ไต้หวันเกมการเงินเดือด! เสนอเก็บ Bitcoin สู้ภัยสงครามจีน



ตอนนี้กำลังมีประเด็นระดับโลกที่น่าตื่นเต้นมากครับ เมื่อมีนักวิชาการและนักการเมืองฝั่งเทคโนโลยีในไต้หวัน ออกมาเสนอไอเดียสุดล้ำว่า "ไต้หวันควรแบ่งเงินบางส่วนไปซื้อ Bitcoin เก็บไว้เป็นเงินสำรองของประเทศ เผื่อเจอวิกฤตหรือโดนปิดล้อมทางทหาร" เรื่องนี้กลายเป็นศึกดวลไอเดียระหว่าง "สส.สายลุย" ที่อยากลองสิ่งใหม่ กับ "แบงก์ชาติสายเซฟ" ที่เน้นความปลอดภัยไว้ก่อน

จุดเริ่มต้นของไอเดีย: ทำไมต้องเปลี่ยนเงินประเทศเป็น Bitcoin?
ดร. เกอ รู่จวิ้น สส.สายเทคโนโลยีของไต้หวัน ได้นำรายงานวิจัยมาเปิดเผยว่า ปัจจุบันไต้หวันเก็บเงินสำรองไว้ในรูปของ "เงินดอลลาร์สหรัฐ" สูงเกินกว่า 80% ซึ่งเปรียบเหมือนการใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว ถ้าวันไหนอเมริกาเจอปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว เงินที่ไต้หวันเก็บไว้ก็เสี่ยงจะด้อยค่าลงไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในรายงานยังมองถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุดอย่าง "การโดนปิดล้อมทางทหาร" ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง สินทรัพย์เดิม ๆ จะมีปัญหาทันที
1. ทองคำ: มีน้ำหนักมาก ขนย้ายหรือเอาไปซื้อของจากต่างประเทศไม่ได้เลยถ้าโดนปิดล้อมทางทะเลหรือทางอากาศ
2. เงินดอลลาร์: อาจถูกระงับหรือตัดขาดจากระบบธนาคารโลกได้ง่าย ๆ จากปัญหาการเมือง
3. Bitcoin: อยู่บนระบบดิจิทัลที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของแท้จริง จึงกลายเป็น "สภาพคล่องที่มองไม่เห็น" ไม่มีใครสั่งยึดหรือสั่งปิดระบบได้ ทำให้ไต้หวันยังคงโอนเงินซื้อขายสิ่งของจำเป็นระดับประเทศได้ตลอดเวลา

ฝั่งแบงก์ชาติเบรกตัวโก่ง: "เสี่ยงเกินไป ระบบราชการยังไม่พร้อม"
พอได้ยินไอเดียนี้ ทางธนาคารกลางไต้หวันก็รีบออกมาคัดค้านทันทีด้วยเหตุผลทางปฏิบัติที่เข้าใจได้ง่าย ๆ 3 ข้อครับ
1. ราคาขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ: หัวใจของเงินสำรองประเทศคือความนิ่งและความมั่นคง แต่ราคา Bitcoin ผันผวนรุนแรงเกินไป ถ้าวันไหนประเทศจำเป็นต้องรีบใช้เงิน แล้วเป็นช่วงที่ราคา Bitcoin ดิ่งลงพอดี ประเทศจะเสียหายหนักมาก
2. ปัญหาเรื่องการเก็บรักษา: การเก็บ Bitcoin ต้องใช้รหัสลับที่เรียกว่า Private Key ซึ่งระบบราชการยังตอบไม่ได้ว่า "ใครจะเป็นคนถือรหัสนี้?" ถ้าเกิดการทุจริตหรือทำรหัสหาย เงินของประเทศจะสูญไปทันที
3. เสี่ยงโดนแฮกเกอร์: เทคโนโลยีในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงที่จะโดนกลุ่มแฮกเกอร์ระดับโลกเจาะระบบเข้ามาขโมยเงินดิจิทัลไปได้

บทสรุป: ถอยคนละก้าว แต่ไม่ยอมตกขบวน
แม้แบงก์ชาติไต้หวันจะยังไม่ยอมควักเงินไปซื้อ Bitcoin ในตอนนี้ แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้จบแบบปิดประตูตายเสียทีเดียว เพราะไต้หวันเลือกที่จะเดินหน้าต่อในทางสายกลาง โดยมีแผนการรองรับดังนี้ครับ
1. หันไปศึกษา Stablecoin: แบงก์ชาติสนใจเรียนรู้เหรียญดิจิทัลประเภทที่ราคาคงที่ (ผูกกับดอลลาร์) เพราะมีความผันผวนต่ำ แต่ช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศเร็วขึ้นและถูกลงได้จริง
2. ใช้ Bitcoin ของกลางมาทดลอง: ปัจจุบันกระทรวงยุติธรรมไต้หวันมี Bitcoin ที่ยึดมาได้จากพวกมิจฉาชีพอยู่แล้วประมาณ 210 เหรียญ สส.เลยเสนอให้เอาเงินส่วนนี้มาทำเป็นระบบทดลอง (Sandbox) ให้ข้าราชการได้ฝึกโอน ฝึกเก็บ และเรียนรู้ระบบความปลอดภัยไปก่อนโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
3. เตรียมคลอดกฎหมายใหม่: ไต้หวันกำลังเร่งร่างกฎหมายควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP Act) ให้เสร็จภายในปี 2026 นี้ เพื่อปูทางให้ทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัยที่สุด
นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีการเงินยุคใหม่กำลังเข้าไปมีบทบาทสำคัญในเกมการเมืองระดับโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่