รีวิวการกินข้าวด้วยตะเกียบข้างเดียว: ความท้าทายที่โลกต้องจารึก

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดแสนจะพิลึกพิลั่นแต่รับรองว่าอ่านแล้วต้องอ้าปากค้าง ผสมเสียงหัวเราะปนความสงสัย ใครที่เคยคิดว่าตัวเองเจอเรื่องท้าทายในชีวิตมาเยอะแล้ว ลองมาฟังเรื่องนี้ดูก่อนครับ แล้วคุณจะรู้ว่าความจริงแล้ว การกินข้าวด้วยตะเกียบข้างเดียวเนี่ย มันคือบททดสอบของชีวิตจริง!

เรื่องมันเริ่มจากวันศุกร์แห่งชาติที่แสนจะธรรมดาครับ หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการทำงานมาทั้งสัปดาห์ ผมก็ตั้งใจจะให้รางวัลตัวเองด้วยการสั่งข้าวหน้าเป็ดที่ร้านประจำมาโซ้ยให้หนำใจ บรรยากาศก็เป็นใจ เปิดซีรีส์โปรดบนมือถือพร้อมแล้ว ส้อมช้อนก็ลืมหยิบมาจากครัวอีก (นิสัย!) แต่ไม่เป็นไร ผมเป็นพวกใช้ตะเกียบคล่องอยู่แล้วครับ กะว่าจะกินข้าวหน้าเป็ดแบบก๊วยเตี๋ยวไปเลย

แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกกับผมครับ! พอแกะกล่องข้าวหน้าเป็ดออกมา ไอ้ตะเกียบไม้ไผ่ที่พับติดกันมา มันหลุดออกจากกันแบบไม่เป็นท่า แถมยังหายไปข้างหนึ่งซะงั้น! หายไปในมิติไหนก็ไม่รู้ หาจนทั่วห้องก็ไม่เจอครับคุณ! เหลือแค่ข้างเดียวโดดๆ เหมือนปลาหมึกเหลือหนวดเดียวเนี่ยแหละ!

ตอนนั้นบอกเลยว่าอารมณ์เสียมากครับ เป็ดก็หอม น้ำราดก็เยิ้ม ข้าวก็นุ่มนิ่ม แต่เหลือตะเกียบข้างเดียว! จะกินยังไงวะเนี่ย!? ความหิวก็โถมเข้าใส่ครับ ไอ้เราก็เป็นคนสู้ชีวิตครับ ต้องสู้! สุดท้ายผมก็ตัดสินใจครับว่า "เอาวะ! กินด้วยตะเกียบข้างเดียวนี่แหละ! โลกต้องจารึก!"



วินาทีแรกที่ลองนะครับ ขอบอกเลยว่าทุลักทุเลสุดๆ ผมพยายามคีบข้าว พยายามตักเป็ด แต่ตะเกียบข้างเดียวนี่มันไม่มีแรงคีบอะไรได้เลยครับ จิ้มไปก็แล้ว ตักไปก็แล้ว มีแต่จะคว่ำชามข้าว! เหมือนพยายามจะใช้ไม้เท้าอันเดียววิ่งแข่งโอลิมปิกนั่นแหละครับ! ข้าวเอย เป็ดเอย กระเด็นกระดอนเต็มโต๊ะไปหมด

แต่คนเรามันต้องเรียนรู้ครับ! ผมลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ๆ ก็เริ่มเจอเทคนิคที่พอจะไปวัดไปวาได้ครับ ผมขอเรียกว่า "3 เทคนิคกินข้าวด้วยตะเกียบข้างเดียว ฉบับคนหิวโซ" ซึ่งอาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่อาจจะตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นหัวใจแบบผมในอนาคตก็ได้นะครับ!

