ขอออกตัวก่อนเลยนะคะว่าเป็นกระทู้อัพเดทฉบับย่อ เน้นแค่อาหารในเลานจ์กับอาหารที่เสิร์ฟบนเครื่อง เผื่อเพื่อนๆ ท่านใดอยากเห็นว่า first class การบินไทยปัจจุบันเป็นยังไงบ้าง ไปรอบนี้เรา 2 คนใช้สิทธิ์แลกไมล์ 50% กับสิทธิ์ gold upgrade โดยรวมประทับใจกับการบริการของลูกเรือการบินไทยที่ไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว แต่สภาพที่นั่งและอุปกรณ์ในเครื่องก็ตามอายุการใช้งานค่ะ ขาไป wifi เสีย (อย่างเศร้า) น้องสจ๊วตบอกว่าทาง TG ได้พยายามแก้ไขระบบ wifi ของเครื่องลำนี้มานานแล้ว แต่ก็ยังแก้ไม่ได้ซักที ขากลับภาวนาว่าขออย่าให้เจอลำเดิมเลย ผลคือ...ได้ลำเดียวกับขามาที่ฝาปิดช่องเก็บของที่นั่ง 1E ปิดได้ไม่สนิท พอกลั้นใจถามถึง wifi น้องสจ๊วตแจ้งว่าเค้าเพิ่งจะเซ็ทระบบกันใหม่เมื่อวันสองวันก่อน ตอนบินมาลอนดอนเมื่อคืนผู้โดยสารก็ใช้ wifi ได้อยู่ หลังทานอาหารมื้อแรกเสร็จแล้ว น้องแอร์คนสวยก็มาช่วยต่อ wifi ให้ ปลุกปล้ำกันอยู่ซักพักจนสำเร็จ แต่ความเร็วเน็ทก็อย่าคาดหวังนะคะ มาแบบเอื่อยๆ ส่งรูปแทบไม่ผ่าน บางช่วงเปิดหน้า google ยังต้องรอเลยค่ะ
ขาไปเราเดินทางช่วงปลายเดือนพ.ค. ในเลานจ์จะมีเมนู Chef of the Month ซึ่งสั่งบางอย่างมาลองก็อร่อยดีค่ะ
กระเพาะปลาสดในซุปไก่
ข้าวคลุกกะปิกุ้งแม่น้ำ
ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ
เนื้อย่างจิ้มแจ่ว (อร่อยแสงออกปาก)
ผัดจับฉ่ายแห้ง
ขนมโค
โอนีแปะก๊วย
พอทานมื้อเย็นเสร็จก็ย้ายไปเลานจ์อีกฝั่งเพื่อไปนวดคอ บ่า ไหล่ 15 นาที นวดเสร็จมีน้ำขิงมาเสิร์ฟ แล้วก็นั่งๆ นอนๆ รอในบริเวณพักผ่อนที่จัดแยกไว้เป็นห้องๆ ก่อนจะพากันไปสั่งอะไรมาดื่มอีกนิดหน่อย จนกระทั่งมีพนักงานมาเชิญขึ้นเครื่อง
พอเครื่องตั้งลำได้แล้วก็เริ่มเสิร์ฟมื้อแรกเลย ความที่เป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปเมนูเครื่องดื่มมา เราเลือกจานหลักผ่านเว็บการบินไทยล่วงหน้าไว้แล้ว (เดี๋ยวนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่โทรมาคอนเฟิร์มอาหารก่อนเดินทางแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าเป็นเฉพาะเรารึเปล่า) ลูกเรือเลยไม่ต้องมานั่งถามว่าจะรับอะไร
โรลแฮมเซราโนสเปนพร้อมชีสมอสซาเรลลา
ล็อบสเตอร์ในซอสต้มยำ
ไก่หมักซอสถั่วและวุ้นสับปะรด
ถั่วแมคคาดาเมีย ถั่วพีคาน ลูกเกด
ออเซียทราคาเวียร์เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง
ไข่ขาว ไข่แดง หอมแดงซอย ครีมเปรี้ยว เลมอน
