สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป วันนี้ขออนุญาตมาแชร์ประสบการณ์หลังจากการใช้งาน HONOR 600 ครบ 2 อาทิตย์เต็มครับ กระทู้นี้ขอสรุปแบบไม่อวย เน้นการใช้งานจริงในฐานะผู้ใช้คนหนึ่งครับ
ทำไมถึงเลือก HONOR 600? (ตัวเลือกในใจก่อนซื้อ)
ตอนแรกผมเล็งไว้ 2-3 รุ่นครับ คือ NXTPaper 60 Ultra, Nothing Phone 4a และ Galaxy A57 (ส่วนยี่ห้อ O, V, X ขอข้ามไปก่อนเพราะดีไซน์หน้าตายังไม่ค่อยถูกใจครับ)
Nothing Phone 4a: ใจจริงเทไปทางนี้เยอะมาก เพราะชอบรูปทรงหน้าตามาก ไม่มีแอปขยะยัดเยียดมาให้ แต่ต้องจำใจตัดออกเพราะรุ่นนี้ไม่รองรับ E-SIM (ถ้ารุ่นที่รองรับก็ราคาแอบเกินงบไปหน่อย)
NXTPaper 60 Ultra: ตัวนี้ก็อยากได้ครับ จอใหญ่ มีปากกา อยากลองดูว่าจอถนอมสายตาเป็นยังไง แถมไม่มีแอปขยะและรองรับ E-SIM ด้วย แต่สุดท้ายต้องตัดออกเพราะกลัวโดนลอยแพ กับขอบจอด้านล่างที่ดูหนาไปนิด
Galaxy A57: ตัวนี้ลังเลหนักมาก เพราะส่วนตัวใช้ยี่ห้อนี้มาตลอดตั้งแต่ Fold 5, A54, A55, A56 มี E-SIM คุ้นเคยกับ One UI และใช้งานไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย แต่ที่ไม่ได้ไปต่อเพราะ "เบื่อ" ล้วนๆ ครับ เลยอยากลองเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นที่ไม่เคยใช้ดูบ้าง
จบที่ HONOR 600: ส่วนตัวผมมองว่ายี่ห้อนี้มันคือ Huawei ที่มี GMS ประกอบกับหาข้อมูลมาว่างานประกอบดี ทนทาน เลยตัดสินใจลองดูครับ
แกะกล่อง & สัมผัสแรก (ดีไซน์และซอฟต์แวร์)
เรื่องงานประกอบ เอาจริงๆ สมัยนี้ทุกยี่ห้อทำออกมาดีไม่หนีกันเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่รุ่นล่างจริงๆ ก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว
ในกล่องมีอุปกรณ์มาครบ มีเคสใส, หัวชาร์จ 80W (ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยใช้มือถือมา), สายชาร์จ 6A แบบ A to C (แอบเสียดาย น่าจะให้ C to C มาเลย เห็นว่าโซนยุโรปได้แบบนั้น), เข็มจิ้มซิม และกระดาษพับที่ไม่เคยอ่านครับ 555
เปิดเครื่องมาเป็น Android 16 ครอบทับด้วย Magic OS 10 ส่วนตัวถ้านำไปเทียบกับ One UI ผมว่ายังแอบห่างชั้นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือไอคอน รวมๆ มันก็สวยแหละครับ หน้า Lock Screen ปรับแต่งได้เยอะ แต่ไอคอนกับฟอนต์มันยังไม่ค่อยเป๊ะ ลองไถดูฟอนต์ในสโตร์ก็แอบคิดว่ามีคนใช้ฟอนต์แบบนี้ด้วยหรอ จุดนี้ยี่ห้อเดิมที่เคยใช้เขามีฟอนต์สวยๆ ให้โหลดให้ซื้อเยอะกว่ามากครับ
