อุธาหรณ์ เตือนคนที่คิดจะผ่าตัดเพิ่มความสูง (ในประเทศไทย)
ก่อนที่จะเข้าเรื่องผมขอบอกทุกๆคนก่อนว่า จริงๆแล้วการผ่าตัดเพิ่มความสูงเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ช่วง กรกฏาคม ปี 67 ที่ผ่านมาผมได้ตัดสินใจผ่าตัดกระดูกขาเพิ่มความสูงกับหมอท่านหนึ่ง ในประเทศไทย (คาดว่าน่าจะเป็นแพทย์ท่านเดียวกับอีกกระทู้ที่เกี่ยวกับการผ่าตัดเพิ่มความสูง)
แพทย์ท่านนี้แจ้งว่าตนมีประสบการณ์การผ่าตัดเพิ่มความสูงมานาน ไม่เคยมีใครทำแล้วมีปัญหา ทุกคนที่ทำกับเขาผลออกมาดีทุกราย
หลักการของการผ่าตัดเพิ่มความสูงคือการตัดการะดูกออกเป็นสองท่อนและค่อยๆยืดขึ้นวันละ 1 มิลลิเมตรจนได้ความสูงที่ต้องการ มากสุด 8 เซนติเมตร
โดยการผ่าตัดมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือ ผ่าตัดใส่เหล็กที่มีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็ก (precice nail) เข้าไปในขาและใช้รีโมตแม่เหล็กไฟฟ้ายืดจากด้านนอก แต่ห้ามลงน้ำหนักจนกว่ากระดูกจะติด มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 2.5ล้านบาท
และแบบที่สองคือ การผ่าตัดโดยใช้เหล็กดามจากด้านนอกและยืดด้วยการหมุนเหล็กจากด้านนอกเพื่อเพิ่มความสูงมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 6แสนบาท
สามารถทำได้ทั้งกระดูกท่อนบนและท่อนล่าง ตัวผมเองตัดสินใจเลือกการผ่าตัดโดยใช้แม่เหล็ก ดามจากด้านใน กระดูก femur ทั้งสองข้าง
หลังจากผ่าตัด 24 ชั่วโมง ทางโรงพยาบาลพบว่า ผมมีปัญหาความดันตก ช๊อค และโลหิตจาก จึงส่งผมไปที่ แผนก icu
จากการวินิจฉัยจากแพทย์ในแผนก icu วินิจฉัยว่าอาการนี้คือภาวะ Fat embolism ซึ่งเกิดจากก้อนไขมันจากการตัดกระดูกได้หลุดเข้าไปในกระแสเลือดและ เข้าไปอุดในอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด ซึ่งส่วนหน่ึ่งเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ผู้ผ่าตัดที่ทำการตัดกระดูกไม่เรียบ
หลังจากไปพบแพทย์ตามนัด ครั้งแรก และได้เห็นผล x ray กระดูกว่ากระดูกขาด้านขวาไม่ตรง กระดูกมีลักษณะเบี่ยงออกข้าง (Varus angulation) จึงสอบถามกับแพทย์ผู้ผ่าตัด แพทย์แจ้งว่าไม่มีปัญหา ในอนาคตกระดูกจะกลับมาเป็นปกติเอง หลังจากนั้นผมได้ไปพบแพทย์ผ่าตัดตามนัด ปรากฏว่ากระดูกขาไม่ติดจริงๆ แพทย์ท่านนั้นจึงได้ทำการผ่าตัดแก้ไขด้วยการเปลี่ยนเหล็ก และบอกว่าหากเปลี่ยนเหล็กเป็นรูปแบบลงน้ำหนักแล้ว ได้ลงน้ำหนัก กระดูกจะสามารถกลับมาติดได้ ส่วนเรื่องกระดูกขาบิดแพทย์ยังยืนยันคำเดิมว่าเขาได้ทำการผ่าตัดอย่าเรียบร้อยไม่มีทางมีปัญหาได้ หลังจากนั้นก็ไปติดตามอาการตามนัดแต่ก็ยังไม่ได้ผลดี ผมจึงวางแผนที่จะไปปรึกษากับแพทย์ท่านอื่น ซึ่งได้ไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกท่านอื่นๆ ถึง 7 ท่าน ทุกท่านให้ความเห็นตรงกันว่า กระดูกขาของผมผิดรูปและมีลักษณะบิดเข้าในจริง จากการตรวจร่างกาย และทำ CT scan ผมจึงตัดสินใจไปรักษากับแพทย์ท่านหนึ่งในโรงเรียนแพทย์ ที่ทำเกี่ยวกับการผ่าตัดเพิ่มความสูงเช่นกัน แพทย์ท่านนี้ได้แจ้งว่า แพทย์ท่านเดิมที่ผมได้ผ่าตัดด้วยครั้งแรกเคยผ่าตัดและสร้างปัญหาให้กับ คนไข้มาหลายรายแล้ว และคนไข้เหล่านั้นก็มาหาเขาเพื่อทำการผ่าตัดแก้ไข ผมได้รับการรักษาต่อที่โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งโดยแพทย์ ได้วางแผนทำการผ่าตัดย้ายกระดูก (Bone graft) และแก้ไขปัญหาการบิดของขาให้เข้ารูปเท่าที่จะทำได้
แต่ว่าเนื่องจากการผ่าตัดครั้งแรกได้ผ่านมาเป็นเวลานานถึง 1 ปีแล้ว การแก้ไขจึงทำได้ไม่ดีเนื่องจากร่างกายของผมได้ปรับตัวเข้ากับการผิดรูปของขานี้ไปบางส่วนแล้ว
ทุกวันนี้แพทย์ท่านนี้ยังทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงต่อโดยที่ไม่มีการถูกฟ้องร้องและได้รับโทษใดๆ
ตัวผมเองยังไม่สามารถกลับมาเดินได้ปกติ รู้สึกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอคนที่ผ่าตัดมากกว่านี้
ถ้าใครยังคิดที่จะทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงขอให้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอ คนที่ผ่าตัดก่อน ว่ามีความน่าเชื่อถือขนาดไหน
ไม่อยากให้ใครมาพลาดเจอประสบการณ์แย่ๆแบบผม
ขาบิดตลอดชีวิตหลังผ่าตัดเพิ่มความสูงในประเทศไทย
ก่อนที่จะเข้าเรื่องผมขอบอกทุกๆคนก่อนว่า จริงๆแล้วการผ่าตัดเพิ่มความสูงเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างปลอดภัยหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ช่วง กรกฏาคม ปี 67 ที่ผ่านมาผมได้ตัดสินใจผ่าตัดกระดูกขาเพิ่มความสูงกับหมอท่านหนึ่ง ในประเทศไทย (คาดว่าน่าจะเป็นแพทย์ท่านเดียวกับอีกกระทู้ที่เกี่ยวกับการผ่าตัดเพิ่มความสูง)
แพทย์ท่านนี้แจ้งว่าตนมีประสบการณ์การผ่าตัดเพิ่มความสูงมานาน ไม่เคยมีใครทำแล้วมีปัญหา ทุกคนที่ทำกับเขาผลออกมาดีทุกราย
หลักการของการผ่าตัดเพิ่มความสูงคือการตัดการะดูกออกเป็นสองท่อนและค่อยๆยืดขึ้นวันละ 1 มิลลิเมตรจนได้ความสูงที่ต้องการ มากสุด 8 เซนติเมตร
โดยการผ่าตัดมีอยู่สองแบบ แบบแรกคือ ผ่าตัดใส่เหล็กที่มีคุณสมบัติเป็นแม่เหล็ก (precice nail) เข้าไปในขาและใช้รีโมตแม่เหล็กไฟฟ้ายืดจากด้านนอก แต่ห้ามลงน้ำหนักจนกว่ากระดูกจะติด มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 2.5ล้านบาท
และแบบที่สองคือ การผ่าตัดโดยใช้เหล็กดามจากด้านนอกและยืดด้วยการหมุนเหล็กจากด้านนอกเพื่อเพิ่มความสูงมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 6แสนบาท
