เปิดโผ 12 หุ้นเด่นรับทรัพย์บอลโลก 2026 ดันกลุ่มสื่อ เครื่องดื่ม ค้าปลีกรับอานิสงส์



KEY POINTS
กลุ่ม ICT: JAS และ MONO ได้ประโยชน์โดยตรงจากการถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด การขายโฆษณา และจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ส่วน ADVANC และ TRUE ได้อานิสงส์จากการใช้ดาต้าที่เพิ่มขึ้นเพื่อรับชมการแข่งขัน

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage): คาดว่าการบริโภคจะคึกคักขึ้นในช่วงบอลโลก หุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CBG, OSP, SAPPE, ICHI และ SNNP

กลุ่มท่องเที่ยว: CENTEL ได้ประโยชน์จากธุรกิจอาหาร โดยเฉพาะ KFC ที่มีแนวโน้มรายได้เติบโตดีในช่วงการแข่งขัน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในบอลโลกครั้งก่อนๆ

กลุ่มค้าปลีก (Commerce): CPALL จะได้รับประโยชน์จากจำนวนลูกค้าที่เข้าร้านและกำลังซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ที่เพิ่มขึ้น

กลุ่มสื่อ (Media): PLANB คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มสินค้า FMCG ที่ต้องการกระตุ้นยอดขายในช่วงการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก 2026 กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยบวกที่นักลงทุนจับตา หลัง JAS คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เปิดทางให้เม็ดเงินโฆษณา การใช้ดาต้า การบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคมีแนวโน้มคึกคักมากขึ้นตลอดช่วงการแข่งขัน

นักวิเคราะห์ บล.ดาโอ เปิดเผยว่า JAS ประกาศคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้ได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวระดับสูงว่า หากการเจรจาบรรลุข้อตกลง สมาชิก MONOMAX ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันจะสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ได้ทันทีผ่านแพ็กเกจเดิม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และล่าสุดข้อมูลดังกล่าวก็มีแนวโน้มเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกัน ผู้สมัครสมาชิกใหม่ก็จะสามารถรับชมการแข่งขันได้ภายใต้แพ็กเกจปกติเช่นเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจพิเศษสำหรับฟุตบอลโลกเพิ่มเติม 

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า JAS เตรียมแบ่งสิทธิ์ถ่ายทอดสดบางส่วนให้กับฟรีทีวี เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนบอลชาวไทยเข้าถึงการแข่งขันได้อย่างทั่วถึง โดยคาดว่าจะครอบคลุมราว 50% ของจำนวนแมตช์ทั้งหมด รวมถึงเกมนัดเปิดสนามและนัดชิงชนะเลิศด้วย สำหรับฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มี 48 ชาติเข้าร่วมแข่งขัน และมีโปรแกรมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 104 นัด 

ทั้งนี้รายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับช่องทางการรับชม โปรแกรมถ่ายทอดสด และการแบ่งสิทธิ์ให้สถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ คาดว่าจะมีการประกาศเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ 
 
อย่างไรก็ดี มีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นข้างต้น โดยเราคาดว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือ CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท) OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท) CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท) 

ขณะที่เราได้ list หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมากไปน้อย ดังนี้ 

กลุ่ม ICT: 
JAS (NR), MONO (NR) มีโอกาสแบ่ง sub-license ให้ช่องทีวีดิจิทัลหรือพันธมิตรอื่นบางแมตซ์ นอกเหนือจากนี้ JAS ยังสามารถขายโฆษณาระหว่างการแข่งขัน และ sponsorship ต่างๆด้วย สำหรับ MONO ได้ประโยชน์จาก subscribers ที่จะเพิ่มขึ้น 

ADVANC (NR), TRUE (NR) ช่วงแข่งขันมีการรับชมผ่านมือถือและสตรีมมิงมากขึ้น โดยเฉพาะแมตช์ที่เตะช่วงดึกถึงเช้า ทำให้ปริมาณการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้น 

กลุ่ม Food & Beverage: ได้รับประโยชน์จากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น  
โดยหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ CBG (ถือ/เป้า 40.00 บาท) OSP (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท) SAPPE (ถือ/เป้า 30.00 บาท) ICHI (NR) SNNP (ถือ/เป้า 6.20 บาท) 

กลุ่มท่องเที่ยว: CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) ได้ประโยชน์จากธุรกิจอาหารที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี โดยเฉพาะ KFC (สัดส่วนรายได้ 44% ของธุรกิจอาหาร) อ้างอิงจาก 2Q18 และ 4Q22 ที่มีบอลโลกส่งผลให้รายได้ธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นได้ดี +10% YoY และ +17% YoY ตามลำดับ 

กลุ่ม Commerce: CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท) ได้ประโยชน์จาก traffic และกำลังซื้อกลุ่ม FMCG ในช่วงบอลโลก  

กลุ่ม Media: PLANB (ซื้อ/เป้า 5.50 บาท) ได้ประโยชน์จากเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่ม FMCG ที่คาดว่าจะใช้เม็ดเงินโฆษณาเพิ่มในช่วงบอลโลก เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ 


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่