เทคนิคที่ 1 "คีบแบบปูหนีบ" (The Crab Claw)

นี่คือเทคนิคที่ผมค้นพบเป็นอันดับแรกครับ คือการใช้ตะเกียบข้างเดียวเนี่ยแหละครับ วางระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ โดยใช้นิ้วกลางมาช่วยพยุงอีกที ให้มันเหมือนเป็นคีมที่ง้างออกเล็กน้อย แล้วค่อยๆ กดลงไปที่อาหารชิ้นเล็กๆ อย่างข้าว หรือถั่วลิสง ลองนึกภาพก้ามปูที่กำลังหนีบอะไรสักอย่างดูครับ แรงอาจจะไม่เยอะ แต่ถ้าใจเย็นๆ ก็พอจะคีบเม็ดข้าวได้ทีละเม็ดสองเม็ดครับ ใครจะไปคิดว่าชีวิตคนเราจะมานั่งคีบข้าวทีละเม็ดด้วยตะเกียบข้างเดียวได้เนี่ย!



เทคนิคที่ 2 "ตักแบบพลั่วจิ๋ว" (The Mini-Shovel)

พอเจอชิ้นใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่างเนื้อเป็ด หรือผักบางชิ้น ไอ้การคีบแบบปูหนีบมันก็ไม่ไหวแล้วครับ มันไม่มีแรงพอจะยก ผมเลยเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ครับ คราวนี้ใช้ตะเกียบข้างเดียวเนี่ยแหละครับ ทำเหมือนมันเป็นพลั่วอันเล็กๆ ค่อยๆ แซะอาหารขึ้นมาแล้วดันเข้าปากครับ เทคนิคนี้ต้องใช้ความนิ่งและความแม่นยำสูงหน่อยนะครับ เพราะถ้าพลาดนี่คืออาหารพุ่งออกจากชามแน่นอนครับ แต่ข้อดีคือได้ปริมาณเยอะกว่าการคีบครับ เหมือนนักโบราณคดีที่กำลังขุดหาวัตถุโบราณด้วยเครื่องมืออันเดียวนั่นแหละครับ แต่ของผมคือขุดหาความอิ่ม!



เทคนิคที่ 3 "ดันช่วยส้อม/ช้อนฉุกเฉิน" (The Push Assistant)

นี่เป็นเทคนิคสุดท้ายที่ผมค้นพบ และเป็นวิธีที่สบายที่สุดครับ! ถ้าสมมติว่าคุณมีช้อน หรือส้อม หรือแม้แต่ปลายมีดเล็กๆ อยู่ใกล้ๆ นะครับ ให้คุณใช้ตะเกียบข้างเดียวนี่แหละ ดันอาหารขึ้นมาบนช้อนหรือส้อมครับ มันจะช่วยให้คุณควบคุมอาหารได้ดีขึ้นมากครับ ไม่ต้องใช้แรงเยอะ ไม่ต้องเกร็งนิ้วจนเป็นตะคริว เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยจัดเตรียมอาหารให้เราเลยครับ

หลังจากผ่านสมรภูมิรบกับตะเกียบข้างเดียวไปได้เกือบครึ่งชั่วโมง ผมก็สามารถพิชิตข้าวหน้าเป็ดได้อย่างทุลักทุเลแต่ก็หมดจดครับ แม้ว่าข้าวจะกระเด็นบ้าง โต๊ะจะเลอะบ้าง แต่ความภูมิใจที่ได้เอาชนะความท้าทายนี้มันยิ่งใหญ่กว่าอะไรทั้งหมดครับ!

บทเรียนที่ได้จากการกินข้าวด้วยตะเกียบข้างเดียวนี่นะครับ คือบางครั้งในชีวิตเนี่ย เราก็ต้องเจอกับสถานการณ์ที่ทรัพยากรมีจำกัดครับ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ ลองคิดนอกกรอบ ใช้ความพยายามและความคิดสร้างสรรค์ เราก็จะผ่านมันไปได้เสมอครับ ไม่ใช่แค่เรื่องกินข้าวหรอกนะ เรื่องอื่นๆ ในชีวิตก็เหมือนกันครับ

ผมหวังว่าเรื่องราวสุดฮาและเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ของผมวันนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ ทุกคนนะครับ ถ้าวันไหนใครตกอยู่ในสถานการณ์ตะเกียบหายข้างหนึ่ง ก็อย่าเพิ่งท้อนะครับ ลองเอา 3 เทคนิคของผมไปใช้ดู แล้วคุณจะรู้ว่าคุณแกร่งกว่าที่คิดครับ!

ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ มีเรื่องสนุกๆ อีกเพียบแน่นอน!
ขอบคุณครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่