็นสุข เพราะไม่ถูกบีบคั้นจากเหตุปัจจัย แต่ความเป็นอนัตตาของนิพพานนั้น ต่างจากความเป็นอนัตตาของจิต เจตสิก และรูป กล่าวคือ ความเป็นอนัตตาของพระนิพพานนั้น เป็นความหมายโดยตรง ได้แก่ เป็นสภาวะที่ไม่มีรูปร่างสัณฐาน ไม่มีสีสันวรรณะใด ๆ ทั้งสิ้น และเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุปัจจัยใด ๆ ปรุงแต่งโดยประการทั้งปวง เพราะฉะนั้น สภาพของพระนิพพานนั้น จึงไม่มีการเกิดขึ้น ไม่มีการตั้งอยู่ และไม่มีการดับไป แต่ประการใด เป็นสภาพที่มีอยู่โดยธรรมชาติ ไม่มีใครสร้างขึ้น ไม่มีการเกิดดับ เป็นสภาพที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง ไม่มีความเป็นทุกข์ที่จะต้องทนต่อการบีบคั้นจากเหตุปัจจัยใด ๆ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงกล่าวว่า พระนิพพานเป็นบรมสุข คือ ความสุขอย่างยิ่ง..
เอามาลงมั่วแบบนี้ จะไม้ให้เรียกได้ไงว่า เหลิมสาก..
หลึกแต้ะๆ
.....
นี่ก็พูดขัดแย้งกับพระพุทธเจ้าอีกแระ ว่า
โดยเจ้าเก่าครูบาเหลิมคนเดิม...ที่มา
ส่วนพระนิพพานนั้น มีสภาพแห่งไตรลักษณ์เพียงอย่างเดียว คือ อนัตตา เพราะสภาพแห่งพระนิพพานนั้น มีสภาพเป็นนิจจังคือเที่ยง เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดดับ มีสภาพเป็นสุขังคือเป็นสุข เพราะไม่ถูกบีบคั้นจากเหตุปัจจัย แต่ความเป็นอนัตตาของนิพพานนั้น ต่างจากความเป็นอนัตตาของจิต เจตสิก และรูป กล่าวคือ ความเป็นอนัตตาของพระนิพพานนั้น เป็นความหมายโดยตรง ได้แก่ เป็นสภาวะที่ไม่มีรูปร่างสัณฐาน ไม่มีสีสันวรรณะใด ๆ ทั้งสิ้น และเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุปัจจัยใด ๆ ปรุงแต่งโดยประการทั้งปวง เพราะฉะนั้น สภาพของพระนิพพานนั้น จึงไม่มีการเกิดขึ้น ไม่มีการตั้งอยู่ และไม่มีการดับไป แต่ประการใด เป็นสภาพที่มีอยู่โดยธรรมชาติ ไม่มีใครสร้างขึ้น ไม่มีการเกิดดับ เป็นสภาพที่ปราศจากสิ่งปรุงแต่ง ไม่มีความเป็นทุกข์ที่จะต้องทนต่อการบีบคั้นจากเหตุปัจจัยใด ๆ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงกล่าวว่า พระนิพพานเป็นบรมสุข คือ ความสุขอย่างยิ่ง..
เอามาลงมั่วแบบนี้ จะไม้ให้เรียกได้ไงว่า เหลิมสาก..
หลึกแต้ะๆ
.....