ขนมปังอบกรอบ
ซุปครีมเห็ดป่า ทรัฟเฟิล
สลัดเมสคลัน
กุ้งแม่น้ำและปูอลาสก้าลวก
แกงฉู่ฉี่ล็อบสเตอร์แคนาดา
ปูนิ่มทอดกรอบ
ผักกาดดองผัดไข่ใส่เนื้อปู
น้ำพริกปลาแซลมอน
ทาร์ตกล้วยเชื่อม ไอศกรีมมะพร้าว
ตะกร้าขนมไทย
หลังจากมื้อแรกแบบจุกๆ ผ่านไปก็หลับยาว ไม่ได้ขอราเมนหรือก๋วยเตี๋ยวเรือบินมาลองชิมระหว่างไฟลท์เลยค่ะ พอราวๆ 2-3 ชม. ก่อนเครื่องลงก็ได้เวลาของมื้อเช้า
ผลไม้
ข้าวต้มเบญจรงค์
ล็อบสเตอร์ผัดกุยช่ายขาว
ปูผัดผงกะหรี่
ไข่เจียวแซลมอน
หมูคุโรบุตะสับผัดหนำเลี้ยบ
ยำปลาสลิด
มาดูของแจกกันบ้างนะคะ ขาไปเราได้กระเป๋า La Mer สีม่วง (ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีบัตรนวดหน้าให้แล้ว) ชุดนอนที่เอามาให้ก็มีแต่ของ Jim Thompson แอบงงอยู่เหมือนกันค่ะว่าทำไมไม่ได้ของ Boggi แล้ว มีช็อคโกแลต Kan Vela แจกเหมือนกันทั้งขาไปขากลับ ต่างกันนิดนึงที่ขาไปแจกลูกจุ๊บซึ่งลืมถ่ายรูปมา ส่วนขากลับแจกเป็นช็อคโกแลต 2 ชิ้นเล็กๆ ในกล่องสีทอง
ต่อกันที่ไฟลท์ลอนดอน-กรุงเทพซึ่งเราเพิ่งกลับมาเมื่อไม่กี่วันนี้เลยนะคะ เลานจ์ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่ไปใช้ก็เล็กๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เมนูอาหารที่สั่งจากพนักงานได้ก็มีไม่เยอะ เราลองสั่งมาแค่ลักซากับหมี่ผัดซีฟู้ดซึ่งก็ธรรมดามากๆ เลยค่ะ
พอขึ้นเครื่องน้องแอร์ก็เสิร์ฟผ้าร้อน/เย็น เครื่องดื่ม ตามมาด้วยชุดนอนที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์เพราะขากลับดันมีให้เลือกว่าจะรับเป็นชุดฟรีไซส์ของ Jim Thompson หรือชุดไซส์ L ของ Boggi (แน่นอนว่าเราเลือก Boggi ค่ะ จะได้ไม่ซ้ำกับขามา) ส่วนกระเป๋า La Mer รอบนี้ได้เป็นสีเขียวซึ่งถูกใจเราทั้ง 2 สีเพราะรู้สึกเองเป็นการส่วนตัวว่าสีม่วงเป็นสีการบินไทย ส่วนสีเขียวก็เป็นสี La Mer (เพ้อเจ้อเนาะ)
มื้อแรกที่เสิร์ฟคือมื้อกลางวันซึ่งไม่ได้จัดเต็มเท่าขามา เพราะอาหารทั้งหมดสั่งจากครัวที่ฮีทโธรว์
ล็อบสเตอร์ลวก มายองเนสศรีราชา
เบคอนกรอบเสิร์ฟบนแคนตาลูป
น้ำตกเนื้อ
ถั่วแมคคาดาเมีย ถั่วพีคาน ลูกเกด
ออเซียทราคาเวียร์เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง
แฮมเซราโนสเปน ซอสครีมลูกเกด
ล็อบสเตอร์นึ่งราดซอสผงกะหรี่
แซลมอนปรุงรสทอด
เห็ดชิเมจิ
น้ำพริกอ่อง
ชีสและผลไม้
บานอฟฟี่ ไอศกรีมวานิลลา
ตะกร้าขนมไทย