หลังจากใช้มาสักพัก นี่คือข้อดีและข้อสังเกตที่ผมสรุปมาให้ครับ:
✅ สิ่งที่ถูกใจ
AI Writing: ใครต้องพิมพ์ภาษาอังกฤษบ่อยๆ แต่อาจจะยังไม่คล่อง ฟีเจอร์นี้ดีเลยครับ ให้ AI ช่วยแก้ ช่วยเช็คแกรมม่าได้ ทำได้ดีไม่ต่างจากยี่ห้ออื่นครับ
AI Photo to Videos: อันนี้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้อเหมือนกัน ลองเล่นดูแล้วเฮ้ย มันโอเคเลย ทำภาพออกมาได้เนียนตา แต่รอประมวลผลนานหน่อย และไม่แน่ใจว่าจำกัดโควต้าไหมเพราะเพิ่งลองทำไปแค่ 2 รูปครับ
แบตเตอรี่ 7,000mAh: ปกติผมเป็นคนกลัวแบตหมด ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ตลอดเวลา แต่เครื่องนี้แบตเยอะจริงๆ ใช้งาน 12 ชั่วโมง แบตยังเหลือตั้ง 60% (ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เล่นเกม) ส่วนชาร์จไวก็ทำได้เร็วจริง แป๊บเดียวเต็ม ถูกใจมากครับ
ภาครับสัญญาณ: ทั้ง Wi-Fi และ Cellular ในสถานที่เดียวกันที่เครื่องอื่นสัญญาณหายไป 1-2 ขีด แต่เครื่องนี้สัญญาณเต็มตลอด! จุดอับ Wi-Fi ในบ้านที่เครื่องอื่นเล่นได้บ้างไม่ได้บ้าง เครื่องนี้รับสัญญาณเกือบเต็มและเล่นได้ปกติ (เคยอ่านรีวิวว่าในที่อับสัญญาณยี่ห้ออื่นไม่มีสัญญาณ มือถือจีนจะยังมีสัญญาณอยู่ พอมาเจอของจริงก็ตื่นเต้นดีครับ)
E-SIM จัดการง่าย: สลับใช้งานรวดเร็วและจับสัญญาณไวมาก ผมใช้ซิมปกติ 1 เบอร์ และ E-SIM 2 เบอร์ ต้องคอยสลับบ่อยๆ ก็ทำได้ง่ายๆ แค่ปัดหน้าจอและกดไม่กี่ครั้ง
Desktop Mode: เซอร์ไพรส์มากที่มี! ต่อผ่าน Miracast ใช้งานเมาส์กับคีย์บอร์ดได้อารมณ์เหมือน Samsung DeX เลยครับ แม้จะมีอาการหน่วงๆ บ้างนิดหน่อยแต่ถือว่าทำงานได้ดี (ตอนแรกหงุดหงิดมากทำไมมัน Chromecast ขึ้นทีวีไม่ได้ หาจอไม่เจอ สุดท้ายต้องไปเปิดแอป Google Home เพื่อแคสต์ขึ้นทีวีแทนครับ)
มี IR Blaster (อินฟราเรด): ชอบมากครับ ใช้เป็นรีโมทแอร์หรือทีวีได้สบายๆ ตำแหน่งอยู่ด้านหลังเครื่องใต้แฟลช เวลานอนอยู่ก็ลรืยรปรับแอร์ได้พอดีเป๊ะเลย
บริการหลังการขาย: ลองเช็คประกันผ่านแอป My Honor ใช้งานง่ายดีครับ กดปุ๊บก็ได้แชทคุยกับพนักงานที่เป็นคนจริงๆ รอไม่นาน ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดกับแชทบอท
⚠️ สิ่งที่ยังไม่ถูกใจ
