คู่มือติดตามชมเชียร์ฟุตบอลโลก 2026 ฉบับคนไม่ดูบอล

คู่มือติดตามฟุตบอลโลก 2026 ฉบับคนไม่ดูบอล



นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกือบ 100 ปีของฟุตบอลโลก ที่การแข่งขันจะถูกจัดขึ้นโดยมีเจ้าภาพสามประเทศ ได้แก่ เม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐอเมริกา
สำหรับใครก็ตามที่เพิ่งหันมาดูบอลและติดตามฟุตบอลโลก นี่คือ 5 เรื่องที่คุณควรรู้

ฟุตบอลโลกถูกจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี โดยการแข่งขันในปี 2026 นี้ถือเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะมี 48 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งทีมต่าง ๆ ได้ถูกแบ่งออกเป็น 12 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม โดยใช้การจัดอันดับโลกของฟีฟ่าเป็นเกณฑ์
ทีมสองอันดับแรกของแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งเรียกว่ารอบ 32 ทีมสุดท้าย

การชนะการแข่งขันในแต่ละนัดจะทำให้ทีมได้รับ 3 คะแนน การเสมอจะทำให้ทั้งสองทีมได้รับไปทีมละ 1 คะแนน และหากแพ้ทีมจะไม่ได้คะแนน
สำหรับในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ทีมที่ได้อันดับสามในรอบแบ่งกลุ่มที่มีผลงานโดยรวมดีที่สุด 8 ทีมจะได้เข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายไปด้วย โดยไปสมทบกับอีก 24 ทีมที่ได้อันดับ 1-2 ของทั้ง 12 กลุ่ม ทำให้ในรอบแบ่งกลุ่มนี้ มี 16 ทีมที่ต้องตกรอบไป

การแข่งขันฟุตบอลแต่ละนัดมีระยะเวลา 90 นาที แบ่งออกเป็นสองครึ่ง ครึ่งละ 45 นาที โดยผู้เล่นจะมีเวลาพัก 15 นาทีในช่วงพักครึ่ง
End of ได้รับความนิยมสูงสุด
เวลาการแข่งขันจะเดินอยู่ตลอดเวลา ไม่มีการหยุดหากการเตะหยุดชะงัก โดยจะมีการทดเวลาบาดเจ็บเพิ่มอีกราวไม่กี่นาทีในช่วงท้ายของแต่ละครึ่ง เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไปจากการปฐมพยาบาลผู้เล่นที่มีอาการบาดเจ็บ ความล่าช้า และช่วงพักดื่มน้ำที่จำเป็น ซึ่งฟีฟ่าได้นำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนในช่วงการแข่งขันซึ่งตรงกับฤดูร้อน
และตั้งแต่ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป หากยังเสมอในเวลาการแข่งขัน 90 นาที จะมีการต่อเวลาการแข่งขันออกไปอีก 30 นาที และหากยังเสมอกันอีก จะมีการตัดสินผู้ชนะด้วยการยิงจุดโทษทีมละ 5 คน

1. เมืองเจ้าภาพในแต่ละประเทศ
เม็กซิโก: กวาดาลาฮารา, มอนเทอร์เรย์ และเม็กซิโกซิตี
แคนาดา: โทรอนโต และแวนคูเวอร์
สหรัฐอเมริกา: แอตแลนตา, บอสตัน, ดัลลัส, ฮิวสตัน, แคนซัสซิตี, ลอสแอนเจลิส, ไมอามี, นิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์, ฟิลาเดลเฟีย, พื้นที่อ่าวซานฟรานซิสโก และซีแอตเทิล

2. ใครคือทีมเต็งแชมป์
ทีมชาติฝรั่งเศสเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัย และทีมชาติสเปนแชมป์ปี 2010 เป็นสองทีมที่ถูกจับตามองมากที่สุด
ฝรั่งเศสมีขุมกำลังผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม รวมถึง คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ อุสมาน เดมเบเล่ ซึ่งเป็นกำลังหลักให้กับสโมสรของตนในรายการระดับสูงสุดของยุโรป
สเปนจะฝากความหวังไว้กับดาวรุ่งพรสวรรค์อย่าง ลามีน ยามาล วัย 18 ปี เพื่อนำพาทีมคว้าถ้วยรายการใหญ่ใบที่สองในรอบสองปี หลังสเปนได้แชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 หรือ ยูโร 2024 เมื่อสองปีก่อน
สำหรับทีมชาติอังกฤษ หลังจากผิดหวังซ้ำซ้อนในการเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปสองครั้งติดต่อกัน ก็เป็นอีกทีมที่มีลุ้น
และแน่นอนว่าต้องมีทีมเต็งแชมป์ตามธรรมเนียมอย่างบราซิล ซึ่งเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในฟุตบอลโลก โดยเคยคว้าแชมป์มาแล้วถึง 5 สมัย (ปี 1958, 1962, 1970, 1994, 2002)
บราซิลกำลังตามล่าแชมป์โลกสมัยที่ 6 ซึ่งหากทำได้จะเป็นแชมป์ครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา

3. ผู้เล่นที่น่าจับตา
เอ็มบัปเป้และยามาลถูกคาดหวังว่าจะเป็นนักเตะที่น่าจับตามองที่สุดในบอลโลกครั้งนี้ โดยเอ็มบัปเป้กำลังจะลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 ให้กับทีมชาติฝรั่งเศส และเป็นกำลังสำคัญที่พาทัพ "เลส์ เบลอส์" เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ถึงสองครั้งติดต่อกัน ซึ่งเขาคว้าแชมป์มาได้หนึ่งครั้งในปี 2018 และรองแชมป์ในปี 2022
ส่วนยามาลของทีมชาติสเปน เป็นตัวแทนของนักเตะพรสวรรค์รุ่นใหม่ และมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในซูเปอร์สตาร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการฟุตบอลในอนาคตได้

