มาดู "The Chosen" กันครับ ซีรีส์ที่ไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง แต่พาเราเข้าไปสัมผัสชีวิตจริงๆ



สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกคน วันนี้ผมมีซีรีส์ดีๆ มาแนะนำครับ ชื่อเรื่อง "The Chosen" ครับ เป็นซีรีส์ที่ผมดูแล้วติดหนึบเลย อยากจะมาเล่าให้ฟังว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น

ปกติผมก็ดูซีรีส์หลายแนวครับ แต่พอมาเจอ "The Chosen" นี่มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเลยครับ คือมันไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องราวตามพระคัมภีร์อย่างที่เราเคยเห็นมา แต่มันเจาะลึกเข้าไปในชีวิตของแต่ละคนเลยครับ เราจะได้เห็นเบื้องหลัง ความคิด ความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัว ตั้งแต่ก่อนที่จะมาเจอพระเยซู หรือแม้กระทั่งคนที่เคยมีอดีตที่ค่อนข้างจะมืดมนมากๆ มาก่อน

ยกตัวอย่างเช่น ตัวละครอย่าง มัทธิว ครับ ที่เป็นคนเก็บภาษี ซึ่งในสมัยนั้นคืออาชีพที่คนรังเกียจมาก เป็นอาชีพที่ถูกมองว่าฉ้อโกง เอาเปรียบคนอื่น แต่ซีรีส์เรื่องนี้เล่าถึงมัทธิวในมุมที่ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเขาถึงมาทำงานนี้ มีแรงกดดันอะไรบ้าง แล้วพอเขาได้เจอพระเยซู ชีวิตเขาเปลี่ยนไปแบบไหน ผมว่ามันทำให้เรามองเห็นความเป็นมนุษย์ของเขาได้ชัดเจนขึ้นครับ

อีกตัวอย่างที่ผมประทับใจมากๆ ก็คือ เปโตร ครับ ที่ดูเป็นคนหุนหันพลันแล่น ปากไว แต่ซีรีส์ก็ค่อยๆ เผยให้เห็นถึงความภักดี ความรักที่มีต่อพระเยซู แล้วก็ความกลัว ความไม่มั่นใจในตัวเองของเขาด้วยครับ การแสดงของนักแสดงแต่ละคนคือดีมากครับ เล่นได้ถึงบทบาทจริงๆ ทำให้เราอินไปกับตัวละครได้ง่ายมากๆ

สิ่งที่ผมชอบมากๆ ใน "The Chosen" คือมันทำให้เรื่องราวในพระคัมภีร์ดูเข้าถึงง่ายขึ้นครับ ไม่ใช่แค่เรื่องราวที่อยู่ห่างไกลตัว แต่เป็นเรื่องราวของคนจริงๆ ที่มีความรู้สึกนึกคิด มีปัญหา มีความสุข มีความเศร้า เหมือนกับพวกเรานี่แหละครับ ซีรีส์เขาทำได้ดีในการนำเสนอภาพชีวิตในยุคนั้น ให้เราเห็นบรรยากาศ ผู้คน วิถีชีวิต การดำเนินชีวิตในสมัยนั้น มันทำให้ภาพในหัวของเราชัดเจนขึ้นเยอะเลยครับ

ผมว่าจุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้เลยคือการเล่าเรื่องแบบ "Humanizing" ครับ คือทำให้ตัวละครในพระคัมภีร์ดูเป็นมนุษย์จริงๆ มีเลือดเนื้อ มีหัวใจ มีความรู้สึก ไม่ใช่แค่บุคคลในตำนาน เราจะได้เห็นการปฏิสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูกับสาวก หรือกับผู้คนรอบข้างในมุมที่ดูเป็นธรรมชาติมากๆ ครับ บางทีก็มีมุกตลกเล็กๆ น้อยๆ แทรกเข้ามา ทำให้บรรยากาศไม่เครียดจนเกินไป แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของเรื่องราว

การที่ซีรีส์เลือกที่จะเล่าเรื่องผ่านมุมมองของคนธรรมดาๆ ไม่ใช่แค่พระเยซูอย่างเดียว มันทำให้เราได้เห็นว่าพระเยซูเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนอย่างไรบ้างครับ จากคนที่สิ้นหวัง จากคนที่มีปัญหา จากคนที่ไม่ได้รับการยอมรับในสังคม พอได้มาเจอพระเยซู ชีวิตของพวกเขาก็มีทางออก มีความหวัง มีคุณค่ามากขึ้น

ผมชอบวิธีการที่ผู้สร้างซีรีส์เขาทำการบ้านมาดีมากๆ เลยครับ คือพยายามศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมในยุคนั้นอย่างละเอียด เพื่อให้ภาพที่ออกมาสมจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ แล้วก็ยังมีการตีความเรื่องราวต่างๆ ในพระคัมภีร์ในมุมที่น่าสนใจ ทำให้เราได้คิดตามไปด้วย

สำหรับใครที่อาจจะรู้สึกว่าเรื่องราวในพระคัมภีร์มันดูยาก หรือเข้าถึงยาก ผมอยากจะแนะนำให้ลองเปิดใจดู "The Chosen" ครับ รับรองว่าคุณจะมองเห็นภาพในมุมใหม่เลยทีเดียว มันไม่ใช่แค่ซีรีส์ศาสนา แต่มันเป็นซีรีส์ที่พูดถึงเรื่องของความรัก ความเมตตา การให้อภัย แล้วก็การเปลี่ยนแปลงชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ทุกคนครับ

ผมดูมาหลายซีซั่นแล้วครับ แล้วก็รอติดตามซีซั่นต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยครับ เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ตัวละครมีความลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ยังคงไว้ซึ่งแก่นแท้ของเรื่องราวในพระคัมภีร์ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ

อีกอย่างที่ผมอยากจะบอกคือ "The Chosen" เป็นซีรีส์ที่ผลิตโดยการระดมทุนจากผู้สนับสนุนทั่วโลกครับ คือไม่ใช่มาจากสตูดิโอใหญ่ๆ แต่มาจากคนดูแบบพวกเรานี่แหละครับที่อยากเห็นเรื่องราวดีๆ แบบนี้ถูกนำเสนอออกมา มันเลยมีความรู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้มันเป็นของเราทุกคนจริงๆ ครับ

ถ้าถามว่ามีข้อเสียไหม สำหรับผมเองยังไม่ค่อยเจอครับ อาจจะมีบางฉากที่บางคนอาจจะรู้สึกว่าการตีความอาจจะแตกต่างจากที่เคยเข้าใจมาบ้าง แต่โดยรวมแล้วผมว่ามันเป็นการตีความที่น่าสนใจและทำให้เราได้คิดครับ

โดยสรุปนะครับ "The Chosen" เป็นซีรีส์ที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองดูครับ ไม่ว่าคุณจะมีความเชื่อทางศาสนาหรือไม่ก็ตาม เพราะมันเป็นเรื่องราวของมนุษย์ที่น่าประทับใจมากๆ ครับ มันจะทำให้คุณมองเห็นความหวัง เห็นความรัก แล้วก็เห็นพลังของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้ชัดเจนขึ้นครับ

ถ้าใครเคยดูแล้ว มาแชร์ความคิดเห็นกันได้นะครับ หรือใครที่สนใจ อยากจะลองหามาดูก็ลองค้นหาดูครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับผม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่