แอป Theme มีโฆษณา: โฆษณาเด้งขึ้นมาแบบเต็มจอและน่าเกลียดมากครับ จนผมทนไม่ไหวต้องกด Disable แอปทิ้งไปเลย ผลคือตอนนี้เปลี่ยนธีมและเปลี่ยนฟอนต์ไม่ได้แล้วครับ
Font ภาษาไทย: ฟอนต์ในแอปไม่มีตัวไหนถูกใจเลย ถ้าจะเอาสวยๆ ต้องไปโหลดผ่านแอป Third-party มาลงแทนครับ
Always On Display (AOD): เป็นโหมดแสดงผลหน้าจอตลอดเวลาที่ไม่ติดตลอดเวลาครับ แอบงงและแปลกดี
ปุ่ม AI: การตั้งค่ากด 1 ครั้งปุ่มมันไวเกินไปครับ เวลาหยิบมือถือขึ้นมามือชอบไปโดนลั่นบ่อยมาก จนสุดท้ายต้องปิดคำสั่งกด 1 ครั้งทิ้งไป ใช้งานได้แค่กด 2 ครั้ง หรือกดค้างแทน
แถมท้าย: วิธีกดรับสิทธิ์ Google AI Pro ฟรี 3 เดือน ใครอ่านมาถึงตรงนี้คงสงสัยว่าสิทธิ์นี้ไปกดรับตรงไหน ทำตามนี้ได้เลยครับ:
1. โหลดแอป
Google One
2. กดเข้าแอป จะมีป๊อปอัปเด้งขึ้นมาให้กดรับสิทธิ์ 3 เดือนได้เลย
แต่ถ้าใครมี Subscription ฟรี อยู่ก่อนแล้ว
อย่าเพิ่งกดรับสิทธิ์นะครับ! ระบบจะมีให้เลือกว่ายังไม่รับตอนนี้ ให้กดข้ามไปก่อน มันจะแจ้งว่าสิทธิ์นี้เก็บไว้กดรับได้ถึงเมื่อไหร่ (อย่างของผมกดรับได้ถึงสิ้นปี ค่อยไปกดตอนนั้นครับ)
จบแล้วครับสำหรับการรีวิว ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ!
[CR] HONOR 600 หลังใช้งานจริง 2 อาทิตย์: แบตอึด และ Desktop Mode (Google AI Pro ฟรี 3 เดือนด้วยนะ)
ทำไมถึงเลือก HONOR 600? (ตัวเลือกในใจก่อนซื้อ)
ตอนแรกผมเล็งไว้ 2-3 รุ่นครับ คือ NXTPaper 60 Ultra, Nothing Phone 4a และ Galaxy A57 (ส่วนยี่ห้อ O, V, X ขอข้ามไปก่อนเพราะดีไซน์หน้าตายังไม่ค่อยถูกใจครับ)
Nothing Phone 4a: ใจจริงเทไปทางนี้เยอะมาก เพราะชอบรูปทรงหน้าตามาก ไม่มีแอปขยะยัดเยียดมาให้ แต่ต้องจำใจตัดออกเพราะรุ่นนี้ไม่รองรับ E-SIM (ถ้ารุ่นที่รองรับก็ราคาแอบเกินงบไปหน่อย)
NXTPaper 60 Ultra: ตัวนี้ก็อยากได้ครับ จอใหญ่ มีปากกา อยากลองดูว่าจอถนอมสายตาเป็นยังไง แถมไม่มีแอปขยะและรองรับ E-SIM ด้วย แต่สุดท้ายต้องตัดออกเพราะกลัวโดนลอยแพ กับขอบจอด้านล่างที่ดูหนาไปนิด
Galaxy A57: ตัวนี้ลังเลหนักมาก เพราะส่วนตัวใช้ยี่ห้อนี้มาตลอดตั้งแต่ Fold 5, A54, A55, A56 มี E-SIM คุ้นเคยกับ One UI และใช้งานไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย แต่ที่ไม่ได้ไปต่อเพราะ "เบื่อ" ล้วนๆ ครับ เลยอยากลองเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นที่ไม่เคยใช้ดูบ้าง
