ด้วยสถานการณ์ตอนนี้
ไม่รู้จะขำหรือจะสงสารเพื่อนผู้ป่วยร่วม ward เดียวกันนี้ดี 🤣🤣
(เปิดดูไดอารี่เดิมที่เคยเขียนในบล็อกแกงก์ เลยรีไรซ์ใหม่ซะหน่อย)
จากเดิมที่ผ่อนคลายความทุกข์ทางใจด้วยการวาดภาพ/ร้องเพลงที่ชอบวนไป
ตอนนี้หลงติดเกมส์ปลูกดอกไม้งอมแงม
พยายามดึงตัวเองออกห่าง แต่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
พยายามแข่งกับตัวเองคนเมื่อวานอย่างสุดกำลังความสามารถ
สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คาดว่ามีวิธีผ่อนคลายแตกต่างกันไป
เพราะการเจ็บปวดทางกายก็หนักหนามากแล้ว หากไม่หาวิธีเยียวยาใจของตน ก็จะยิ่งซ้ำ จมหนักลงไปอีก
ป่วยมาได้ 9 ปี ตอนอยู่โรงพยาบาลจะพบคนไข้ที่มีความชิวแตกต่างกันไป
1. คนป่วย Entry level คนที่เพิ่งเริ่มรู้ตัวว่าป่วย หน้าตาจะอมทุกข์หน่อยๆ กังวลหลายเรื่อง หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียใส่คุณพยาบาล เวลาปวดก็จะโอดโอย (ตนเองเคยเป็น)
2. คนป่วย Intermedite level อยู่ในระหว่างรับการรักษา ก็จะนั่งนับวันออกจากโรงพยาบาล
3. คนป่วยระยะขึ้นระดับโปร ในที่นี้คือป่วยมาหลายปี รักษามาหลายวิธี เข้าโรงพยาบาลจนเคยชิน จะชิวๆ ไม่ทุกข์ร้อน
หรือแม้แต่คนป่วยที่รู้ตัวว่าตัวเองไม่หาย ก็จะมีคำแนะนำให้กำลังคนไข้รายใหม่ ช่วยให้ได้ไปต่อ
ในช่วงปีแรกที่ทั้งทรมานจากความเจ็บปวด ความกังวลว่าจะไม่หาย ความวิตกเรื่องเสียงานเสียเงิน
ทุกข์ทรมานมาก
จนมีคนไข้ระดับโปรเตียงข้างกันบอกว่า "กายป่วย ใจอย่าป่วยนะ"
ทำให้ฉุกคิดได้ว่า เออ..แล้วจะทรมานตนเองด้วยความคิดไปเพื่ออะไร
จึงขนขวายหาวิธีให้ใจเป็นสุข โดย
1) ดูหนังใน Netflix เริ่มรู้จักแอปนี้ก็ตอนเริ่มป่วยนี่เอง น่าจะปลายๆ ปี 2017
2) เริ่มร้องเพลงอัดคลิป แล้วส่งให้เพื่อน บังคับเพื่อนฟัง โพสต์ลงเฟซบุ๊ค ฮาๆๆ
3) จากเดิมน้ำหนักลดไปเกือบ 10 กิโล เพราะป่วยและเบื่ออาหาร รับประทานอะไรไม่ได้เลยนอกจากเอนชัวร์
ก็เริ่มกิน กิน กิน ตะบี้ตะบันกินแหลก อันไหนที่อยากกินก็กินเลย
ชดเชยที่ไม่ได้กินสมัยก่อนที่เงินเดือนก็น้อย พอป่วยก็กินอะไรแทบไม่ได้
พอเริ่มกินได้ปกติก็กิน กิน กิน กินเข้าไป
4) ใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วิตามินเสริม อาหารเสริม เพื่อไม่ให้ตัวเองโทรม และก็ได้ผล
5) กลับมาวาดรูป โดยเริ่มจากไปซื้อดินสอ 2B กับยางลบ แต่ก่อนใช้ดินสอกด หรือ ดินสอ HB วาด ก็เริ่มเปลี่ยนอุปกรณ์ หาแบบมาวาด
ตอนนี้เป็น PTSD จากหลายเหตุการณ์รุมเร้าเข้ามาพร้อมกัน
ได้ Sertraline ช่วยได้มากเลย
ตอนนี้นอนฟังเสียงคุณป้าข้างเตียงร้องโวยวาย
คาดว่าสารเคมีในสมองผันผวนมาก ขนาดยาเม็ดเอาไม่อยู่
บางคราวร้องโวยวาย บางคราวร้องไห้ บางคราวร้องเพลง
รู้สึกเห็นใจ นึกถึวตัวเองตอนป่วยติดเตียงและปวดตามร่างกายทุกครั้งที่ขยับตัว
ร้องเรียกหมอให้ช่วยทั้งคืน เหมือนเป็นยันต์กันปวด/ทรมาน
คิดว่า เคยเจอมาหนัก
เจอมาหนักมากทุกเรื่อง
จนคิดว่าหนักกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว
และคิดว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
前向き、Keep walking.
