❝ ฝ่ายค้าน ‘ขยับ-เขย่า’ ทุกแนว
ท้าชน ระบอบบ้านใหญ่
ท้าท้าย รัฐน้ำเงินพันลึก? ❞
.
เมื่อฟางเส้นสุดท้ายคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมดลง รัฐบาลค่ายสีน้ำเงินไม่มีท่าทีประนีประนอมทางการเมือง
.
จากฝ่ายค้านที่สงบนิ่งจนโดนคนแซวกันทั่วว่าสติยังไม่กลับคืนหลังแพ้เลือกตั้ง สถานการณ์ล่าสุดกลายเป็นตรงกันข้าม
.
พรรคประชาชนวันนี้ได้ชื่อว่าทำงานอย่างแข็งขัน ประเคนหมัด เข่า ศอกเข้าใส่รัฐบาลชนิดไม่เว้นแต่ละวัน
.
ตั้งแต่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อส่งศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนเอาผิด ป.ป.ช. กรณีมีพฤติการณ์ส่อว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในคดีตีตกข้อกล่าวหา “ซุกหุ้น” ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
.
ทั้งใช้กระบวนการสอบสวนมิชอบ, ใช้ดุลยพินิจพิจารณาคดีมิชอบ, จงใจไม่ตรวจสอบตามคำร้อง และจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่
.
เป็นการเปิดฉากชนกับประธานรัฐสภาสายตรงทีมบุรีรัมย์ ว่าจะทำตามหน้าที่ไฟเขียวยื่นต่อไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่? หรือจะตีตกแบบที่หลายคนคาดการณ์ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยออกมาบอกว่าประธานรัฐสภาไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์…
.
ขณะที่ฟากศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ก็กำลังพิจารณาคำร้องของ “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไข “กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้”
.
ทั้งยังมีข้อกังวลเรื่องการยัดไส้แอบใส่วงเงินไปอีก 2 แสนล้าน แอบแฝงงบประมาณด้านพลังงานที่ไม่ฉุกเฉินเข้ามาด้วย
รัฐบาลสีน้ำเงินที่เคยรู้สึกมีนิติสงครามเป็นอาวุธ วันนี้ก็เจอฝ่ายค้านใช้กลไกนี้ทิ่มแทงกลับ
⸻
ฝ่ายค้าน ‘ขยับ-เขย่า’ ทุกแนว ท้าชน ระบอบบ้านใหญ่ ท้าท้าย รัฐน้ำเงินพันลึก?
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_900441
https://www.facebook.com/share/p/1D6NT3jrKa/
ตอนนี้มีคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะชี้นำทิศทางของรัฐธรรมนูญใหม่
จะยอมรับหรือปฏิเสธวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม
แต่สิ่งที่จับต้องได้ตอนนี้ นั่นก็คือ การที่พรรคแกนนำสำคัญของรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย พยายามกำหนดและควบคุมทิศทางการออกแบบ “รัฐธรรมนูญใหม่” อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ภายใต้ธงนำ “อนุรักษนิยม” เข้มข้น
โดยมีกลไกแนวร่วม ไม่ว่า วุฒิสภา องค์กรอิสระ เป็นกองหนุนเสริมอันมากด้วยประสิทธิภาพ
ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ เข้ามา “กินแบ่ง”
โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกมองเป็นพวกหัวก้าวหน้า หรือเสรีนิยม อย่างพรรคประชาชน
แม้แต่ฝ่ายเดียวกันเอง และเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคเพื่อไทย ก็ถูก “หัก” กลางลำ
จนไม่สามารถนำเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ต้องการได้
ต้องกลับไปตั้งลำใหม่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่
เพราะพรรคแกนนำรัฐบาล ที่ถูกแขวนป้ายเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ยอม
ยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองหนักหน่วง และเร็วเกินคาด
จึงต้องปรับขบวนกันยกใหญ่ เพื่อไม่ให้จมดิ่งกลับสู่วิกฤต “ศรัทธา” ที่มากขึ้นทุกที
ซึ่งแน่นอน “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็น “แม่บท” สำคัญ จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับทิศทางตามที่ “ระบอบสีน้ำเงิน” ต้องการอย่างเข้มข้น
ไม่ยอมให้ขั้วอำนาจอื่นมา “แบ่ง” หรือ “แย่ง” แน่นอน
รัฐธรรมนูญใหม่ที่ควรเป็น “มติร่วมกัน” เพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอันสมบูรณ์
จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงในห้วงครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 94 ปีนี้
24 มิถุนายน คงจะผ่านมาและผ่านไป
ซ้ำๆ ซากๆ อยู่เช่นนี้ไปอีกหลายปี
⸻
ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
มติชนรายวัน คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_900851
https://www.facebook.com/share/p/1EHWoTHpFy/
ฝ่ายค้าน ‘ขยับ-เขย่า’ ทุกแนว ท้าชน ระบอบบ้านใหญ่ ท้าท้าย รัฐน้ำเงินพันลึก?
