สวัสดีครับทุกคน เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะครับ จาก Ep.1 ที่ผมเอาเงินโบนัสแสนสองไปทิ้งสวนข่าว Non-Farm และ Ep.2 ที่เล่าถึงวินาทีชีวิตเหลือเงินติดพอร์ตไม่ถึงหมื่น จนได้ไปเริ่มนับหนึ่งลุยหาความรู้ใหม่ทั้งหมด วันนี้ตามสัญญาครับ ผมจะมาแบไต๋ระบบเทรดทองที่ทำให้ผมดึงทุนคืนมาได้ และแนวทางการเลือกโบรกเกอร์ที่เปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาเริ่มกันที่สิ่งที่ทำให้ผมรอดตายก่อนครับ...
1. ระบบเทรดทองคำฉบับ "คนเคยพัง" (เน้นปลอดภัย ไม่เน้นรวยข้ามคืน)
หลังจากที่ผมก้มหน้าก้มตาทำการบ้านอย่างหนัก นั่งอ่านทฤษฎีเทคนิคคอลต่างๆ ผมพบว่าพฤติกรรมราคาทองคำ (XAUUSD) มันมีรอบวิ่งที่กว้างและหลอกเก่งกว่าคู่เงินเยอะมาก ระบบที่ผมปรับมาใช้และทำให้พอร์ตเสถียรขึ้นมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ ครับ:
เปลี่ยนมาใช้ตารางคำนวณ Lot Size ทุกครั้ง: เลิกนิสัยกดมั่วตามอารมณ์เด็ดขาด! ก่อนออกออเดอร์ผมจะต้องคำนวณเช็กก่อนเลยว่า เงิน ทุนเท่านี้ ระยะ SL (ตัดขาดทุน) เท่านี้ ต้องออกลอตเท่าไหร่เพื่อให้ขาดทุนไม่เกิน $1-2\%$ ของพอร์ตต่อไม้
เทรดตามแนวรับ-แนวต้าน + Price Action: ผมเลิกอินดี้รกๆ หน้าจอทิ้งหมด เหลือแค่กราฟเปล่า ดูแนวรับแนวต้านสำคัญในไทม์เฟิร์ม H1 หรือ H4 แล้วรอให้เกิดแท่งเทียนกลับตัว (เช่น Pin Bar หรือ Engulfing) ตรงแนวเหล่านั้นชัดๆ ถึงจะกดเข้าทำ
ตั้ง SL โดยอิงจากระยะวิ่งจริง (ATR): ทองคำมันสะบัดแรง ถ้าตั้ง SL แคบเกินไปจะโดนกินฟรีบ่อยมาก ผมเลยหันมาใช้ค่า ATR ช่วยดูระยะวิ่งเฉลี่ย เพื่อวางจุดตัดขาดทุนให้พ้นระยะสะบัดของกราฟในวันนั้นๆ
2. วิธีเลือกประเภทบัญชีและโบรกเกอร์ (จุดตายที่ทำคนล้างพอร์ตโดยไม่รู้ตัว)
อันนี้คือสิ่งที่ผมตาสว่างที่สุดตอนศึกษาเรื่องโบรกเกอร์ เพราะตอนแรกผมใช้บัญชีแบบมาตรฐาน (Standard) ทั่วไปเทรด ซึ่งสเปรดมันถ่างมากเวลาข่าวออก ยิ่งเป็นทองคำบางทีถ่างไปไกลจนลากพอร์ตผมปลิว คราวนี้ผมเลยเลือกโบรกเกอร์ใหม่โดยอิงจากเกณฑ์พวกนี้ครับ:
ต้องมีใบอนุญาตระดับโลก (License): ผมเช็กเลยว่าโบรกไหนมีใบอนุญาตน่าเชื่อถือระดับสากล เช่น FCA (อังกฤษ) หรือ ASIC (ออสเตรเลีย) รองรับบ้าง เพื่อความชัวร์ว่าเงินทุนเราปลอดภัย
เปลี่ยนมาใช้บัญชีประเภท ECN หรือ Zero Spread: สารภาพว่าเมื่อก่อนไม่รู้จัก แต่พอศึกษาเปรียบเทียบเลยรู้ว่า บัญชีพวกนี้สเปรดทองคำจะต่ำมาก บางทีเกือบเป็น 0 แลกกับการจ่ายค่าธรรมเนียม (Commission) คงที่ต่อล็อต ซึ่งคำนวณดูแล้วประหยัดและเซฟพอร์ตกว่าบัญชี Standard ตอนกราฟซิ่งๆ หลายเท่าเลยครับ
ความเร็วในการฝาก-ถอน: มนุษย์เงินเดือนแบบเรา เวลาได้กำไรก็อยากถอนมาใช้ให้ชื่นใจ เลยเลือกโบรกที่เคลมเรื่องการถอนเงินเข้าธนาคารไทยได้ไวที่สุด ไม่ต้องมานั่งเสียวข้ามวัน
บทเรียนส่งท้ายจากมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง...