จบที่ HONOR 600: ส่วนตัวผมมองว่ายี่ห้อนี้มันคือ Huawei ที่มี GMS ประกอบกับหาข้อมูลมาว่างานประกอบดี ทนทาน เลยตัดสินใจลองดูครับ
แกะกล่อง & สัมผัสแรก (ดีไซน์และซอฟต์แวร์)
เรื่องงานประกอบ เอาจริงๆ สมัยนี้ทุกยี่ห้อทำออกมาดีไม่หนีกันเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่รุ่นล่างจริงๆ ก็แทบไม่ต้องกังวลเรื่องนี้แล้ว
ในกล่องมีอุปกรณ์มาครบ มีเคสใส, หัวชาร์จ 80W (ตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยใช้มือถือมา), สายชาร์จ 6A แบบ A to C (แอบเสียดาย น่าจะให้ C to C มาเลย เห็นว่าโซนยุโรปได้แบบนั้น), เข็มจิ้มซิม และกระดาษพับที่ไม่เคยอ่านครับ 555
เปิดเครื่องมาเป็น Android 16 ครอบทับด้วย Magic OS 10 ส่วนตัวถ้านำไปเทียบกับ One UI ผมว่ายังแอบห่างชั้นกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือไอคอน รวมๆ มันก็สวยแหละครับ หน้า Lock Screen ปรับแต่งได้เยอะ แต่ไอคอนกับฟอนต์มันยังไม่ค่อยเป๊ะ ลองไถดูฟอนต์ในสโตร์ก็แอบคิดว่ามีคนใช้ฟอนต์แบบนี้ด้วยหรอ จุดนี้ยี่ห้อเดิมที่เคยใช้เขามีฟอนต์สวยๆ ให้โหลดให้ซื้อเยอะกว่ามากครับ
หลังจากใช้มาสักพัก นี่คือข้อดีและข้อสังเกตที่ผมสรุปมาให้ครับ:
✅ สิ่งที่ถูกใจ
AI Writing: ใครต้องพิมพ์ภาษาอังกฤษบ่อยๆ แต่อาจจะยังไม่คล่อง ฟีเจอร์นี้ดีเลยครับ ให้ AI ช่วยแก้ ช่วยเช็คแกรมม่าได้ ทำได้ดีไม่ต่างจากยี่ห้ออื่นครับ
AI Photo to Videos: อันนี้เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจซื้อเหมือนกัน ลองเล่นดูแล้วเฮ้ย มันโอเคเลย ทำภาพออกมาได้เนียนตา แต่รอประมวลผลนานหน่อย และไม่แน่ใจว่าจำกัดโควต้าไหมเพราะเพิ่งลองทำไปแค่ 2 รูปครับ
แบตเตอรี่ 7,000mAh: ปกติผมเป็นคนกลัวแบตหมด ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ตลอดเวลา แต่เครื่องนี้แบตเยอะจริงๆ ใช้งาน 12 ชั่วโมง แบตยังเหลือตั้ง 60% (ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เล่นเกม) ส่วนชาร์จไวก็ทำได้เร็วจริง แป๊บเดียวเต็ม ถูกใจมากครับ
ภาครับสัญญาณ: ทั้ง Wi-Fi และ Cellular ในสถานที่เดียวกันที่เครื่องอื่นสัญญาณหายไป 1-2 ขีด แต่เครื่องนี้สัญญาณเต็มตลอด! จุดอับ Wi-Fi ในบ้านที่เครื่องอื่นเล่นได้บ้างไม่ได้บ้าง เครื่องนี้รับสัญญาณเกือบเต็มและเล่นได้ปกติ (เคยอ่านรีวิวว่าในที่อับสัญญาณยี่ห้ออื่นไม่มีสัญญาณ มือถือจีนจะยังมีสัญญาณอยู่ พอมาเจอของจริงก็ตื่นเต้นดีครับ)
