ทีมนักวิจัยนานาชาติได้ค้นพบพฤติกรรมที่น่าทึ่งเกี่ยวกับการเดินของมนุษย์ โดยพบว่าเมื่อมนุษย์ต้องเดินในพื้นที่ต่างๆ อย่างอิสระและไม่มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน เรามักจะมีแนวโน้มที่จะเลือกเดินเลี้ยวไปทางซ้าย หรือการเดินทวนเข็มนาฬิกา มากกว่าทางขวาอย่างมีนัยสำคัญ
https://www.facebook.com/share/p/1H7ytEwBfh/?mibextid=wwXIfr
จุดเริ่มต้นของการศึกษานี้มาจากการสังเกตพฤติกรรมการเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวของมนุษย์อาจจะไม่ได้เป็นแบบสุ่มอย่างที่เคยเข้าใจ
นักวิจัยจึงได้จัดการทดลองขึ้นในประเทศที่มีวัฒนธรรมและบรรทัดฐานทางสังคมที่ต่างกันอย่างสเปนและญี่ปุ่น เพื่อทดสอบพฤติกรรมในพื้นที่ทั้งแบบเปิดและแบบปิด รวมถึงช่วงอายุที่หลากหลาย เพื่อเป็นการตัดปัจจัยอิทธิพลจากการถูกชักจูงจากพฤติกรรมของฝูงชน
นักวิจัยได้ทดสอบการเคลื่อนไหวระดับบุคคล โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองจำนวน 209 คน เดินอย่างอิสระเพียงลำพังในพื้นที่จำลองรูปหกเหลี่ยม ผลลัพธ์ยังคงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอว่า ผู้คนมีอคติ (Bias) ในการเดินวนไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา
สิ่งที่น่าสนใจจากการทดลอง คือ ความชอบในการเดินเลี้ยวซ้ายนี้ไม่ได้รับอิทธิพลจากเพศ หรือแม้แต่ความถนัดของมือและเท้า ปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดความแตกต่างเพียงเล็กน้อย คือ อายุ โดยกลุ่มคนอายุน้อยมีแนวโน้มที่จะเดินวนทวนเข็มนาฬิกาในระดับที่ชัดเจนกว่า แม้ว่าการศึกษานี้จะยังมีข้อจำกัดที่ทดลองกับกลุ่มคนที่อายุไม่เกินช่วงวัย 30 กลางๆ ก็ตาม
เคลาดิโอ เฟลิเชียนี (Claudio Feliciani) วิศวกรจากมหาวิทยาลัยโตเกียว หนึ่งในทีมวิจัยระบุว่า ผลลัพธ์นี้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายมาก เพราะโดยสัญชาตญาณเรามักคิดว่าผู้คนจะเลือกเดินอย่างเป็นอิสระตามความต้องการของตนเอง
สำหรับสาเหตุนั้น นักวิจัยเชื่อว่าน่าจะเกิดจากปัจจัยทางชีววิทยา หรือมีความเกี่ยวข้องกับความไม่สมมาตรทางระดับกลศาสตร์ชีวภาพ (Biomechanics) ของร่างกายมนุษย์
ในการหาต้นตอ พวกเขาได้ทำการทดลองตัดปัจจัยการมองเห็นโดยการปิดตาข้างใดข้างหนึ่งของผู้เข้าร่วมทดลอง แต่แนวโน้มการเดินวนซ้ายก็ยังคงอยู่
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่าพฤติกรรมนี้เกิดจากปรากฏการณ์สเกลระดับโลก อย่างเช่น แรงคอริออลิส (Coriolis force) หรือสนามแม่เหล็กโลก
แม้การเดินเลี้ยวซ้ายอาจดูเป็นเพียงการค้นพบเล็กๆ แต่ข้อมูลนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายสาขา ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมอาคาร ไปจนถึงการวางแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน
การทำความเข้าใจพฤติกรรมนี้จะทำให้การออกแบบเส้นทางอพยพหนีไฟมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังส่งผลสำคัญต่อการจัดการพื้นที่ที่มีการรวมตัวของฝูงชนหนาแน่น เช่น สนามบิน พิพิธภัณฑ์ สถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า และสนามกีฬา