ท้าชน ระบอบบ้านใหญ่
ท้าท้าย รัฐน้ำเงินพันลึก? ❞
.
เมื่อฟางเส้นสุดท้ายคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมดลง รัฐบาลค่ายสีน้ำเงินไม่มีท่าทีประนีประนอมทางการเมือง
.
จากฝ่ายค้านที่สงบนิ่งจนโดนคนแซวกันทั่วว่าสติยังไม่กลับคืนหลังแพ้เลือกตั้ง สถานการณ์ล่าสุดกลายเป็นตรงกันข้าม
.
พรรคประชาชนวันนี้ได้ชื่อว่าทำงานอย่างแข็งขัน ประเคนหมัด เข่า ศอกเข้าใส่รัฐบาลชนิดไม่เว้นแต่ละวัน
.
ตั้งแต่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อส่งศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนเอาผิด ป.ป.ช. กรณีมีพฤติการณ์ส่อว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในคดีตีตกข้อกล่าวหา “ซุกหุ้น” ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ
.
ทั้งใช้กระบวนการสอบสวนมิชอบ, ใช้ดุลยพินิจพิจารณาคดีมิชอบ, จงใจไม่ตรวจสอบตามคำร้อง และจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่
.
เป็นการเปิดฉากชนกับประธานรัฐสภาสายตรงทีมบุรีรัมย์ ว่าจะทำตามหน้าที่ไฟเขียวยื่นต่อไปยังประธานศาลฎีกาหรือไม่? หรือจะตีตกแบบที่หลายคนคาดการณ์ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยออกมาบอกว่าประธานรัฐสภาไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์…
.
ขณะที่ฟากศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ก็กำลังพิจารณาคำร้องของ “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน พร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไข “กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้”
.
ทั้งยังมีข้อกังวลเรื่องการยัดไส้แอบใส่วงเงินไปอีก 2 แสนล้าน แอบแฝงงบประมาณด้านพลังงานที่ไม่ฉุกเฉินเข้ามาด้วย
รัฐบาลสีน้ำเงินที่เคยรู้สึกมีนิติสงครามเป็นอาวุธ วันนี้ก็เจอฝ่ายค้านใช้กลไกนี้ทิ่มแทงกลับ
⸻
ฝ่ายค้าน ‘ขยับ-เขย่า’ ทุกแนว ท้าชน ระบอบบ้านใหญ่ ท้าท้าย รัฐน้ำเงินพันลึก?
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_900441
https://www.facebook.com/share/p/1D6NT3jrKa/
ตอนนี้มีคำว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” เข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะชี้นำทิศทางของรัฐธรรมนูญใหม่
จะยอมรับหรือปฏิเสธวาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม
แต่สิ่งที่จับต้องได้ตอนนี้ นั่นก็คือ การที่พรรคแกนนำสำคัญของรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย พยายามกำหนดและควบคุมทิศทางการออกแบบ “รัฐธรรมนูญใหม่” อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ภายใต้ธงนำ “อนุรักษนิยม” เข้มข้น
โดยมีกลไกแนวร่วม ไม่ว่า วุฒิสภา องค์กรอิสระ เป็นกองหนุนเสริมอันมากด้วยประสิทธิภาพ
ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายต่างๆ เข้ามา “กินแบ่ง”
โดยเฉพาะฝ่ายที่ถูกมองเป็นพวกหัวก้าวหน้า หรือเสรีนิยม อย่างพรรคประชาชน
แม้แต่ฝ่ายเดียวกันเอง และเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคเพื่อไทย ก็ถูก “หัก” กลางลำ
จนไม่สามารถนำเสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ต้องการได้
ต้องกลับไปตั้งลำใหม่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่
เพราะพรรคแกนนำรัฐบาล ที่ถูกแขวนป้ายเป็น “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่ยอม
ยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองหนักหน่วง และเร็วเกินคาด
จึงต้องปรับขบวนกันยกใหญ่ เพื่อไม่ให้จมดิ่งกลับสู่วิกฤต “ศรัทธา” ที่มากขึ้นทุกที
ซึ่งแน่นอน “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็น “แม่บท” สำคัญ จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับทิศทางตามที่ “ระบอบสีน้ำเงิน” ต้องการอย่างเข้มข้น
ไม่ยอมให้ขั้วอำนาจอื่นมา “แบ่ง” หรือ “แย่ง” แน่นอน
รัฐธรรมนูญใหม่ที่ควรเป็น “มติร่วมกัน” เพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอันสมบูรณ์
จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงในห้วงครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 94 ปีนี้
24 มิถุนายน คงจะผ่านมาและผ่านไป
ซ้ำๆ ซากๆ อยู่เช่นนี้ไปอีกหลายปี
⸻
ซ้ำ-ซ้ำ ซาก-ซาก โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
มติชนรายวัน คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_900851
https://www.facebook.com/share/p/1EHWoTHpFy/