หลังจากที่ดูรีวิวเที่ยวของคนอื่นมานานเลยอยากแชร์ประสบการณ์ไปคนเดียว นั่งรถสาธารณะที่สังขละ จ.กาญจนบุรี
.
วันที่ไปคือ 20-21/6/2569 โดยผมเริ่มจองรถทัวร์ขาไปกับที่พักไว้ก่อน 1 วัน
เริ่มจากจองรถผ่าน
https://www.busonlineticket.co.th เลือกต้นทางเป็น กรุงเทพ และปลายทางเป็น อ.สังขละ
จะมีอยู่รอบเดียวคือ 7.00น. ราคา 447บาท รวมประกันแล้ว
.
ส่วนที่พักจองผ่าน
https://www.booking.com เลือกที่พักเป็นสังขละและเลือกวันที่ต้องการ
ราคาจะอยู่ราว 600 - 1300 บาท ทั้งนี้ผมเลือกเอาถูกไว้ก่อนเพราะเอาไว้แค่นอนอย่างเดียว
.
20/6/2569 (วันเดินทาง) เนื่องจากบ้านอยู่แถวพระราม 2 และต้องไปที่หมอชิต 2 ก่อน 7.00น. จึงต้องออกจากบ้านตี5 และนั่งรถเมล์ 140 ลงอนุเสาวรีย์และต่อแท๊กซี่เพราะกลัวตกรถ
.
ก่อนขึ้นรถก็เตรียมร่างกายด้วยกินมื้อเช้าที่หมอชิตก่อน และซื้อยาแก้เมารถ 10 บาทที่ร้านค้า

ก่อนขึ้นรถทัวร์ให้ไปขึ้นตั๋วที่เคาร์เตอร์ข้างนอกก่อน เพราะจนท.ตรวจตั๋วเขาไม่รับตรวจผ่าน Email ที่จองไว้
ภายในสภาพค่อนข้างเก่าแแต่มีห้องน้ำในตัว
.
เริ่มออกเดินทาง 7.00น.

ประมาณ 11.00น. จะจอดรถพักกินข้าว 20นาที โดยมีให้เลือกคือข้าวกะเพราหมูและข้าวผัดไข่
.
หลังจากกินข้าวก็เดินทางต่อ ระหว่างนี้มีจนท.ตำรวจตรวจบัตรประชาชนด้วย
ระหว่างทางแนะนำว่าหลับได้ก็หลับเพราะทางจะคดเคี้ยวมาก ถ้ากินยาแก้เมารถจะช่วยได้เยอะ
.
14.30น. ถึงสังขละบุรีแล้วใช้เวลาประมาณ 7ชั่วโมงครึ่ง ปวดตูดกันทีเดียว
จากนั้นเดินไปที่พักประมาณ 10นาที เมื่อถึงที่พักแล้วผมก็ขอให้เจ้าของแนะนำที่เที่ยวและที่กิน ซึ่งได้รับคำแนะนำว่าเดินสะพานมอญ,ไปตลาดคนเดินตอนเย็น และมีให้ยืมมอไซค์ได้ (ใจดีอีก)

หลังจากล้างหน้าเสร็จก็ออกจากที่พักเดินไปทางสะพานไม้ (สะพานมอญ) กับสะพานแดง (สะพานศรีสุวรรณศีรี)
พอถึงที่หมายก็มีลุงชวนไปล่องเรือดูวัดจมน้ำ, เด็กๆ อยากแนะนำประวัติศาสตร์คนมอญ เบื้องต้นได้ปฎิเสธไปเพราะอยากเดินดูรอบๆ ก่อน

