หากมีหนังสือที่ควรค่าแก่การกลับมาอ่านซ้ำ “เมียซามูไร” ที่แปลและเรียบเรียงโดย ยศ สันตสมบัติ เป็นหนึ่งในนั้นครับ
ครั้งล่าสุดที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน แต่เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งในวันนี้ ด้วยประสบการณ์และชั่วโมงบินในการอ่านที่มากขึ้น ผมกลับต้องสะดุดกับเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษครับ นั้นคือเรื่อง “เช็กสเปียร์ในพงไพร”
เรื่องนี้ดัดแปลงจากงานคลาสสิกของนักมานุษยวิทยา Laura Bohannan เธอเชื่อว่าบทละคร Hamlet ของ William Shakespeare สะท้อน “ธรรมชาติของมนุษย์” เธอคิดว่าแก่นของเรื่อง เช่น ความรัก ความตาย ความแค้น หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน
แต่เมื่อเธอนำเรื่อง Hamlet ไปเล่าให้ชาวเผ่าทิฟ (Tiv) ในแอฟริกาฟัง สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามครับ…
ชาวทิฟไม่ได้เข้าใจเรื่องราวแบบที่ชาวตะวันตกเข้าใจเลย
และตีความเรื่องไปอีกแบบหนึ่ง
ในช่วงต้นของเรื่อง ผู้เล่าเชื่อว่าตนเองเข้าใจ Hamlet อย่างถูกต้อง ลึกซึ้ง แต่เมื่อการสนทนาดำเนินไป ความมั่นใจนั้นกลับถูกสั่นคลอนทีละน้อย
ผมว่านี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้
มันทำให้เราได้ตระหนักว่า มนุษย์ไม่ได้ตีความโลกผ่านข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่ตีความผ่านวัฒนธรรม ความเชื่อ และประสบการณ์ที่หล่อหลอมตนเอง
สิ่งที่เราคิดว่า “สมเหตุสมผล” อาจดูแปลกประหลาดในสายตาของอีกสังคมหนึ่ง
และสิ่งที่เราคิดว่า “เป็นธรรมชาติ” อาจเป็นเพียงสิ่งที่เราถูกสอนให้เชื่อมาตลอด
ชาวทิฟ ไม่ได้เข้าใจ Hamlet ผิดนะครับ
พวกเขาเพียงเข้าใจมันผ่านกรอบวัฒนธรรมของตนเอง
เช่น ในมุมมองตะวันตก แฮมเล็ตคือบุตรผู้ซื่อสัตย์ที่พยายามค้นหาความจริง และทวงคืนความยุติธรรม
แต่ในสายตาของชาวทิฟ เขากลับเป็นคนหนุ่มที่ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ ลังเล ตัดสินใจช้า และสร้างปัญหาให้ตนเอง
เพราะในวัฒนธรรมของชาวทิฟ การเคารพผู้อาวุโสและรักษาระเบียบทางสังคมคือคุณธรรมสูงสุด
ผมว่านี่แหละคือเสน่ห์ของ “เช็กสเปียร์ในพงไพร” มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่าตัวเราเองอาจไม่ได้เข้าใจโลกทั้งหมดอย่างที่เคยคิด
แม้จะเป็นเรื่องสั้นเพียงไม่กี่หน้า ไม่มีพล็อตซับซ้อน ไม่มีฉากดราม่าเข้มข้น มีเพียงการสนทนาระหว่างคนต่างวัฒนธรรม
แต่การสนทนานั้นกลับทำให้ผู้อ่านอย่างเราต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามกับวิธีคิดของตนเองอีกครั้ง…
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึง Hamlet เท่านั้น
แต่มันกำลังพูดถึงมนุษย์ทุกคน
พูดถึงข้อจำกัดของการมองโลกผ่านสายตาของตนเอง
และเตือนให้เรารู้ว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคนอื่นคิดผิด เพียงเพราะเขาไม่ได้มองโลกแบบเดียวกับเรา ประเด็นนี้สำคัญมากนะครับ
เราทุกคนต่างอาศัยอยู่ใน “พงไพร” แห่งวัฒนธรรม ความเชื่อ และประสบการณ์ของตัวเอง
และบางทีปัญญาที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การเชื่อว่าตนเองถูกเสมอ
แต่คือการยอมรับว่า คนอื่นอาจมองเห็นความจริงบางด้านที่เราเองยังไม่เคยมองเห็นก็เป็นได้ครับ
วัลลอฮุอะอ์ลัม… ขอบคุณที่อ่านจบนะครับ 555
-ริฎวาน ศอลิห์วงศ์สกุล-
หมายเหตุ: ดร.ริฎวานมาป้ายยา และแนะนำหนังสือดีอีกเล่ม