จากวันแรกที่ก้าวเข้าตลาดเพราะความโลภ เห็นน้องที่ออฟฟิศทำกำไรได้นิดหน่อยก็คิดว่าตัวเองเจ๋ง จนยอมเสี่ยงเอาเงินโบนัสทั้งก้อนมาละลายทิ้ง... วันนี้ผมมองย้อนกลับไปด้วยความรู้สึกขอบคุณวิกฤตครั้งนั้นนะ เพราะมันทำให้ผมรู้ว่า
"ในตลาดลงทุน ไม่มีพื้นที่สำหรับคนขี้เกียจหาความรู้"
ปัจจุบันพอร์ต 20,000 บาทก้อนใหม่ของผมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างมั่นคงด้วยวินัย ไม่สวิง ไม่เครียด และนอนหลับเต็มอิ่มทุกคืน แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นที่เคยพังไป ตอนนี้เริ่มเก็บเงินจากกำไรในพอร์ตใกล้จะไปได้จริงๆ แล้วครับ
สำหรับมือใหม่หรือใครที่กำลังหลงทาง พอร์ตพัง แดงเถือกเหมือนผมในวันนั้น ผมแนะนำให้หยุดกดออเดอร์ก่อนครับ ลองดับเครื่องชนแล้วไปเสิร์ชค้นหาความรู้ในเน็ตดูเลยครับ มีเว็บมีเพจสอนฟรีเยอะมาก ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ เอามาเปรียบเทียบดูว่าอันไหนคือของจริง อันไหนที่ปรับใช้กับเราแล้วเวิร์ค คัดกรองข้อมูลให้ดีๆ ก่อนจะควักตังค์ในกระเป๋าเติมเข้าไป
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านเรื่องราวลองผิดลองถูกของผมตั้งแต่ Ep.1 ยันจบกระทู้นี้นะครับ หวังว่าบทเรียนราคาแสนสองของผม จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของเพื่อนๆ พี่ๆ มนุษย์เงินเดือนทุกคนได้ไม่มากก็น้อย... ขอให้ทุกคนโชคดี พอร์ตเขียวๆ และมีวินัยในการเทรดครับ!
มาต่อ Ep.3 (ตอนจบ) ครับ... แชร์ระบบเทรดทองคำกู้พอร์ต และวิธีเลือกโบรกเกอร์ฉับมนุษย์เงินเดือนลุยตลาดจริง
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาเริ่มกันที่สิ่งที่ทำให้ผมรอดตายก่อนครับ...
1. ระบบเทรดทองคำฉบับ "คนเคยพัง" (เน้นปลอดภัย ไม่เน้นรวยข้ามคืน)
หลังจากที่ผมก้มหน้าก้มตาทำการบ้านอย่างหนัก นั่งอ่านทฤษฎีเทคนิคคอลต่างๆ ผมพบว่าพฤติกรรมราคาทองคำ (XAUUSD) มันมีรอบวิ่งที่กว้างและหลอกเก่งกว่าคู่เงินเยอะมาก ระบบที่ผมปรับมาใช้และทำให้พอร์ตเสถียรขึ้นมีอยู่ 3 ข้อหลักๆ ครับ:
เปลี่ยนมาใช้ตารางคำนวณ Lot Size ทุกครั้ง: เลิกนิสัยกดมั่วตามอารมณ์เด็ดขาด! ก่อนออกออเดอร์ผมจะต้องคำนวณเช็กก่อนเลยว่า เงิน ทุนเท่านี้ ระยะ SL (ตัดขาดทุน) เท่านี้ ต้องออกลอตเท่าไหร่เพื่อให้ขาดทุนไม่เกิน $1-2\%$ ของพอร์ตต่อไม้
เทรดตามแนวรับ-แนวต้าน + Price Action: ผมเลิกอินดี้รกๆ หน้าจอทิ้งหมด เหลือแค่กราฟเปล่า ดูแนวรับแนวต้านสำคัญในไทม์เฟิร์ม H1 หรือ H4 แล้วรอให้เกิดแท่งเทียนกลับตัว (เช่น Pin Bar หรือ Engulfing) ตรงแนวเหล่านั้นชัดๆ ถึงจะกดเข้าทำ
ตั้ง SL โดยอิงจากระยะวิ่งจริง (ATR): ทองคำมันสะบัดแรง ถ้าตั้ง SL แคบเกินไปจะโดนกินฟรีบ่อยมาก ผมเลยหันมาใช้ค่า ATR ช่วยดูระยะวิ่งเฉลี่ย เพื่อวางจุดตัดขาดทุนให้พ้นระยะสะบัดของกราฟในวันนั้นๆ