เมื่อเดินข้ามสะพานแดงพักกินชาเย็นที่คาเฟ่ดูวิว สะพานมอญ

พักเสร็จแล้วก็ข้ามไปสะพานมอญแต่ดูเหมือนร้านจะไม่เปิดตอนบ่าย (รู้ภายหลังว่าคนมอญตื่นเช้าและนอนพักตอนกลางวัน ทำให้เปิดร้านเฉพาะเช้ากับดึก)
.
ระหว่างข้ามสะพานมอญจะมีเด็กๆ ขอทำหน้าที่ไกด์เล่าประวัติสะพานมอญหรือถ่ายรูปกับน้องๆได้ ถ้าเราไม่สนใจก็ปฎิเสธได้ น้องจะไม่ตื้อ
แต่ผมให้น้องเขาเล่าและถ่ายรูปกับเด็กๆ คนละ 20 บาทเพราะถูกเรียกว่าพี่สุดหล่อ (ใจอ่อนกับคำชม)

ใกล้ 17.00น. แล้วก็เดินทางกลับที่พักเพื่ออาบน้ำและไปตลาดคนเดินซึ่งอยู่คนละทางกับสะพานมอญ ทั้งนี้เจ้าของที่พักแจ้งว่าวันเสาร์ตลาดคนเดินจะเยอะเป็นพิเศษ

บรรยากาศที่ตลาดไม่ต่างจากตลาดคนเดินที่กรุงเทพมากและคนก็ไม่เยอะด้วยจึงไม่รู้ว่าจะกินอะไรเลยไปกินก๊วยเตี๋ยวโฮเด้งแทน
.
หลังกินเวลาเหลือเยอะเลยไปร้านนวด 1 ชม. 250บาท มีทั้งนวดเท้า,นวดไทย, นวดน้ำมัน (ไม่มี18+นะ) ผมเลือกนวดเท้าแทนเพราะนวดตัวคงอ้วกพุ่งแน่เพราะเพิ่งกินเสร็จหมาดๆ
.
ระหว่างนวด หมอนวดก็เล่าประวัติ สถานที่เที่ยวและของกินให้ฟังรวมถึงการใช้ชีวิตคนของที่นี่ด้วย แถมยังบอกอีกว่าปกติคนเที่ยวที่นี่เค้าจะมา 2 คนคู่กัน (คราวหลังจะหาเพื่อนเที่ยวให้ได้คับ!) โดยรวมถือว่านวดดี ประทับใจ

นวดเสร็จก็ซื้อข้าวเหนียวหมูทอดที่ตลาดไปกินในที่พักและนอนตอน 4 ทุ่ม
.
21/6/2569 ตื่นตี5.30น. เตรียมตัวอาบน้ำปะแป้งไปใส่บาตรที่สะพานมอญ หลังทำจากธุระเสร็จก็มีคนรับส่งไปสะพานมอญพร้อมกับของใส่บาตรราคา 100 บาท ซึ่งจะรับหรือไม่ก็ได้และเพิ่งรู้ว่าการใส่บาตรที่รถรับส่งบอกคือใส่บาตรพระที่สะพานแดง ไม่ใช่ใส่บาตรข้ามไปฝั่งมอญ สรุปคือทริปนี้ใส่บาตรทั้งสะพานแดงและสะพานมอญ

เมื่อข้ามสะพานมอญจะมีพ่อค้า/แม่ค้า เสนอให้ใส่บาตรพระชุดละ 100 บาทพร้อมสิทธิ์จองที่ใส่บาตร บางร้านมีโปรโมชั่นซื้อของใส่บาตรพร้อมให้เช่าชุดมอญ เพื่อใส่ชุดถ่ายรูปตอนใส่บาตรได้
.
แม่ค้าบอกว่าพระมา 7.00น. ทำให้เหลืออีก 45 นาทีที่เดินเล่น ผมเลือกไปกินโจ๊กใส่ไข่ร้านป้าหยินรองท้องก่อนโดยค่าเสียหายคือ 35 บาท รสชาติไม่มีอะไรพิเศษ

ทั้งนี้ผมซื้อของใส่บาตรแต่ไม่ได้เลือกร้านที่พร้อมให้เช่าชุดเพราะใส่ไปก็ไม่มีคนถ่ายรูปให้ (ตอนหลังคิดได้ว่าให้คนอื่นถ่ายให้ก็ได้)