นอกจากนี้ แน่นอนว่าสายตาทุกคู่จะจับจ้องไปที่ ลิโอเนล เมสซี จากอาร์เจนตินา และ คริสเตียโน โรนัลโด จากโปรตุเกส ซึ่งการแข่งขันขับเคี่ยวกันของทั้งคู่ได้ครอบงำวงการฟุตบอลมาตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
เมสซีจะมีอายุครบ 39 ปีในช่วงปลายเดือน มิ.ย. นี้ ส่วนโรนัลโดอายุ 41 ปีแล้ว มีความเป็นไปได้สูงว่านี่จะเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่รายการสุดท้ายก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดของทั้งคู่
นักเตะคนอื่น ๆ ที่น่าจับตามอง ได้แก่ สองเพลย์เมกเกอร์จากบราซิลอย่าง เนย์มาร์ และ วินิซิอุส จูเนียร์, จู๊ด เบลลิงแฮม จากอังกฤษ, คริสเตียน พูลิซิช จากสหรัฐอเมริกา, อัลฟอนโซ เดวีส์ จากแคนาดา, ซน ฮึง-มิน จากเกาหลีใต้, อองตวน เซเมนโย จากกานา และ เออร์ลิง ฮาแลนด์ จากนอร์เวย์ ผู้เล่นซึ่งทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษใน 3 จาก 4 ฤดูกาลหลังสุด

4. ทีมไหนบ้างลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก
การแข่งขันที่ขยายใหญ่ขึ้นเป็น 48 ทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ช่วยให้มีประเทศได้เข้าร่วมมากขึ้น และยังทำให้เราได้เห็นบางชาติที่ไม่เคยปรากฏตัวบนเวทีฟุตบอลโลกมาก่อน
ประเทศคูราเซา ซึ่งมีจำนวนประชากรเพียง 156,000 คน จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการลงเล่นครั้งแรกในฐานะชาติที่เล็กที่สุดที่เคยผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก ทำลายสถิติเดิมที่ไอซ์แลนด์เคยทำไว้ในปี 2018
อีกหนึ่งเกาะเล็ก ๆ ที่จะมาปรากฏตัวในการแข่งขันเป็นครั้งแรกคือ เคปเวิร์ด ซึ่งมีประชากรประมาณ 500,000 คน ทำให้พวกเขาเป็นประเทศที่เล็กที่สุดอันดับ 3 ที่เคยผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
จอร์แดนประสบความสำเร็จในเรื่องฟุตบอลเมื่อไม่นานมานี้ จนถึงขั้นได้ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก โดยหัวหน้าผู้ฝึกสอนของพวกเขาอย่าง จามาล เซลลามี ซึ่งเดิมเป็นชาวโมร็อกโก ได้รับสัญชาติจอร์แดนจากสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะห์ที่ 2 เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณที่นำทีมไปสู่ระดับโลก
ด้านอุซเบกิสถาน ที่แม้จะเป็นทีมหน้าใหม่ทีมสุดท้าย แต่พวกเขาก็มีประสบการณ์อันล้ำค่าในทีมผ่านทางหัวหน้าผู้ฝึกสอน ฟาบิโอ คันนาวาโร ผู้ซึ่งเคยผ่านฟุตบอลโลกมาแล้ว 4 ครั้งในฐานะผู้เล่น และเป็นกัปตันทีมชาติอิตาลีชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2006



5. แมทช์ไหนมีเรื่องราวน่าสนใจ
ฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของกีฬา แต่การเมืองและประวัติศาสตร์เป็นปัจจัยที่จะกำหนดความสำคัญของเกมการแข่งขันบางนัดด้วย
เมื่อฝรั่งเศสและเซเนกัลพบกันในวันที่ 16 มิ.ย. การแข่งขันนี้จะมีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์ยุคอาณานิคมที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองชาติ
โดยในฟุตบอลโลกปี 2002 เซเนกัลเคยสร้างความฮือฮาด้วยการเอาชนะฝรั่งเศสซึ่งเป็นแชมป์เก่าในขณะนั้นมาแล้ว
กานาและอังกฤษ ซึ่งมีความสัมพันธ์ในฐานะอดีตเจ้าอาณานิคมและประเทศภายใต้อาณานิคมจะลงสนามพบกันที่เมืองฟิลาเดลเฟียในวันที่ 23 มิ.ย.

ขณะที่อิหร่านและอียิปต์จะฟาดแข้งกันที่เมืองซีแอตเทิล ในเกมที่ถูกขนานนามในท้องถิ่นว่าแมตช์ "ไพร์ด" (Pride) เพื่อเฉลิมฉลองให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศของเมือง ซึ่งส่งผลให้สมาคมฟุตบอลของทั้งสองประเทศยื่นคัดค้านต่อฟีฟ่าอย่างเป็นทางการ
ทั่วโลกจะจับตามองว่าทั้งสองชาติจะจัดการกับเหตุการณ์นี้อย่างไร เนื่องจากความสัมพันธ์ของเพศเดียวกันถือเป็นความผิดทางอาญาในทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ อิหร่านยังเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์นี้ท่ามกลางภาวะสงครามกับสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วม
แม้ว่าทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่มของอิหร่านจะจัดขึ้นในสหรัฐฯ แต่ทีมได้เลือกเม็กซิโกเป็นสนามซ้อมและจะเดินทางข้ามประเทศมายังสหรัฐฯ เพื่อลงแข่งขันในแต่ละนัด
เฮติกำลังหวนคืนสู่ฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974 และมีโปรแกรมพบกับสกอตแลนด์ ซึ่งได้กลับมาลงแข่งขันรายการนี้อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 28 ปี

ที่มา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่