รีวิวหนังสือเรื่อง เช็กสเปียร์ในพงไพร์ ของ Laura Bohannan แปลและเรียบเรียง โดย ยศ สันตสมบัติ
ครั้งล่าสุดที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ตอนนั้นอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน แต่เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งในวันนี้ ด้วยประสบการณ์และชั่วโมงบินในการอ่านที่มากขึ้น ผมกลับต้องสะดุดกับเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษครับ นั้นคือเรื่อง “เช็กสเปียร์ในพงไพร”
เรื่องนี้ดัดแปลงจากงานคลาสสิกของนักมานุษยวิทยา Laura Bohannan เธอเชื่อว่าบทละคร Hamlet ของ William Shakespeare สะท้อน “ธรรมชาติของมนุษย์” เธอคิดว่าแก่นของเรื่อง เช่น ความรัก ความตาย ความแค้น หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน
แต่เมื่อเธอนำเรื่อง Hamlet ไปเล่าให้ชาวเผ่าทิฟ (Tiv) ในแอฟริกาฟัง สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้ามครับ…
ชาวทิฟไม่ได้เข้าใจเรื่องราวแบบที่ชาวตะวันตกเข้าใจเลย
และตีความเรื่องไปอีกแบบหนึ่ง
ในช่วงต้นของเรื่อง ผู้เล่าเชื่อว่าตนเองเข้าใจ Hamlet อย่างถูกต้อง ลึกซึ้ง แต่เมื่อการสนทนาดำเนินไป ความมั่นใจนั้นกลับถูกสั่นคลอนทีละน้อย
ผมว่านี่คือบทเรียนที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้
มันทำให้เราได้ตระหนักว่า มนุษย์ไม่ได้ตีความโลกผ่านข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่ตีความผ่านวัฒนธรรม ความเชื่อ และประสบการณ์ที่หล่อหลอมตนเอง
สิ่งที่เราคิดว่า “สมเหตุสมผล” อาจดูแปลกประหลาดในสายตาของอีกสังคมหนึ่ง
และสิ่งที่เราคิดว่า “เป็นธรรมชาติ” อาจเป็นเพียงสิ่งที่เราถูกสอนให้เชื่อมาตลอด
ชาวทิฟ ไม่ได้เข้าใจ Hamlet ผิดนะครับ
พวกเขาเพียงเข้าใจมันผ่านกรอบวัฒนธรรมของตนเอง
เช่น ในมุมมองตะวันตก แฮมเล็ตคือบุตรผู้ซื่อสัตย์ที่พยายามค้นหาความจริง และทวงคืนความยุติธรรม
แต่ในสายตาของชาวทิฟ เขากลับเป็นคนหนุ่มที่ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ ลังเล ตัดสินใจช้า และสร้างปัญหาให้ตนเอง
เพราะในวัฒนธรรมของชาวทิฟ การเคารพผู้อาวุโสและรักษาระเบียบทางสังคมคือคุณธรรมสูงสุด
ผมว่านี่แหละคือเสน่ห์ของ “เช็กสเปียร์ในพงไพร” มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่าตัวเราเองอาจไม่ได้เข้าใจโลกทั้งหมดอย่างที่เคยคิด
แม้จะเป็นเรื่องสั้นเพียงไม่กี่หน้า ไม่มีพล็อตซับซ้อน ไม่มีฉากดราม่าเข้มข้น มีเพียงการสนทนาระหว่างคนต่างวัฒนธรรม
แต่การสนทนานั้นกลับทำให้ผู้อ่านอย่างเราต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามกับวิธีคิดของตนเองอีกครั้ง…
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้พูดถึง Hamlet เท่านั้น
แต่มันกำลังพูดถึงมนุษย์ทุกคน
พูดถึงข้อจำกัดของการมองโลกผ่านสายตาของตนเอง
และเตือนให้เรารู้ว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าคนอื่นคิดผิด เพียงเพราะเขาไม่ได้มองโลกแบบเดียวกับเรา ประเด็นนี้สำคัญมากนะครับ
เราทุกคนต่างอาศัยอยู่ใน “พงไพร” แห่งวัฒนธรรม ความเชื่อ และประสบการณ์ของตัวเอง
และบางทีปัญญาที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่การเชื่อว่าตนเองถูกเสมอ
แต่คือการยอมรับว่า คนอื่นอาจมองเห็นความจริงบางด้านที่เราเองยังไม่เคยมองเห็นก็เป็นได้ครับ
วัลลอฮุอะอ์ลัม… ขอบคุณที่อ่านจบนะครับ 555
-ริฎวาน ศอลิห์วงศ์สกุล-
หมายเหตุ: ดร.ริฎวานมาป้ายยา และแนะนำหนังสือดีอีกเล่ม