E-SIM จัดการง่าย: สลับใช้งานรวดเร็วและจับสัญญาณไวมาก ผมใช้ซิมปกติ 1 เบอร์ และ E-SIM 2 เบอร์ ต้องคอยสลับบ่อยๆ ก็ทำได้ง่ายๆ แค่ปัดหน้าจอและกดไม่กี่ครั้ง
Desktop Mode: เซอร์ไพรส์มากที่มี! ต่อผ่าน Miracast ใช้งานเมาส์กับคีย์บอร์ดได้อารมณ์เหมือน Samsung DeX เลยครับ แม้จะมีอาการหน่วงๆ บ้างนิดหน่อยแต่ถือว่าทำงานได้ดี (ตอนแรกหงุดหงิดมากทำไมมัน Chromecast ขึ้นทีวีไม่ได้ หาจอไม่เจอ สุดท้ายต้องไปเปิดแอป Google Home เพื่อแคสต์ขึ้นทีวีแทนครับ)
มี IR Blaster (อินฟราเรด): ชอบมากครับ ใช้เป็นรีโมทแอร์หรือทีวีได้สบายๆ ตำแหน่งอยู่ด้านหลังเครื่องใต้แฟลช เวลานอนอยู่ก็ลรืยรปรับแอร์ได้พอดีเป๊ะเลย
บริการหลังการขาย: ลองเช็คประกันผ่านแอป My Honor ใช้งานง่ายดีครับ กดปุ๊บก็ได้แชทคุยกับพนักงานที่เป็นคนจริงๆ รอไม่นาน ไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดกับแชทบอท
⚠️ สิ่งที่ยังไม่ถูกใจ
แอป Theme มีโฆษณา: โฆษณาเด้งขึ้นมาแบบเต็มจอและน่าเกลียดมากครับ จนผมทนไม่ไหวต้องกด Disable แอปทิ้งไปเลย ผลคือตอนนี้เปลี่ยนธีมและเปลี่ยนฟอนต์ไม่ได้แล้วครับ
Font ภาษาไทย: ฟอนต์ในแอปไม่มีตัวไหนถูกใจเลย ถ้าจะเอาสวยๆ ต้องไปโหลดผ่านแอป Third-party มาลงแทนครับ
Always On Display (AOD): เป็นโหมดแสดงผลหน้าจอตลอดเวลาที่ไม่ติดตลอดเวลาครับ แอบงงและแปลกดี
ปุ่ม AI: การตั้งค่ากด 1 ครั้งปุ่มมันไวเกินไปครับ เวลาหยิบมือถือขึ้นมามือชอบไปโดนลั่นบ่อยมาก จนสุดท้ายต้องปิดคำสั่งกด 1 ครั้งทิ้งไป ใช้งานได้แค่กด 2 ครั้ง หรือกดค้างแทน
แถมท้าย: วิธีกดรับสิทธิ์ Google AI Pro ฟรี 3 เดือน ใครอ่านมาถึงตรงนี้คงสงสัยว่าสิทธิ์นี้ไปกดรับตรงไหน ทำตามนี้ได้เลยครับ:
1. โหลดแอป Google One
2. กดเข้าแอป จะมีป๊อปอัปเด้งขึ้นมาให้กดรับสิทธิ์ 3 เดือนได้เลย
แต่ถ้าใครมี Subscription ฟรี อยู่ก่อนแล้ว อย่าเพิ่งกดรับสิทธิ์นะครับ! ระบบจะมีให้เลือกว่ายังไม่รับตอนนี้ ให้กดข้ามไปก่อน มันจะแจ้งว่าสิทธิ์นี้เก็บไว้กดรับได้ถึงเมื่อไหร่ (อย่างของผมกดรับได้ถึงสิ้นปี ค่อยไปกดตอนนั้นครับ)
จบแล้วครับสำหรับการรีวิว ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ!
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้