2. วิธีเลือกประเภทบัญชีและโบรกเกอร์ (จุดตายที่ทำคนล้างพอร์ตโดยไม่รู้ตัว)
อันนี้คือสิ่งที่ผมตาสว่างที่สุดตอนศึกษาเรื่องโบรกเกอร์ เพราะตอนแรกผมใช้บัญชีแบบมาตรฐาน (Standard) ทั่วไปเทรด ซึ่งสเปรดมันถ่างมากเวลาข่าวออก ยิ่งเป็นทองคำบางทีถ่างไปไกลจนลากพอร์ตผมปลิว คราวนี้ผมเลยเลือกโบรกเกอร์ใหม่โดยอิงจากเกณฑ์พวกนี้ครับ:
ต้องมีใบอนุญาตระดับโลก (License): ผมเช็กเลยว่าโบรกไหนมีใบอนุญาตน่าเชื่อถือระดับสากล เช่น FCA (อังกฤษ) หรือ ASIC (ออสเตรเลีย) รองรับบ้าง เพื่อความชัวร์ว่าเงินทุนเราปลอดภัย
เปลี่ยนมาใช้บัญชีประเภท ECN หรือ Zero Spread: สารภาพว่าเมื่อก่อนไม่รู้จัก แต่พอศึกษาเปรียบเทียบเลยรู้ว่า บัญชีพวกนี้สเปรดทองคำจะต่ำมาก บางทีเกือบเป็น 0 แลกกับการจ่ายค่าธรรมเนียม (Commission) คงที่ต่อล็อต ซึ่งคำนวณดูแล้วประหยัดและเซฟพอร์ตกว่าบัญชี Standard ตอนกราฟซิ่งๆ หลายเท่าเลยครับ
ความเร็วในการฝาก-ถอน: มนุษย์เงินเดือนแบบเรา เวลาได้กำไรก็อยากถอนมาใช้ให้ชื่นใจ เลยเลือกโบรกที่เคลมเรื่องการถอนเงินเข้าธนาคารไทยได้ไวที่สุด ไม่ต้องมานั่งเสียวข้ามวัน
บทเรียนส่งท้ายจากมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง...
จากวันแรกที่ก้าวเข้าตลาดเพราะความโลภ เห็นน้องที่ออฟฟิศทำกำไรได้นิดหน่อยก็คิดว่าตัวเองเจ๋ง จนยอมเสี่ยงเอาเงินโบนัสทั้งก้อนมาละลายทิ้ง... วันนี้ผมมองย้อนกลับไปด้วยความรู้สึกขอบคุณวิกฤตครั้งนั้นนะ เพราะมันทำให้ผมรู้ว่า "ในตลาดลงทุน ไม่มีพื้นที่สำหรับคนขี้เกียจหาความรู้"
ปัจจุบันพอร์ต 20,000 บาทก้อนใหม่ของผมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างมั่นคงด้วยวินัย ไม่สวิง ไม่เครียด และนอนหลับเต็มอิ่มทุกคืน แพลนไปเที่ยวญี่ปุ่นที่เคยพังไป ตอนนี้เริ่มเก็บเงินจากกำไรในพอร์ตใกล้จะไปได้จริงๆ แล้วครับ
สำหรับมือใหม่หรือใครที่กำลังหลงทาง พอร์ตพัง แดงเถือกเหมือนผมในวันนั้น ผมแนะนำให้หยุดกดออเดอร์ก่อนครับ ลองดับเครื่องชนแล้วไปเสิร์ชค้นหาความรู้ในเน็ตดูเลยครับ มีเว็บมีเพจสอนฟรีเยอะมาก ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ เอามาเปรียบเทียบดูว่าอันไหนคือของจริง อันไหนที่ปรับใช้กับเราแล้วเวิร์ค คัดกรองข้อมูลให้ดีๆ ก่อนจะควักตังค์ในกระเป๋าเติมเข้าไป
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านเรื่องราวลองผิดลองถูกของผมตั้งแต่ Ep.1 ยันจบกระทู้นี้นะครับ หวังว่าบทเรียนราคาแสนสองของผม จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของเพื่อนๆ พี่ๆ มนุษย์เงินเดือนทุกคนได้ไม่มากก็น้อย... ขอให้ทุกคนโชคดี พอร์ตเขียวๆ และมีวินัยในการเทรดครับ!