วันก่อน Electrek ลงข่าวนี้ วันนี้เลยเอามาจับเข่าคุยกันหน่อยครับ สรุปค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Honda ดีลจบกับ QuantumScape (QS) สตาร์ทอัพแบตเตอรี่สายโหดจากเมกาเรียบร้อยแล้ว เซ็นสัญญาแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อเอาแบต Solid-State มาใช้ในรถ EV ยุคถัดไป
รอบนี้บอกเลยว่าน่าสนใจมาก เพราะถ้าใครตามข่าวจะรู้ว่า Honda ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวในการตรวจสอบมาตรฐานวิศวกรรม (Due Diligence) รอบนี้เห็นว่าทีมวิศวกรเอาแบตของ QS ไปทดสอบในแล็บอยู่ตั้งหลายปี เทียบกับเจ้าอื่นจนมั่นใจ ถึงยอมลงนามจับมือร่วมทุนยาวๆ
ทีเด็ดของแบต QuantumScape (ตัวล่าสุดรหัส QSE-5) ที่ทำให้ Honda ตาลุกวาวคือ
-ชาร์จไวจัด 10% ถึง 80% ใช้เวลาแค่ 12.2 นาที
-ความหนาแน่นพลังงานโหดมาก ล่อไป 844 Wh/L (แบต EV ปัจจุบันเฉลี่ยแค่ 250–300 Wh/L เท่านั้น) เพราะเขาใช้ดีไซน์แบบ Anode-free คือตอนผลิตออกมาจะไม่มีขั้วลบ แต่ลิเธียมบริสุทธิ์จะไปก่อตัวเป็นขั้วลบเองตอนชาร์จไฟครั้งแรก ทำให้แบตบางและเบาลงมหาศาล
-ปลอดภัยกว่าเดิมเยอะ เพราะใช้ตัวกั้นเซรามิก (Ceramic Separator) ที่ทนทาน ทนความร้อนสูง ไม่ลัดวงจรจนไฟลุกง่ายๆ แถมตอนนี้ฝั่ง QS เพิ่งเปิดสายผลิตใหม่ (Eagle Line) ที่ใช้กระบวนการที่เรียกว่า Cobra Process เผาเซรามิกด้วยความเร็วสูงแบบต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาคอขวดให้ผลิตได้ในสเกลระดับกิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) แล้วด้วย
แต่ประเด็นที่ผมมองว่าน่าคิดและน่าเอามาถกกันต่อคือ "เกมก๊อกสอง" ของ Honda ครับ
1. แผนสองทาง (Dual-Track) หลายคนอาจจะงงว่า อ้าว! แล้วโรงงานที่ซากุระ (Sakura) ที่ Honda เพิ่งลงทุนไปตั้ง 4.3 หมื่นล้านเยน เพื่อเดินสายผลิตแบต Solid-State ต้นแบบเมื่อต้นปี 2025 ที่ผ่านมาคืออะไร? คำตอบคือ โรงงานนั้นฮอนด้าพัฒนาเอง 100% (In-house) โดยใช้สารเคมีประเภท ซัลไฟด์ (Sulphide-based) แต่การดอดมาจับมือกับ QS รอบนี้ คือการกระจายความเสี่ยงมาเล่นฝั่ง เซรามิก (Oxide/Ceramic-based) แปลว่าพี่แกกำลังแทงกั๊กสองฝั่ง เพื่อดูว่าเคมีไหนจะชนะในตลาด และกะเอาฝั่งเซรามิกที่เด่นเรื่องความปลอดภัยสูงมาลงใน "มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า" ก่อนเพื่อนแน่ๆ
2. เขย่าขาเก้าอี้ Volkswagen อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้พี่ใหญ่ที่ลงเงินหนุน QuantumScape มาตลอดคือ Volkswagen Group (ที่เพิ่งเอาแบตตัวนี้ไปลองกับมอเตอร์ไซค์ Ducati V21L) การที่โครงสร้างสัญญายอมให้ Honda โดดเข้าร่วมวงเป็นพันธมิตรรายที่สองได้ ถือเป็นสัญญาณดีของตลาด เพราะยิ่งมีค่ายรถมาช่วยแชร์ค่า R&D และช่วยสั่งผลิต แบตเตอรี่ชนิดนี้ก็จะมีราคาถูกลงและแมสได้เร็วขึ้น