ผ่านมา 9 ปีที่ป่วย NTM
ด้วยสถานการณ์ตอนนี้
ไม่รู้จะขำหรือจะสงสารเพื่อนผู้ป่วยร่วม ward เดียวกันนี้ดี 🤣🤣
(เปิดดูไดอารี่เดิมที่เคยเขียนในบล็อกแกงก์ เลยรีไรซ์ใหม่ซะหน่อย)
จากเดิมที่ผ่อนคลายความทุกข์ทางใจด้วยการวาดภาพ/ร้องเพลงที่ชอบวนไป
ตอนนี้หลงติดเกมส์ปลูกดอกไม้งอมแงม
พยายามดึงตัวเองออกห่าง แต่ก็ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง
พยายามแข่งกับตัวเองคนเมื่อวานอย่างสุดกำลังความสามารถ
สำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง คาดว่ามีวิธีผ่อนคลายแตกต่างกันไป
เพราะการเจ็บปวดทางกายก็หนักหนามากแล้ว หากไม่หาวิธีเยียวยาใจของตน ก็จะยิ่งซ้ำ จมหนักลงไปอีก
ป่วยมาได้ 9 ปี ตอนอยู่โรงพยาบาลจะพบคนไข้ที่มีความชิวแตกต่างกันไป
1. คนป่วย Entry level คนที่เพิ่งเริ่มรู้ตัวว่าป่วย หน้าตาจะอมทุกข์หน่อยๆ กังวลหลายเรื่อง หงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียใส่คุณพยาบาล เวลาปวดก็จะโอดโอย (ตนเองเคยเป็น)
2. คนป่วย Intermedite level อยู่ในระหว่างรับการรักษา ก็จะนั่งนับวันออกจากโรงพยาบาล
3. คนป่วยระยะขึ้นระดับโปร ในที่นี้คือป่วยมาหลายปี รักษามาหลายวิธี เข้าโรงพยาบาลจนเคยชิน จะชิวๆ ไม่ทุกข์ร้อน
หรือแม้แต่คนป่วยที่รู้ตัวว่าตัวเองไม่หาย ก็จะมีคำแนะนำให้กำลังคนไข้รายใหม่ ช่วยให้ได้ไปต่อ
ในช่วงปีแรกที่ทั้งทรมานจากความเจ็บปวด ความกังวลว่าจะไม่หาย ความวิตกเรื่องเสียงานเสียเงิน
ทุกข์ทรมานมาก
จนมีคนไข้ระดับโปรเตียงข้างกันบอกว่า "กายป่วย ใจอย่าป่วยนะ"
ทำให้ฉุกคิดได้ว่า เออ..แล้วจะทรมานตนเองด้วยความคิดไปเพื่ออะไร
จึงขนขวายหาวิธีให้ใจเป็นสุข โดย
1) ดูหนังใน Netflix เริ่มรู้จักแอปนี้ก็ตอนเริ่มป่วยนี่เอง น่าจะปลายๆ ปี 2017
2) เริ่มร้องเพลงอัดคลิป แล้วส่งให้เพื่อน บังคับเพื่อนฟัง โพสต์ลงเฟซบุ๊ค ฮาๆๆ
3) จากเดิมน้ำหนักลดไปเกือบ 10 กิโล เพราะป่วยและเบื่ออาหาร รับประทานอะไรไม่ได้เลยนอกจากเอนชัวร์
ก็เริ่มกิน กิน กิน ตะบี้ตะบันกินแหลก อันไหนที่อยากกินก็กินเลย
ชดเชยที่ไม่ได้กินสมัยก่อนที่เงินเดือนก็น้อย พอป่วยก็กินอะไรแทบไม่ได้
พอเริ่มกินได้ปกติก็กิน กิน กิน กินเข้าไป
4) ใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วิตามินเสริม อาหารเสริม เพื่อไม่ให้ตัวเองโทรม และก็ได้ผล
5) กลับมาวาดรูป โดยเริ่มจากไปซื้อดินสอ 2B กับยางลบ แต่ก่อนใช้ดินสอกด หรือ ดินสอ HB วาด ก็เริ่มเปลี่ยนอุปกรณ์ หาแบบมาวาด
ตอนนี้เป็น PTSD จากหลายเหตุการณ์รุมเร้าเข้ามาพร้อมกัน
ได้ Sertraline ช่วยได้มากเลย
ตอนนี้นอนฟังเสียงคุณป้าข้างเตียงร้องโวยวาย
คาดว่าสารเคมีในสมองผันผวนมาก ขนาดยาเม็ดเอาไม่อยู่
บางคราวร้องโวยวาย บางคราวร้องไห้ บางคราวร้องเพลง
รู้สึกเห็นใจ นึกถึวตัวเองตอนป่วยติดเตียงและปวดตามร่างกายทุกครั้งที่ขยับตัว
ร้องเรียกหมอให้ช่วยทั้งคืน เหมือนเป็นยันต์กันปวด/ทรมาน
คิดว่า เคยเจอมาหนัก
เจอมาหนักมากทุกเรื่อง
จนคิดว่าหนักกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว
และคิดว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป
前向き、Keep walking.