ไฟลท์ขากลับนอนไม่หลับเพราะชินกับเวลาของอังกฤษแล้ว เลยลองสั่งก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นมาชิม น้องแอร์ก็บอกตอนสั่งแล้วนะคะว่าอย่าคาดหวังมากเพราะไม่ได้มาจากครัวไทย สรุปก็เป็นอย่างที่น้องเค้าเตือนเอาไว้จริงๆ
นั่งดูหนังเล่นมือถือไปเรื่อยๆ ก็ถึงเวลามื้อเช้าก่อนเครื่องลงค่ะ เรียบง่ายไม่หวือหวาแต่ก็ทำเอาอิ่มตื้ออยู่เหมือนกันนะคะ
ผลไม้
มูสลี่
ข้าวต้มกุ้งลายเสือพร้อมหมูบะเต็งและเห็ดหอม
จบแล้วค่ะ หวังว่ากระทู้นี้จะให้อะไรกับคนที่กำลังตัดสินใจเกี่ยวกับไฟลท์นี้ของการบินไทยบ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่เมื่อมีโอกาสค่า
TG First Class กรุงเทพ - ลอนดอน - กรุงเทพ 2026
ขาไปเราเดินทางช่วงปลายเดือนพ.ค. ในเลานจ์จะมีเมนู Chef of the Month ซึ่งสั่งบางอย่างมาลองก็อร่อยดีค่ะ
กระเพาะปลาสดในซุปไก่
ข้าวคลุกกะปิกุ้งแม่น้ำ
ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ
เนื้อย่างจิ้มแจ่ว (อร่อยแสงออกปาก)
ผัดจับฉ่ายแห้ง
ขนมโค
โอนีแปะก๊วย
พอทานมื้อเย็นเสร็จก็ย้ายไปเลานจ์อีกฝั่งเพื่อไปนวดคอ บ่า ไหล่ 15 นาที นวดเสร็จมีน้ำขิงมาเสิร์ฟ แล้วก็นั่งๆ นอนๆ รอในบริเวณพักผ่อนที่จัดแยกไว้เป็นห้องๆ ก่อนจะพากันไปสั่งอะไรมาดื่มอีกนิดหน่อย จนกระทั่งมีพนักงานมาเชิญขึ้นเครื่อง
พอเครื่องตั้งลำได้แล้วก็เริ่มเสิร์ฟมื้อแรกเลย ความที่เป็นคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปเมนูเครื่องดื่มมา เราเลือกจานหลักผ่านเว็บการบินไทยล่วงหน้าไว้แล้ว (เดี๋ยวนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่โทรมาคอนเฟิร์มอาหารก่อนเดินทางแล้วนะคะ ไม่ทราบว่าเป็นเฉพาะเรารึเปล่า) ลูกเรือเลยไม่ต้องมานั่งถามว่าจะรับอะไร
โรลแฮมเซราโนสเปนพร้อมชีสมอสซาเรลลา
ล็อบสเตอร์ในซอสต้มยำ
ไก่หมักซอสถั่วและวุ้นสับปะรด
ถั่วแมคคาดาเมีย ถั่วพีคาน ลูกเกด
ออเซียทราคาเวียร์เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง
ไข่ขาว ไข่แดง หอมแดงซอย ครีมเปรี้ยว เลมอน
ขนมปังอบกรอบ
ซุปครีมเห็ดป่า ทรัฟเฟิล
สลัดเมสคลัน
กุ้งแม่น้ำและปูอลาสก้าลวก
แกงฉู่ฉี่ล็อบสเตอร์แคนาดา
ปูนิ่มทอดกรอบ
ผักกาดดองผัดไข่ใส่เนื้อปู
น้ำพริกปลาแซลมอน
ทาร์ตกล้วยเชื่อม ไอศกรีมมะพร้าว
ตะกร้าขนมไทย
หลังจากมื้อแรกแบบจุกๆ ผ่านไปก็หลับยาว ไม่ได้ขอราเมนหรือก๋วยเตี๋ยวเรือบินมาลองชิมระหว่างไฟลท์เลยค่ะ พอราวๆ 2-3 ชม. ก่อนเครื่องลงก็ได้เวลาของมื้อเช้า
ผลไม้
ข้าวต้มเบญจรงค์
ล็อบสเตอร์ผัดกุยช่ายขาว
ปูผัดผงกะหรี่
ไข่เจียวแซลมอน
หมูคุโรบุตะสับผัดหนำเลี้ยบ