เมื่อใส่บาตรเสร็จและเดินข้ามไปสะพานมอญ มีเด็กๆ จำผมได้มาทักทายและโบกมือทักทายบอกว่า นี่พี่สุดหล่อนี่นา และแปะมือไฮไฟว์กันไป
.
ก่อนกลับก็ไปถามราคาล่องเรือดูวัดกลางน้ำ 3 วัด ซึ่ง 1 คนราคา 400 บาทจากลุงที่ชวนล่องเรือเมื่อวาน (ลุงบอกราคาโปรแล้วจากปกติ 500)
ลุงบอกว่าคนทั่วไปใช้เวลาเดินเที่ยวและถ่ายรูปประมาณ 1 ชั่วโมง แต่อยากใช้เวลาเท่าไหร่ก็ได้แต่เลทสุดไม่เกิน 3 ทุ่มเพราะลุงคิดถึงเมีย

ระหว่างนี้ลุงก็อธิบายประวัติของวัดต่างๆ ให้ฟัง ลุงบอกว่าวัด 3 สวยสุดแต่อย่างอื่นจำไม่ได้เลย (ลืม)
วัดแรก

วัดสอง

วัดสาม มีไกด์เด็กน้อยบอกประวัติโบสถ์และองค์พระประธานเป็นรูปจำลอง แน่นอนว่าให้ทิปไป 20 บาท

หลังล่องเรือเสร็จก็กลับที่พักอาบน้ำปะแป้งและให้เจ้าของพาไปส่งที่จุดรถตู้ โดยรอบที่ได้คือ 9.40น.
ขึ้นรถตู้ถึง บขส. กาญจนบุรี ประมาณ 13.20น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที

รอบรถตู้ไปพระราม 2 คือ 14.20น. และใช้เวลาเดินถึง 17.00น. ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที
ถึงบ้านโดยปลอดภัย
.
สรุปค่าใช้จ่าย
วันที่ 1
1. ค่ารถ 447 บาท
2. ที่พัก 630 บาท
3. ค่าข้าวเช้า + ยาแก้เมารถ + ขนม 99 บาท
4. ค่าข้าวตอนบ่าย + ชาเย็น 174 บาท
5. ค่าทิปเด็ก 90 บาท
6. ค่าก๊วยเตี๋ยวตอนเย็น+ข้าวเหนียวหมูทอด 110 บาท
7. ค่านวดเท้า 250 บาท
วันที่ 2
1. ค่าใส่บาตร 200 บาท
2. ค่าโจ๊ก 35 บาท
3. ค่าล่องเรือ 400 บาท
4. ค่าทิปเด็ก 20 บาท
5. ค่าข้าว 50 บาท
6. ค่ารถตู้ไปบขส. 210 บาท
7. ค่าข้าว 70 บาท
8. ค่ารถตู้กลับกรุงเทพ 150 บาท
ทั้งหมด
2,935 บาท
.
สุดท้าย
ถือว่าการเที่ยวคนเดียวครั้งแรกค่อนข้างประทับใจ แม้ว่าจะเดินทางค่อนข้างเหนื่อย (ไป-กลับประมาณ 14 ชั่วโมง)
ค่าใช้จ่ายสามารถประหยัดมากกว่านี้ได้ แต่เมื่อเที่ยวแล้วก็เต็มที่ไปเลยดีกว่าคิดว่าซื้อประสบการณ์
ค่อนข้างภูมิใจที่ตัวเองก็ทำได้ เพราะปกติชอบอยู่บ้านเฉยๆ introvert จัดๆ
หากมีข้อแนะนำหรือว่าเขียนผิดอะไรสามารถแจ้งได้นะครับ
ครั้งหน้าถ้าไปเที่ยวอีกจะแบ่งปันประสบการณ์อีกที
ขอบคุณครับ
[CR] เที่ยวสังขละ 2วัน1คืน ไม่มีรถส่วนตัว งบไม่เกิน 3000
.
วันที่ไปคือ 20-21/6/2569 โดยผมเริ่มจองรถทัวร์ขาไปกับที่พักไว้ก่อน 1 วัน
เริ่มจากจองรถผ่าน https://www.busonlineticket.co.th เลือกต้นทางเป็น กรุงเทพ และปลายทางเป็น อ.สังขละ
จะมีอยู่รอบเดียวคือ 7.00น. ราคา 447บาท รวมประกันแล้ว
.
ส่วนที่พักจองผ่าน https://www.booking.com เลือกที่พักเป็นสังขละและเลือกวันที่ต้องการ
ราคาจะอยู่ราว 600 - 1300 บาท ทั้งนี้ผมเลือกเอาถูกไว้ก่อนเพราะเอาไว้แค่นอนอย่างเดียว
.
20/6/2569 (วันเดินทาง) เนื่องจากบ้านอยู่แถวพระราม 2 และต้องไปที่หมอชิต 2 ก่อน 7.00น. จึงต้องออกจากบ้านตี5 และนั่งรถเมล์ 140 ลงอนุเสาวรีย์และต่อแท๊กซี่เพราะกลัวตกรถ
.
ก่อนขึ้นรถก็เตรียมร่างกายด้วยกินมื้อเช้าที่หมอชิตก่อน และซื้อยาแก้เมารถ 10 บาทที่ร้านค้า
ก่อนขึ้นรถทัวร์ให้ไปขึ้นตั๋วที่เคาร์เตอร์ข้างนอกก่อน เพราะจนท.ตรวจตั๋วเขาไม่รับตรวจผ่าน Email ที่จองไว้
ภายในสภาพค่อนข้างเก่าแแต่มีห้องน้ำในตัว
.
เริ่มออกเดินทาง 7.00น.
ประมาณ 11.00น. จะจอดรถพักกินข้าว 20นาที โดยมีให้เลือกคือข้าวกะเพราหมูและข้าวผัดไข่
.
หลังจากกินข้าวก็เดินทางต่อ ระหว่างนี้มีจนท.ตำรวจตรวจบัตรประชาชนด้วย
ระหว่างทางแนะนำว่าหลับได้ก็หลับเพราะทางจะคดเคี้ยวมาก ถ้ากินยาแก้เมารถจะช่วยได้เยอะ