สามารถทำได้ทั้งกระดูกท่อนบนและท่อนล่าง ตัวผมเองตัดสินใจเลือกการผ่าตัดโดยใช้แม่เหล็ก ดามจากด้านใน กระดูก femur ทั้งสองข้าง
หลังจากผ่าตัด 24 ชั่วโมง ทางโรงพยาบาลพบว่า ผมมีปัญหาความดันตก ช๊อค และโลหิตจาก จึงส่งผมไปที่ แผนก icu
จากการวินิจฉัยจากแพทย์ในแผนก icu วินิจฉัยว่าอาการนี้คือภาวะ Fat embolism ซึ่งเกิดจากก้อนไขมันจากการตัดกระดูกได้หลุดเข้าไปในกระแสเลือดและ เข้าไปอุดในอวัยวะสำคัญ เช่น ปอด ซึ่งส่วนหน่ึ่งเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ผู้ผ่าตัดที่ทำการตัดกระดูกไม่เรียบ
หลังจากไปพบแพทย์ตามนัด ครั้งแรก และได้เห็นผล x ray กระดูกว่ากระดูกขาด้านขวาไม่ตรง กระดูกมีลักษณะเบี่ยงออกข้าง (Varus angulation) จึงสอบถามกับแพทย์ผู้ผ่าตัด แพทย์แจ้งว่าไม่มีปัญหา ในอนาคตกระดูกจะกลับมาเป็นปกติเอง หลังจากนั้นผมได้ไปพบแพทย์ผ่าตัดตามนัด ปรากฏว่ากระดูกขาไม่ติดจริงๆ แพทย์ท่านนั้นจึงได้ทำการผ่าตัดแก้ไขด้วยการเปลี่ยนเหล็ก และบอกว่าหากเปลี่ยนเหล็กเป็นรูปแบบลงน้ำหนักแล้ว ได้ลงน้ำหนัก กระดูกจะสามารถกลับมาติดได้ ส่วนเรื่องกระดูกขาบิดแพทย์ยังยืนยันคำเดิมว่าเขาได้ทำการผ่าตัดอย่าเรียบร้อยไม่มีทางมีปัญหาได้ หลังจากนั้นก็ไปติดตามอาการตามนัดแต่ก็ยังไม่ได้ผลดี ผมจึงวางแผนที่จะไปปรึกษากับแพทย์ท่านอื่น ซึ่งได้ไปปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกท่านอื่นๆ ถึง 7 ท่าน ทุกท่านให้ความเห็นตรงกันว่า กระดูกขาของผมผิดรูปและมีลักษณะบิดเข้าในจริง จากการตรวจร่างกาย และทำ CT scan ผมจึงตัดสินใจไปรักษากับแพทย์ท่านหนึ่งในโรงเรียนแพทย์ ที่ทำเกี่ยวกับการผ่าตัดเพิ่มความสูงเช่นกัน แพทย์ท่านนี้ได้แจ้งว่า แพทย์ท่านเดิมที่ผมได้ผ่าตัดด้วยครั้งแรกเคยผ่าตัดและสร้างปัญหาให้กับ คนไข้มาหลายรายแล้ว และคนไข้เหล่านั้นก็มาหาเขาเพื่อทำการผ่าตัดแก้ไข ผมได้รับการรักษาต่อที่โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งโดยแพทย์ ได้วางแผนทำการผ่าตัดย้ายกระดูก (Bone graft) และแก้ไขปัญหาการบิดของขาให้เข้ารูปเท่าที่จะทำได้
แต่ว่าเนื่องจากการผ่าตัดครั้งแรกได้ผ่านมาเป็นเวลานานถึง 1 ปีแล้ว การแก้ไขจึงทำได้ไม่ดีเนื่องจากร่างกายของผมได้ปรับตัวเข้ากับการผิดรูปของขานี้ไปบางส่วนแล้ว
ทุกวันนี้แพทย์ท่านนี้ยังทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงต่อโดยที่ไม่มีการถูกฟ้องร้องและได้รับโทษใดๆ
ตัวผมเองยังไม่สามารถกลับมาเดินได้ปกติ รู้สึกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอคนที่ผ่าตัดมากกว่านี้
ถ้าใครยังคิดที่จะทำการผ่าตัดเพิ่มความสูงขอให้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอ คนที่ผ่าตัดก่อน ว่ามีความน่าเชื่อถือขนาดไหน
ไม่อยากให้ใครมาพลาดเจอประสบการณ์แย่ๆแบบผม