ประโยชน์ของแห้วที่หลายคนไม่เคยรู้ แต่ดีต่อสุขภาพผู้หญิง

   ถ้าพูดถึงแห้ว สาวๆ หลายคนอาจจะนึกถึงขนมหวานรสชาติหวานมันเคี้ยวเพลินอย่างทับทิมกรอบ หรือนึกถึงความหมายในเชิงความรักที่เอาไว้ล้อเลียนกันขำๆ ใช่ไหมคะ แต่ความจริงแล้ว ผลไม้หรือพืชหัวใต้ดินชนิดนี้มีคุณค่าทางสารอาหารสูงมากจนน่าทึ่งเลยค่ะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับประโยชน์ของแห้วในมุมที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน บอกเลยว่าถ้าอ่านจบแล้ว สาวๆ จะต้องอยากรีบไปหาซื้อมาทานกันแน่นอนค่ะ

ประโยชน์ดีๆ จากแห้วที่ซ่อนอยู่
•ช่วยดับพิษร้อนและแก้กระหาย
ตามตำราแพทย์แผนจีน แห้วมีฤทธิ์เป็นยาเย็นค่ะ เหมาะมากๆ กับสภาพอากาศเมืองไทย เพราะการทานแห้วจะช่วยบรรเทาอาการร้อนใน แก้ไอ แก้เจ็บคอ และช่วยขับเสมหะได้อย่างดีเยี่ยม วันไหนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ การได้ทานแห้วสดหรือดื่มน้ำแห้วต้มจะช่วยให้ร่างกายข้างในรู้สึกเย็นลงและสดชื่นขึ้นทันทีค่ะ
•บำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น
แห้วเป็นพืชที่มีปริมาณน้ำเป็นส่วนประกอบสูงมาก การทานแห้วจึงเป็นการเติมน้ำให้เซลล์ผิวจากภายใน ช่วยให้ผิวพรรณของสาวๆ ดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งกร้าน แถมนอกจากน้ำแล้วยังมีวิตามินบีและสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลาย ทำให้ผิวดูสุขภาพดีมีออร่าค่ะ
•ตัวช่วยควบคุมความดันโลหิต
ในแห้วมีแร่ธาตุสำคัญอย่างโพแทสเซียมในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งเจ้าโพแทสเซียมนี้มีหน้าที่ช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย จึงมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับความดันโลหิตให้สมดุล ลดอาการบวมน้ำ และช่วยให้หัวใจทำงานได้อย่างเป็นปกติด้วยค่ะ
•ดีต่อระบบย่อยอาหารและทำให้อิ่มนาน
เหนียวๆ หนึบๆ แบบนี้ เพราะแห้วมีแป้งและใยอาหารชนิดดีอยู่เยอะค่ะ การทานแห้วจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยแก้อาการท้องผูก และที่ถูกใจสาวๆ สายดูแลรูปร่างแน่นอนก็คือ แห้วมีไขมันต่ำมาก ทานแล้วทำให้อิ่มท้องได้นาน ลดความอยากกินจุบจิบระหว่างวันได้ดีทีเดียวค่ะ
•ต้านเชื้อแบคทีเรียและสิ่งแปลกปลอม
สารสกัดจากแห้วมีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในร่างกาย จึงมีส่วนช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการอักเสบได้เร็วขึ้นค่ะ

ข้อแนะนำในการทานแห้วให้ได้ประโยชน์สูงสุด
   แม้ว่าแห้วจะมีประโยชน์มากมาย แต่เนื่องจากแห้วเป็นพืชหัวที่เติบโตในโคลนเลน ก่อนนำมาทานหรือนำมาปรุงอาหาร สาวๆ ต้องล้างทำความสะอาดและปอกเปลือกออกให้หมดจด เพื่อความปลอดภัยจากสิ่งสกปรกและสารตกค้างนะคะ และที่สำคัญหากเลือกทานในรูปแบบของขนมหวาน ก็ต้องระมัดระวังเรื่องปริมาณน้ำเชื่อมและน้ำกะทิด้วยค่ะ ทางที่ดีที่สุดคือการทานแบบต้มสุกธรรมดาหรือทานสดในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้ร่างกายได้รับคุณค่าทางสารอาหารแบบเต็มๆ โดยไม่มีน้ำตาลส่วนเกินมาเกะกะกวนใจค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่