.
14.30น. ถึงสังขละบุรีแล้วใช้เวลาประมาณ 7ชั่วโมงครึ่ง ปวดตูดกันทีเดียว
จากนั้นเดินไปที่พักประมาณ 10นาที เมื่อถึงที่พักแล้วผมก็ขอให้เจ้าของแนะนำที่เที่ยวและที่กิน ซึ่งได้รับคำแนะนำว่าเดินสะพานมอญ,ไปตลาดคนเดินตอนเย็น และมีให้ยืมมอไซค์ได้ (ใจดีอีก)
หลังจากล้างหน้าเสร็จก็ออกจากที่พักเดินไปทางสะพานไม้ (สะพานมอญ) กับสะพานแดง (สะพานศรีสุวรรณศีรี)
พอถึงที่หมายก็มีลุงชวนไปล่องเรือดูวัดจมน้ำ, เด็กๆ อยากแนะนำประวัติศาสตร์คนมอญ เบื้องต้นได้ปฎิเสธไปเพราะอยากเดินดูรอบๆ ก่อน
เมื่อเดินข้ามสะพานแดงพักกินชาเย็นที่คาเฟ่ดูวิว สะพานมอญ
พักเสร็จแล้วก็ข้ามไปสะพานมอญแต่ดูเหมือนร้านจะไม่เปิดตอนบ่าย (รู้ภายหลังว่าคนมอญตื่นเช้าและนอนพักตอนกลางวัน ทำให้เปิดร้านเฉพาะเช้ากับดึก)
.
ระหว่างข้ามสะพานมอญจะมีเด็กๆ ขอทำหน้าที่ไกด์เล่าประวัติสะพานมอญหรือถ่ายรูปกับน้องๆได้ ถ้าเราไม่สนใจก็ปฎิเสธได้ น้องจะไม่ตื้อ
แต่ผมให้น้องเขาเล่าและถ่ายรูปกับเด็กๆ คนละ 20 บาทเพราะถูกเรียกว่าพี่สุดหล่อ (ใจอ่อนกับคำชม)
ใกล้ 17.00น. แล้วก็เดินทางกลับที่พักเพื่ออาบน้ำและไปตลาดคนเดินซึ่งอยู่คนละทางกับสะพานมอญ ทั้งนี้เจ้าของที่พักแจ้งว่าวันเสาร์ตลาดคนเดินจะเยอะเป็นพิเศษ
บรรยากาศที่ตลาดไม่ต่างจากตลาดคนเดินที่กรุงเทพมากและคนก็ไม่เยอะด้วยจึงไม่รู้ว่าจะกินอะไรเลยไปกินก๊วยเตี๋ยวโฮเด้งแทน
.
หลังกินเวลาเหลือเยอะเลยไปร้านนวด 1 ชม. 250บาท มีทั้งนวดเท้า,นวดไทย, นวดน้ำมัน (ไม่มี18+นะ) ผมเลือกนวดเท้าแทนเพราะนวดตัวคงอ้วกพุ่งแน่เพราะเพิ่งกินเสร็จหมาดๆ
.
ระหว่างนวด หมอนวดก็เล่าประวัติ สถานที่เที่ยวและของกินให้ฟังรวมถึงการใช้ชีวิตคนของที่นี่ด้วย แถมยังบอกอีกว่าปกติคนเที่ยวที่นี่เค้าจะมา 2 คนคู่กัน (คราวหลังจะหาเพื่อนเที่ยวให้ได้คับ!) โดยรวมถือว่านวดดี ประทับใจ
นวดเสร็จก็ซื้อข้าวเหนียวหมูทอดที่ตลาดไปกินในที่พักและนอนตอน 4 ทุ่ม
.
21/6/2569 ตื่นตี5.30น. เตรียมตัวอาบน้ำปะแป้งไปใส่บาตรที่สะพานมอญ หลังทำจากธุระเสร็จก็มีคนรับส่งไปสะพานมอญพร้อมกับของใส่บาตรราคา 100 บาท ซึ่งจะรับหรือไม่ก็ได้และเพิ่งรู้ว่าการใส่บาตรที่รถรับส่งบอกคือใส่บาตรพระที่สะพานแดง ไม่ใช่ใส่บาตรข้ามไปฝั่งมอญ สรุปคือทริปนี้ใส่บาตรทั้งสะพานแดงและสะพานมอญ
เมื่อข้ามสะพานมอญจะมีพ่อค้า/แม่ค้า เสนอให้ใส่บาตรพระชุดละ 100 บาทพร้อมสิทธิ์จองที่ใส่บาตร บางร้านมีโปรโมชั่นซื้อของใส่บาตรพร้อมให้เช่าชุดมอญ เพื่อใส่ชุดถ่ายรูปตอนใส่บาตรได้
.
