หลายคนน่าจะมีเสื้อผ้าอยู่ในตู้จำนวนไม่น้อยที่แทบไม่ได้หยิบมาใส่อีก บางตัวซื้อมาใส่ไม่กี่ครั้ง บางตัวเก็บไว้เพราะเสียดาย สุดท้ายก็กลายเป็นของที่ถูกทิ้งไว้เฉย ๆ
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ การผลิตเสื้อผ้าแต่ละชิ้นใช้ทรัพยากรจำนวนมาก เช่น เสื้อยืด 1 ตัว ใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 2,700 ลิตร หรือเทียบเท่าปริมาณน้ำดื่มของคนหนึ่งคนได้นานเกือบ 3 ปี ขณะที่กางเกงยีนส์ 1 ตัว ใช้น้ำมากถึง 7,000 ลิตร หรือเพียงพอสำหรับการดื่มน้ำของคนหนึ่งคนได้นานกว่า 7 ปี นอกจากนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นยังมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 10% ของทั้งโลก
ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรและผู้บริโภคจึงเริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิด Circular Fashion หรือการยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า ผ่านการขายต่อ บริจาค หรือส่งต่อให้คนอื่นนำไปใช้แทนการซื้อใหม่
ล่าสุดได้เห็นตัวอย่างที่น่าสนใจจากโครงการ “KTC Closet” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้พนักงานนำเสื้อผ้าและของใช้ที่ยังมีคุณภาพมาส่งต่อผ่านแพลตฟอร์ม Loopers โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนโรงพยาบาลของรัฐ แนวคิดนี้น่าสนใจตรงที่ช่วยให้สิ่งของที่ไม่ได้ใช้งานแล้วกลับมาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง แทนที่จะกลายเป็นขยะหรือถูกเก็บไว้ในตู้
ข้อมูลจาก Loopers ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 30,000 คน และมีการหมุนเวียนเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มแล้วมากกว่า 100,000 ตัว สะท้อนว่าคนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาสนใจการส่งต่อเสื้อผ้าและของใช้มากขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหาเสื้อผ้ามือสองสภาพดี ปัจจุบันก็มีหลายช่องทางให้เลือก รวมถึงแพลตฟอร์มเฉพาะทางอย่าง Loopers ที่รวมเสื้อผ้าและของใช้จากผู้ใช้งานจำนวนมาก บางชิ้นแทบไม่ต่างจากของใหม่ แต่ช่วยยืดอายุการใช้งานสินค้าและลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้าใหม่ได้อีกทางหนึ่ง
พอได้อ่านข้อมูลเหล่านี้แล้วก็ทำให้กลับมามองตู้เสื้อผ้าของตัวเองต่างออกไป เพราะเสื้อผ้าที่เราไม่ได้ใส่มานานแล้ว อาจยังมีคุณค่าสำหรับใครอีกหลายคน
เลยอยากชวนคุยว่า ปกติทุกคนมีวิธีจัดการกับเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้วอย่างไรกันบ้าง?
เสื้อผ้าที่เราไม่ได้ใส่แล้ว ยังมีคุณค่าอยู่ไหม?
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ การผลิตเสื้อผ้าแต่ละชิ้นใช้ทรัพยากรจำนวนมาก เช่น เสื้อยืด 1 ตัว ใช้น้ำเฉลี่ยประมาณ 2,700 ลิตร หรือเทียบเท่าปริมาณน้ำดื่มของคนหนึ่งคนได้นานเกือบ 3 ปี ขณะที่กางเกงยีนส์ 1 ตัว ใช้น้ำมากถึง 7,000 ลิตร หรือเพียงพอสำหรับการดื่มน้ำของคนหนึ่งคนได้นานกว่า 7 ปี นอกจากนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นยังมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 10% ของทั้งโลก
ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรและผู้บริโภคจึงเริ่มให้ความสำคัญกับแนวคิด Circular Fashion หรือการยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้า ผ่านการขายต่อ บริจาค หรือส่งต่อให้คนอื่นนำไปใช้แทนการซื้อใหม่
ล่าสุดได้เห็นตัวอย่างที่น่าสนใจจากโครงการ “KTC Closet” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้พนักงานนำเสื้อผ้าและของใช้ที่ยังมีคุณภาพมาส่งต่อผ่านแพลตฟอร์ม Loopers โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปสนับสนุนโรงพยาบาลของรัฐ แนวคิดนี้น่าสนใจตรงที่ช่วยให้สิ่งของที่ไม่ได้ใช้งานแล้วกลับมาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง แทนที่จะกลายเป็นขยะหรือถูกเก็บไว้ในตู้
ข้อมูลจาก Loopers ระบุว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 30,000 คน และมีการหมุนเวียนเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มแล้วมากกว่า 100,000 ตัว สะท้อนว่าคนจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาสนใจการส่งต่อเสื้อผ้าและของใช้มากขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหาเสื้อผ้ามือสองสภาพดี ปัจจุบันก็มีหลายช่องทางให้เลือก รวมถึงแพลตฟอร์มเฉพาะทางอย่าง Loopers ที่รวมเสื้อผ้าและของใช้จากผู้ใช้งานจำนวนมาก บางชิ้นแทบไม่ต่างจากของใหม่ แต่ช่วยยืดอายุการใช้งานสินค้าและลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้าใหม่ได้อีกทางหนึ่ง
พอได้อ่านข้อมูลเหล่านี้แล้วก็ทำให้กลับมามองตู้เสื้อผ้าของตัวเองต่างออกไป เพราะเสื้อผ้าที่เราไม่ได้ใส่มานานแล้ว อาจยังมีคุณค่าสำหรับใครอีกหลายคน
เลยอยากชวนคุยว่า ปกติทุกคนมีวิธีจัดการกับเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แล้วอย่างไรกันบ้าง?