ยำปลาสลิด
มาดูของแจกกันบ้างนะคะ ขาไปเราได้กระเป๋า La Mer สีม่วง (ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่มีบัตรนวดหน้าให้แล้ว) ชุดนอนที่เอามาให้ก็มีแต่ของ Jim Thompson แอบงงอยู่เหมือนกันค่ะว่าทำไมไม่ได้ของ Boggi แล้ว มีช็อคโกแลต Kan Vela แจกเหมือนกันทั้งขาไปขากลับ ต่างกันนิดนึงที่ขาไปแจกลูกจุ๊บซึ่งลืมถ่ายรูปมา ส่วนขากลับแจกเป็นช็อคโกแลต 2 ชิ้นเล็กๆ ในกล่องสีทอง
ต่อกันที่ไฟลท์ลอนดอน-กรุงเทพซึ่งเราเพิ่งกลับมาเมื่อไม่กี่วันนี้เลยนะคะ เลานจ์ของสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่ไปใช้ก็เล็กๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ เมนูอาหารที่สั่งจากพนักงานได้ก็มีไม่เยอะ เราลองสั่งมาแค่ลักซากับหมี่ผัดซีฟู้ดซึ่งก็ธรรมดามากๆ เลยค่ะ
พอขึ้นเครื่องน้องแอร์ก็เสิร์ฟผ้าร้อน/เย็น เครื่องดื่ม ตามมาด้วยชุดนอนที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์เพราะขากลับดันมีให้เลือกว่าจะรับเป็นชุดฟรีไซส์ของ Jim Thompson หรือชุดไซส์ L ของ Boggi (แน่นอนว่าเราเลือก Boggi ค่ะ จะได้ไม่ซ้ำกับขามา) ส่วนกระเป๋า La Mer รอบนี้ได้เป็นสีเขียวซึ่งถูกใจเราทั้ง 2 สีเพราะรู้สึกเองเป็นการส่วนตัวว่าสีม่วงเป็นสีการบินไทย ส่วนสีเขียวก็เป็นสี La Mer (เพ้อเจ้อเนาะ)
มื้อแรกที่เสิร์ฟคือมื้อกลางวันซึ่งไม่ได้จัดเต็มเท่าขามา เพราะอาหารทั้งหมดสั่งจากครัวที่ฮีทโธรว์
ล็อบสเตอร์ลวก มายองเนสศรีราชา
เบคอนกรอบเสิร์ฟบนแคนตาลูป
น้ำตกเนื้อ
ถั่วแมคคาดาเมีย ถั่วพีคาน ลูกเกด
ออเซียทราคาเวียร์เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง
แฮมเซราโนสเปน ซอสครีมลูกเกด
ล็อบสเตอร์นึ่งราดซอสผงกะหรี่
แซลมอนปรุงรสทอด
เห็ดชิเมจิ
น้ำพริกอ่อง
ชีสและผลไม้
บานอฟฟี่ ไอศกรีมวานิลลา
ตะกร้าขนมไทย
ไฟลท์ขากลับนอนไม่หลับเพราะชินกับเวลาของอังกฤษแล้ว เลยลองสั่งก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นมาชิม น้องแอร์ก็บอกตอนสั่งแล้วนะคะว่าอย่าคาดหวังมากเพราะไม่ได้มาจากครัวไทย สรุปก็เป็นอย่างที่น้องเค้าเตือนเอาไว้จริงๆ
นั่งดูหนังเล่นมือถือไปเรื่อยๆ ก็ถึงเวลามื้อเช้าก่อนเครื่องลงค่ะ เรียบง่ายไม่หวือหวาแต่ก็ทำเอาอิ่มตื้ออยู่เหมือนกันนะคะ
ผลไม้
มูสลี่
ข้าวต้มกุ้งลายเสือพร้อมหมูบะเต็งและเห็ดหอม
จบแล้วค่ะ หวังว่ากระทู้นี้จะให้อะไรกับคนที่กำลังตัดสินใจเกี่ยวกับไฟลท์นี้ของการบินไทยบ้างนะคะ แล้วพบกันใหม่เมื่อมีโอกาสค่า