แม่ค้าบอกว่าพระมา 7.00น. ทำให้เหลืออีก 45 นาทีที่เดินเล่น ผมเลือกไปกินโจ๊กใส่ไข่ร้านป้าหยินรองท้องก่อนโดยค่าเสียหายคือ 35 บาท รสชาติไม่มีอะไรพิเศษ
ทั้งนี้ผมซื้อของใส่บาตรแต่ไม่ได้เลือกร้านที่พร้อมให้เช่าชุดเพราะใส่ไปก็ไม่มีคนถ่ายรูปให้ (ตอนหลังคิดได้ว่าให้คนอื่นถ่ายให้ก็ได้)
เมื่อใส่บาตรเสร็จและเดินข้ามไปสะพานมอญ มีเด็กๆ จำผมได้มาทักทายและโบกมือทักทายบอกว่า นี่พี่สุดหล่อนี่นา และแปะมือไฮไฟว์กันไป
.
ก่อนกลับก็ไปถามราคาล่องเรือดูวัดกลางน้ำ 3 วัด ซึ่ง 1 คนราคา 400 บาทจากลุงที่ชวนล่องเรือเมื่อวาน (ลุงบอกราคาโปรแล้วจากปกติ 500)
ลุงบอกว่าคนทั่วไปใช้เวลาเดินเที่ยวและถ่ายรูปประมาณ 1 ชั่วโมง แต่อยากใช้เวลาเท่าไหร่ก็ได้แต่เลทสุดไม่เกิน 3 ทุ่มเพราะลุงคิดถึงเมีย
ระหว่างนี้ลุงก็อธิบายประวัติของวัดต่างๆ ให้ฟัง ลุงบอกว่าวัด 3 สวยสุดแต่อย่างอื่นจำไม่ได้เลย (ลืม)
วัดแรก
วัดสอง
วัดสาม มีไกด์เด็กน้อยบอกประวัติโบสถ์และองค์พระประธานเป็นรูปจำลอง แน่นอนว่าให้ทิปไป 20 บาท
หลังล่องเรือเสร็จก็กลับที่พักอาบน้ำปะแป้งและให้เจ้าของพาไปส่งที่จุดรถตู้ โดยรอบที่ได้คือ 9.40น.
ขึ้นรถตู้ถึง บขส. กาญจนบุรี ประมาณ 13.20น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 40 นาที
รอบรถตู้ไปพระราม 2 คือ 14.20น. และใช้เวลาเดินถึง 17.00น. ประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที
ถึงบ้านโดยปลอดภัย
.
สรุปค่าใช้จ่าย
วันที่ 1
1. ค่ารถ 447 บาท
2. ที่พัก 630 บาท
3. ค่าข้าวเช้า + ยาแก้เมารถ + ขนม 99 บาท
4. ค่าข้าวตอนบ่าย + ชาเย็น 174 บาท
5. ค่าทิปเด็ก 90 บาท
6. ค่าก๊วยเตี๋ยวตอนเย็น+ข้าวเหนียวหมูทอด 110 บาท
7. ค่านวดเท้า 250 บาท
วันที่ 2
1. ค่าใส่บาตร 200 บาท
2. ค่าโจ๊ก 35 บาท
3. ค่าล่องเรือ 400 บาท
4. ค่าทิปเด็ก 20 บาท
5. ค่าข้าว 50 บาท
6. ค่ารถตู้ไปบขส. 210 บาท
7. ค่าข้าว 70 บาท
8. ค่ารถตู้กลับกรุงเทพ 150 บาท
ทั้งหมด 2,935 บาท
.
สุดท้าย
ถือว่าการเที่ยวคนเดียวครั้งแรกค่อนข้างประทับใจ แม้ว่าจะเดินทางค่อนข้างเหนื่อย (ไป-กลับประมาณ 14 ชั่วโมง)
ค่าใช้จ่ายสามารถประหยัดมากกว่านี้ได้ แต่เมื่อเที่ยวแล้วก็เต็มที่ไปเลยดีกว่าคิดว่าซื้อประสบการณ์
ค่อนข้างภูมิใจที่ตัวเองก็ทำได้ เพราะปกติชอบอยู่บ้านเฉยๆ introvert จัดๆ
หากมีข้อแนะนำหรือว่าเขียนผิดอะไรสามารถแจ้งได้นะครับ
ครั้งหน้าถ้าไปเที่ยวอีกจะแบ่งปันประสบการณ์อีกที
ขอบคุณครับ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้