รู้หรือไม่? ผ่อนรถอยู่แล้วรถพังยับจากภัยธรรมชาติ สัญญาเช่าซื้อถือว่าระงับทันที ผู้ซื้อไม่ต้องรับผิดชอบค่างวดที่เหลือ
จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2558 (คดีรถพังจากสึนามิ) ได้วางแนวทางกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยไว้ ดังนี้
สัญญาจบโดยอัตโนมัติ: เมื่อรถพังยับเยินจากภัยธรรมชาติ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่ใช่ความผิดของคนซื้อ สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดทันที
คืนแค่ซากรถ: ผู้เช่าซื้อ ทายาท และผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องนำเงินไปซ่อมรถเพื่อคืนไฟแนนซ์ มีหน้าที่แค่ส่งมอบ "ซากรถ" ตามสภาพจริงคืนไป
ถ้าไม่มีซากมาคืน: กรณีซากรถสูญหาย ต้องชดใช้เงินตามราคาประเมินของซากรถแทน (ในคดีนี้ศาลตีราคาซากไว้ที่ 20,000 บาท)
สิ่งที่ต้องจ่ายชดเชย: แม้ไฟแนนซ์จะฟ้องเรียกเก็บค่ารถเต็มจำนวนไม่ได้ แต่ศาลกำหนดให้เราจ่าย "ค่าเสียหายส่วนกำไร" ที่ไฟแนนซ์ควรจะได้รับหากเราผ่อนจนจบสัญญา (คดีนี้ศาลคำนวณให้จ่ายที่ 37,400 บาท)
สิ่งที่ไม่ต้องจ่าย: ไฟแนนซ์เรียกเก็บค่างวดที่เหลือไม่ได้ เรียกค่าเช่าซื้อค้างชำระไม่ได้ (หากก่อนหน้านี้เราผ่อนตรงตลอดและไม่เคยผิดนัด) ศาลไม่ให้คิดดอกเบี้ยเพิ่ม และเรียกค่าติดตามทวงถามไม่ได้หากไม่มีหลักฐานชัดเจน
สรุปคือ หากรถเจอภัยธรรมชาติจนพังเสียหาย เราไม่ต้องผ่อนกุญแจเปล่าๆ แค่คืนซากรถ (หรือจ่ายค่าซากหากหาย) และรับผิดชอบจ่ายชดเชยส่วนที่เป็นกำไรให้ไฟแนนซ์ตามที่ศาลเห็นสมควรเท่านั้น
Reference
อ้างอิงจากโพสต์ของ อุดม งานเมืองสกุล คณบดี คณะนิติศาสตร์ ม.พะเยา
#รถจมน้ำ #ความรู้กฎหมาย #สัญญาเช่าซื้อ #หนี้ไฟแนนซ์ #คลังข่าวชาวบ้าน
ผ่อนรถอยู่แล้วรถพังยับจากภัยธรรมชาติ สัญญาเช่าซื้อถือว่าระงับทันที ผู้ซื้อไม่ต้องรับผิดชอบค่างวดที่เหลือ
จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2558 (คดีรถพังจากสึนามิ) ได้วางแนวทางกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านในกรณีเกิดเหตุสุดวิสัยไว้ ดังนี้
สัญญาจบโดยอัตโนมัติ: เมื่อรถพังยับเยินจากภัยธรรมชาติ ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่ใช่ความผิดของคนซื้อ สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดทันที
คืนแค่ซากรถ: ผู้เช่าซื้อ ทายาท และผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องนำเงินไปซ่อมรถเพื่อคืนไฟแนนซ์ มีหน้าที่แค่ส่งมอบ "ซากรถ" ตามสภาพจริงคืนไป
ถ้าไม่มีซากมาคืน: กรณีซากรถสูญหาย ต้องชดใช้เงินตามราคาประเมินของซากรถแทน (ในคดีนี้ศาลตีราคาซากไว้ที่ 20,000 บาท)
สิ่งที่ต้องจ่ายชดเชย: แม้ไฟแนนซ์จะฟ้องเรียกเก็บค่ารถเต็มจำนวนไม่ได้ แต่ศาลกำหนดให้เราจ่าย "ค่าเสียหายส่วนกำไร" ที่ไฟแนนซ์ควรจะได้รับหากเราผ่อนจนจบสัญญา (คดีนี้ศาลคำนวณให้จ่ายที่ 37,400 บาท)
สิ่งที่ไม่ต้องจ่าย: ไฟแนนซ์เรียกเก็บค่างวดที่เหลือไม่ได้ เรียกค่าเช่าซื้อค้างชำระไม่ได้ (หากก่อนหน้านี้เราผ่อนตรงตลอดและไม่เคยผิดนัด) ศาลไม่ให้คิดดอกเบี้ยเพิ่ม และเรียกค่าติดตามทวงถามไม่ได้หากไม่มีหลักฐานชัดเจน
สรุปคือ หากรถเจอภัยธรรมชาติจนพังเสียหาย เราไม่ต้องผ่อนกุญแจเปล่าๆ แค่คืนซากรถ (หรือจ่ายค่าซากหากหาย) และรับผิดชอบจ่ายชดเชยส่วนที่เป็นกำไรให้ไฟแนนซ์ตามที่ศาลเห็นสมควรเท่านั้น
Reference
อ้างอิงจากโพสต์ของ อุดม งานเมืองสกุล คณบดี คณะนิติศาสตร์ ม.พะเยา
#รถจมน้ำ #ความรู้กฎหมาย #สัญญาเช่าซื้อ #หนี้ไฟแนนซ์ #คลังข่าวชาวบ้าน