🍵 "ชา 6 เฉดสี" ระดับการหมักต่างกัน ประโยชน์ก็ต่างกัน!

🍵 "ชา 6 เฉดสี" ระดับการหมักต่างกัน ประโยชน์ก็ต่างกัน!

วัฒนธรรมการดื่มชาที่มีต้นกำเนิดจากจีนโบราณและแพร่หลายมาถึงไทยตั้งแต่สมัยอยุธยานั้น เต็มไปด้วยศิลปะและศาสตร์แห่งสุขภาพที่น่าทึ่งค่ะ

หลายคนอาจคุ้นเคยกับชาเพียงไม่กี่ชนิดและคิดว่าชาทุกแบบให้ผลลัพธ์เหมือนกัน ในความเป็นจริงแล้ว ชาบนโลกนี้ถูกจัดแบ่งออกเป็น 6 เฉดสีหลักตาม "ระดับการหมัก" หรือการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งความเข้มข้นของกระบวนการนี้เองที่เป็นตัวกำหนดสีสัน กลิ่นหอม และดึงเอาสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในแต่ละด้านออกมาได้อย่างเฉพาะเจาะจง

วันนี้ จะพาไปเจาะลึกกันค่ะว่าชาแต่ละสีช่วยดูแลร่างกายของเราในเรื่องไหนกันบ้าง
.
1️⃣ ชาเขียว (緑茶) เผาผลาญไขมันและต้านอนุมูลอิสระ
ชาชนิดนี้แทบไม่ผ่านการหมักเลยหรือมีระดับออกซิเดชันต่ำที่สุด ทำให้ได้ใบชาสีเขียวอ่อนสดใสและคงความบริสุทธิ์ของสารอาหารตามธรรมชาติไว้ได้มากที่สุดค่ะ จุดเด่นคือมีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม EGCG สูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ และปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันองค์รวมค่ะ
.
2️⃣ ชาขาว (白茶) บำรุงผิวพรรณและชะลอวัย
ชาขาวมีกระบวนการผลิตที่น้อยมาก โดยจะเก็บเฉพาะยอดอ่อนที่ยังมีขนปุยสีขาวปกคลุมแล้วนำไปตากแห้งทันที ระดับออกซิเดชันจึงสูงกว่าชาเขียวเพียงเล็กน้อย สีน้ำชาจะออกเหลืองอ่อนใส ความพิเศษคือชาขาวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงไม่แพ้ชาเขียว ควบคู่ไปกับปริมาณคาเฟอีนที่ค่อนข้างต่ำ โดดเด่นในเรื่องการปกป้องโครงสร้างอีลาสตินและคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและฟื้นบำรุงผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์ค่ะ
.
3️⃣ ชาเหลือง (黄茶) ปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร
ชาสีนี้อาจจะหาดื่มยากสักนิดค่ะ กระบวนการผลิตจะคล้ายชาเขียวทุกประการ เพียงแต่มีการเพิ่มขั้นตอน "การอบหมกให้เหลือง" เข้ามา ทำให้ใบชาและน้ำชามีสีเหลืองอมเขียว การอบด้วยความร้อนอ่อนๆ นี้ช่วยลดความฝาดและคลายคุณสมบัติความเย็นจัดของชาลง ทำให้ดื่มง่ายและมีความอ่อนโยนต่อกระเพาะอาหารมากขึ้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร หรือมีอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหารบ่อยๆ ค่ะ
.
4️⃣ ชาฟ้า หรือ ชาน้ำเงิน (青茶) คุมน้ำตาลและดักจับไขมัน
หลายคนรู้จักชาชนิดนี้ในชื่อ "ชาอูหลง" ค่ะ เป็นชาที่ผ่านการหมักเพียงบางส่วนหรือกึ่งหมัก สีของใบชาจะออกเขียวเข้มหม่น กระบวนการกึ่งหมักนี้ทำให้เกิดสารโพลีฟีนอลชนิดพิเศษที่ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ย่อยสลายไขมัน ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมไขมันจากอาหารได้น้อยลง รวมถึงช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ จึงเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะมากสำหรับการจิบพร้อมมื้ออาหารหนักๆ ค่ะ
.
5️⃣ ชาแดง (紅茶) บำรุงหัวใจและกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
ในฝั่งตะวันตกจะนิยมเรียกชาชนิดนี้ว่า "Black Tea" หรือชาดำค่ะ ชาแดงผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์แบบจนใบชามีสีเข้ม และน้ำชาออกสีแดงอมน้ำตาล กระบวนการหมักเต็มขั้นนี้ทำให้เกิดสารสำคัญกลุ่ม Theaflavins และ Thearubigins ซึ่งมีคุณสมบัติในการปกป้องหลอดเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของโลหิตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
.
6️⃣ ชาดำ (黒茶) ลดระดับคอเลสเตอรอลและดูแลลำไส้
ชาดำในความหมายของชาวจีนคือ "ชาผูเอ่อร์" (Pu-erh) ที่ผ่านกระบวนการหมักบ่มด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติเป็นเวลานาน ยิ่งเก็บนานยิ่งมีกลิ่นหอมลุ่มลึก น้ำชามีสีน้ำตาลเข้มจัดจนเกือบดำ ชาชนิดนี้ขึ้นชื่อมากในตำรับแพทย์แผนจีนเรื่องการช่วยย่อยอาหารที่มีไขมันสูง ลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้อย่างเห็นผล และยังมีจุลินทรีย์ดีที่ช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่ายในลำไส้ให้เป็นปกติค่ะ
.
🍵 คำแนะนำในการดื่มชาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
คือควรเลือกดื่มชาแบบชงสดจากใบชาธรรมชาติ และพยายามเลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือนมข้นหวานเพื่อไม่ให้ร่างกายรับแคลอรีส่วนเกิน ปริมาณที่เหมาะสมคือวันละ 2-3 ถ้วย และควรดื่มหลังมื้ออาหารประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้สารแทนนินในชาเข้าไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กและโปรตีนจากอาหาร ลองสลับสายพันธุ์ชาที่ดื่มในแต่ละวันเพื่อให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลายกันดูนะคะ
.
ที่มา : Bluzone
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่