Honda จับมือ QuantumScape พัฒนาแบต Solid-State ชาร์จ 10-80% ใน 12 นาที
รอบนี้บอกเลยว่าน่าสนใจมาก เพราะถ้าใครตามข่าวจะรู้ว่า Honda ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวในการตรวจสอบมาตรฐานวิศวกรรม (Due Diligence) รอบนี้เห็นว่าทีมวิศวกรเอาแบตของ QS ไปทดสอบในแล็บอยู่ตั้งหลายปี เทียบกับเจ้าอื่นจนมั่นใจ ถึงยอมลงนามจับมือร่วมทุนยาวๆ
ทีเด็ดของแบต QuantumScape (ตัวล่าสุดรหัส QSE-5) ที่ทำให้ Honda ตาลุกวาวคือ
-ชาร์จไวจัด 10% ถึง 80% ใช้เวลาแค่ 12.2 นาที
-ความหนาแน่นพลังงานโหดมาก ล่อไป 844 Wh/L (แบต EV ปัจจุบันเฉลี่ยแค่ 250–300 Wh/L เท่านั้น) เพราะเขาใช้ดีไซน์แบบ Anode-free คือตอนผลิตออกมาจะไม่มีขั้วลบ แต่ลิเธียมบริสุทธิ์จะไปก่อตัวเป็นขั้วลบเองตอนชาร์จไฟครั้งแรก ทำให้แบตบางและเบาลงมหาศาล
-ปลอดภัยกว่าเดิมเยอะ เพราะใช้ตัวกั้นเซรามิก (Ceramic Separator) ที่ทนทาน ทนความร้อนสูง ไม่ลัดวงจรจนไฟลุกง่ายๆ แถมตอนนี้ฝั่ง QS เพิ่งเปิดสายผลิตใหม่ (Eagle Line) ที่ใช้กระบวนการที่เรียกว่า Cobra Process เผาเซรามิกด้วยความเร็วสูงแบบต่อเนื่อง เพื่อแก้ปัญหาคอขวดให้ผลิตได้ในสเกลระดับกิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) แล้วด้วย
แต่ประเด็นที่ผมมองว่าน่าคิดและน่าเอามาถกกันต่อคือ "เกมก๊อกสอง" ของ Honda ครับ
1. แผนสองทาง (Dual-Track) หลายคนอาจจะงงว่า อ้าว! แล้วโรงงานที่ซากุระ (Sakura) ที่ Honda เพิ่งลงทุนไปตั้ง 4.3 หมื่นล้านเยน เพื่อเดินสายผลิตแบต Solid-State ต้นแบบเมื่อต้นปี 2025 ที่ผ่านมาคืออะไร? คำตอบคือ โรงงานนั้นฮอนด้าพัฒนาเอง 100% (In-house) โดยใช้สารเคมีประเภท ซัลไฟด์ (Sulphide-based) แต่การดอดมาจับมือกับ QS รอบนี้ คือการกระจายความเสี่ยงมาเล่นฝั่ง เซรามิก (Oxide/Ceramic-based) แปลว่าพี่แกกำลังแทงกั๊กสองฝั่ง เพื่อดูว่าเคมีไหนจะชนะในตลาด และกะเอาฝั่งเซรามิกที่เด่นเรื่องความปลอดภัยสูงมาลงใน "มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า" ก่อนเพื่อนแน่ๆ
2. เขย่าขาเก้าอี้ Volkswagen อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้พี่ใหญ่ที่ลงเงินหนุน QuantumScape มาตลอดคือ Volkswagen Group (ที่เพิ่งเอาแบตตัวนี้ไปลองกับมอเตอร์ไซค์ Ducati V21L) การที่โครงสร้างสัญญายอมให้ Honda โดดเข้าร่วมวงเป็นพันธมิตรรายที่สองได้ ถือเป็นสัญญาณดีของตลาด เพราะยิ่งมีค่ายรถมาช่วยแชร์ค่า R&D และช่วยสั่งผลิต แบตเตอรี่ชนิดนี้ก็จะมีราคาถูกลงและแมสได้เร็วขึ้น