ปรากฏการณ์การวนทวนเข็มนาฬิกานี้ยังอาจใช้เพื่ออธิบายเรื่องใกล้ตัวที่เราเห็นกันบ่อยๆ อย่างเช่น วงวิ่งและการแข่งขันขับรถที่มักจะถูกกำหนดให้วนซ้ายเสมอ ตลอดจนการเคลื่อนที่แบบหมุนวนของฝูงชน (Circle pits) ในคอนเสิร์ตแนวเฮฟวี่เมทัล
ทีมวิจัยมีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีความจริงเสมือน (VR) เข้ามาช่วยทดลองเพื่อให้สามารถควบคุมประสาทสัมผัสในการรับรู้ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น และจะขยายผลการศึกษาไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ ตลอดจนกลุ่มผู้ที่มีข้อจำกัดหรือความแตกต่างทางการเคลื่อนไหว รวมถึงต้องการต่อยอดเพื่อศึกษาว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ มีพฤติกรรมชอบเดินวนทวนเข็มนาฬิกาด้วยหรือไม่
งานวิจัยฉบับนี้มีชื่อว่า Individual locomotor bias drives counterclockwise motion in pedestrian crowds ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 โดยเป็นความร่วมมือของทีมนักวิจัยนานาชาติ นำโดย อิญากี เอเชเบร์เรีย-อวาร์เต (Iñaki Echeverría-Huarte) จากมหาวิทยาลัยนาวาร์รา (University of Navarra) ประเทศสเปน
นอกจากนี้ ยังมีนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก อาทิ มหาวิทยาลัยโตเกียว (The University of Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น และสถาบันวิจัยในยุโรป โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของมนุษย์ในพื้นที่เปิด และทำความเข้าใจว่าทำไมผู้คนจึงมีแนวโน้มเดินวนไปทางซ้ายหรือทวนเข็มนาฬิกาเมื่อไม่มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน
ที่มาของข้อมูล sciencealert, pixabay
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand
ทีมนักวิจัยนานาชาติได้ค้นพบพฤติกรรมที่น่าทึ่ง เรามักจะมีแนวโน้มที่จะเลือกเดินเลี้ยวไปทางซ้าย หรือการเดินทวนเข็มนาฬิกา
https://www.facebook.com/share/p/1H7ytEwBfh/?mibextid=wwXIfr
จุดเริ่มต้นของการศึกษานี้มาจากการสังเกตพฤติกรรมการเว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งบ่งชี้ว่าการเคลื่อนไหวของมนุษย์อาจจะไม่ได้เป็นแบบสุ่มอย่างที่เคยเข้าใจ
นักวิจัยจึงได้จัดการทดลองขึ้นในประเทศที่มีวัฒนธรรมและบรรทัดฐานทางสังคมที่ต่างกันอย่างสเปนและญี่ปุ่น เพื่อทดสอบพฤติกรรมในพื้นที่ทั้งแบบเปิดและแบบปิด รวมถึงช่วงอายุที่หลากหลาย เพื่อเป็นการตัดปัจจัยอิทธิพลจากการถูกชักจูงจากพฤติกรรมของฝูงชน
นักวิจัยได้ทดสอบการเคลื่อนไหวระดับบุคคล โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองจำนวน 209 คน เดินอย่างอิสระเพียงลำพังในพื้นที่จำลองรูปหกเหลี่ยม ผลลัพธ์ยังคงแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอว่า ผู้คนมีอคติ (Bias) ในการเดินวนไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา
สิ่งที่น่าสนใจจากการทดลอง คือ ความชอบในการเดินเลี้ยวซ้ายนี้ไม่ได้รับอิทธิพลจากเพศ หรือแม้แต่ความถนัดของมือและเท้า ปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดความแตกต่างเพียงเล็กน้อย คือ อายุ โดยกลุ่มคนอายุน้อยมีแนวโน้มที่จะเดินวนทวนเข็มนาฬิกาในระดับที่ชัดเจนกว่า แม้ว่าการศึกษานี้จะยังมีข้อจำกัดที่ทดลองกับกลุ่มคนที่อายุไม่เกินช่วงวัย 30 กลางๆ ก็ตาม
