1. การปรับมุมมองใหม่ต่อโรคเบาหวาน
ไม่ใช่โรคที่ต้องกินยาตลอดชีวิต: ปัจจุบันทั้งในไทยและทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนมุมมองว่า โรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถควบคุมอาการและ "หยุดยาได้" หากผู้ป่วยสามารถเข้าสู่ "ระยะเบาหวานสงบ"
สาเหตุหลักจากไลฟ์สไตล์ : โรคนี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับภาวะไขมันพอกตับและการดื้ออินซูลิน ซึ่งพบได้ทั้งในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนและผู้ที่มีน้ำหนักปกติแต่มีภาวะไขมันพอกตับ
2. แนวทางการรักษาแบบไม่ใช้ยา
การลดน้ำหนัก: การลดน้ำหนักลงให้ได้ประมาณ 10 ถึง 15 กิโลกรัม ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะช่วยให้ผู้ป่วยประมาณครึ่งหนึ่งมีค่าน้ำตาลในเลือดและอินซูลินกลับสู่ภาวะปกติ และสามารถหยุดยาได้ตามการประเมินของแพทย์
เน้นการคุมอาหาร: มุ่งเน้นการรับประทานผักผลไม้ โปรตีน ไขมันดี และลดคาร์โบไฮเดรตเพื่อลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป
3. โครงการสนับสนุนจากรัฐ (สปสช.) และเงื่อนไขเงิน 10,000 บาท
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดโครงการรณรงค์เพื่อจูงใจให้แพทย์และคนไข้เข้าร่วมการรักษาเบาหวานแนวทางใหม่นี้ โดยมีเงื่อนไขการสนับสนุนงบประมาณรวม 10,000 บาท (เงินจำนวนนี้มอบเป็นเงินสมทบให้กับสถานพยาบาลที่ทำการรักษาอยู่ ไม่ได้มอบให้ตัวหมอหรือตัวคนไข้) โดยตรงดังนี้:
รับ 4,000 บาท: เมื่อคนไข้สามารถเข้าสู่ระยะเบาหวานสงบได้
รับเพิ่มอีก 6,000 บาท: หากคนไข้สามารถรักษาสภาวะเบาหวานสงบเอาไว้ได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี
4. ผลลัพธ์ของโครงการ
ช่วยให้คนไข้มากกว่า 17,700 คน สามารถหยุดใช้ยาได้
ช่วยให้คนไข้เกือบ 30,000 คน สามารถลดปริมาณยาลงได้
ช่วยประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาได้มากกว่า 780 ล้านบาทต่อ
CR IG Jonesalad
แนวทางการรักษาโรคเบาหวานรูปแบบใหม่ในประเทศไทย โดยไม่ใช้ยา
ไม่ใช่โรคที่ต้องกินยาตลอดชีวิต: ปัจจุบันทั้งในไทยและทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนมุมมองว่า โรคเบาหวานเป็นโรคที่สามารถควบคุมอาการและ "หยุดยาได้" หากผู้ป่วยสามารถเข้าสู่ "ระยะเบาหวานสงบ"
สาเหตุหลักจากไลฟ์สไตล์ : โรคนี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับภาวะไขมันพอกตับและการดื้ออินซูลิน ซึ่งพบได้ทั้งในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนและผู้ที่มีน้ำหนักปกติแต่มีภาวะไขมันพอกตับ
2. แนวทางการรักษาแบบไม่ใช้ยา
การลดน้ำหนัก: การลดน้ำหนักลงให้ได้ประมาณ 10 ถึง 15 กิโลกรัม ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จะช่วยให้ผู้ป่วยประมาณครึ่งหนึ่งมีค่าน้ำตาลในเลือดและอินซูลินกลับสู่ภาวะปกติ และสามารถหยุดยาได้ตามการประเมินของแพทย์
เน้นการคุมอาหาร: มุ่งเน้นการรับประทานผักผลไม้ โปรตีน ไขมันดี และลดคาร์โบไฮเดรตเพื่อลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป
3. โครงการสนับสนุนจากรัฐ (สปสช.) และเงื่อนไขเงิน 10,000 บาท
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้จัดโครงการรณรงค์เพื่อจูงใจให้แพทย์และคนไข้เข้าร่วมการรักษาเบาหวานแนวทางใหม่นี้ โดยมีเงื่อนไขการสนับสนุนงบประมาณรวม 10,000 บาท (เงินจำนวนนี้มอบเป็นเงินสมทบให้กับสถานพยาบาลที่ทำการรักษาอยู่ ไม่ได้มอบให้ตัวหมอหรือตัวคนไข้) โดยตรงดังนี้:
รับ 4,000 บาท: เมื่อคนไข้สามารถเข้าสู่ระยะเบาหวานสงบได้
รับเพิ่มอีก 6,000 บาท: หากคนไข้สามารถรักษาสภาวะเบาหวานสงบเอาไว้ได้ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี
4. ผลลัพธ์ของโครงการ
ช่วยให้คนไข้มากกว่า 17,700 คน สามารถหยุดใช้ยาได้
ช่วยให้คนไข้เกือบ 30,000 คน สามารถลดปริมาณยาลงได้
ช่วยประเทศประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาได้มากกว่า 780 ล้านบาทต่อ
CR IG Jonesalad