เคลาดิโอ เฟลิเชียนี (Claudio Feliciani) วิศวกรจากมหาวิทยาลัยโตเกียว หนึ่งในทีมวิจัยระบุว่า ผลลัพธ์นี้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมายมาก เพราะโดยสัญชาตญาณเรามักคิดว่าผู้คนจะเลือกเดินอย่างเป็นอิสระตามความต้องการของตนเอง
สำหรับสาเหตุนั้น นักวิจัยเชื่อว่าน่าจะเกิดจากปัจจัยทางชีววิทยา หรือมีความเกี่ยวข้องกับความไม่สมมาตรทางระดับกลศาสตร์ชีวภาพ (Biomechanics) ของร่างกายมนุษย์
ในการหาต้นตอ พวกเขาได้ทำการทดลองตัดปัจจัยการมองเห็นโดยการปิดตาข้างใดข้างหนึ่งของผู้เข้าร่วมทดลอง แต่แนวโน้มการเดินวนซ้ายก็ยังคงอยู่
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ว่าพฤติกรรมนี้เกิดจากปรากฏการณ์สเกลระดับโลก อย่างเช่น แรงคอริออลิส (Coriolis force) หรือสนามแม่เหล็กโลก
แม้การเดินเลี้ยวซ้ายอาจดูเป็นเพียงการค้นพบเล็กๆ แต่ข้อมูลนี้มีประโยชน์อย่างมากต่อการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายสาขา ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมอาคาร ไปจนถึงการวางแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน
การทำความเข้าใจพฤติกรรมนี้จะทำให้การออกแบบเส้นทางอพยพหนีไฟมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังส่งผลสำคัญต่อการจัดการพื้นที่ที่มีการรวมตัวของฝูงชนหนาแน่น เช่น สนามบิน พิพิธภัณฑ์ สถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า และสนามกีฬา
ปรากฏการณ์การวนทวนเข็มนาฬิกานี้ยังอาจใช้เพื่ออธิบายเรื่องใกล้ตัวที่เราเห็นกันบ่อยๆ อย่างเช่น วงวิ่งและการแข่งขันขับรถที่มักจะถูกกำหนดให้วนซ้ายเสมอ ตลอดจนการเคลื่อนที่แบบหมุนวนของฝูงชน (Circle pits) ในคอนเสิร์ตแนวเฮฟวี่เมทัล
ทีมวิจัยมีแผนที่จะใช้เทคโนโลยีความจริงเสมือน (VR) เข้ามาช่วยทดลองเพื่อให้สามารถควบคุมประสาทสัมผัสในการรับรู้ได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น และจะขยายผลการศึกษาไปยังกลุ่มผู้สูงอายุ ตลอดจนกลุ่มผู้ที่มีข้อจำกัดหรือความแตกต่างทางการเคลื่อนไหว รวมถึงต้องการต่อยอดเพื่อศึกษาว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ มีพฤติกรรมชอบเดินวนทวนเข็มนาฬิกาด้วยหรือไม่
งานวิจัยฉบับนี้มีชื่อว่า Individual locomotor bias drives counterclockwise motion in pedestrian crowds ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2026 โดยเป็นความร่วมมือของทีมนักวิจัยนานาชาติ นำโดย อิญากี เอเชเบร์เรีย-อวาร์เต (Iñaki Echeverría-Huarte) จากมหาวิทยาลัยนาวาร์รา (University of Navarra) ประเทศสเปน
นอกจากนี้ ยังมีนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก อาทิ มหาวิทยาลัยโตเกียว (The University of Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น และสถาบันวิจัยในยุโรป โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของมนุษย์ในพื้นที่เปิด และทำความเข้าใจว่าทำไมผู้คนจึงมีแนวโน้มเดินวนไปทางซ้ายหรือทวนเข็มนาฬิกาเมื่อไม่มีจุดหมายปลายทางที่ชัดเจน
ที่มาของข้อมูล sciencealert, pixabay
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand