พับแผนการ. .(เกมการเงินเดอะซีรีส์ EP.6)

จาก EP.1
https://m.pantip.com/topic/44118741?sc=ehJO3Vs
EP.2
https://m.pantip.com/topic/44118767?sc=o8XowKg
EP.3
https://m.pantip.com/topic/44118793?sc=gUN7MrQ
EP.4
https://m.pantip.com/topic/44119265?sc=tWMb0dN
และ EP.5
https://m.pantip.com/topic/44120579?sc=ZOCell1


เมื่อผมเห็นมหาสงคราม ที่คาดว่าจะไม่มีวันจบด้วยตาตัวเองแล้ว มันทำให้ผมตระหนักดีว่า
กลุ่มกองโจรของผมที่วางแผนจะช่วงชิงทรัพยากร(เทรด)นั้นเล็กแค่ไหน เมื่อเทียบกับเหล่ากองกำลังบนทุ่งสังหารแห่งนี้
แผนกองโจรที่เตรียมมาจึงถูกพับเก็บ และ เปลี่ยนแผนการ จาการปล้นสะดม เป็น สั่งสมเสบียงแทนทันที เพราะผมรู้ดีว่าด้วยกองกำลังขนาดหยิบมือไม่อาจชนะสงครามที่ยืดเยื้อ และ กอบโกยทรัพยากรมหาศาลติดต่อกันได้นับสิบๆครั้ง(ไม่มีทางทำกำไร10เด้งติดต่อ กัน10ครั้งแน่ๆ)
ถึงต่อให้ทำได้ 2-3 ครั้งติด ด้วยจำนวนกองกำลังของผม ก็ขนทรัพยากรกลับมาได้เพียงหยิบมือเหมือนเดิม
ผมจึงมุ่งเลือกไปที่ "เหล่านักรบกองเสบียง" แทน

ในความแตกต่างกันของแต่ละกลุ่มพันธมิตร
จะมีสิ่งที่เหมือนๆกันคือ พวกเขาจะมีกลุ่มย่อยๆ(แยกเป็นแต่ละ อุตสาหกรรม) นี่คือ เงื่อนไขที่ 3 ที่ผมต้องตัดสินใจ ผมมุ่งหากลุ่มพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และ ความเปราะบางน้อยที่สุด
ท่ามกลางสถานการณ์ที่เจ้า "Covid-19" ก็ยังปั่นป่วนอยู่

ผมมองเห็นเหล่ากองทหารแพทย์ระดมสรรพกำลังกันเข้า ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสงคราม
ทรัพยากรพื้นฐานทางการแพทย์(หุ้นสินค้าทางการแพทย์)จากกองเสบียงถูกส่งออกไปแนวรบ และ ตามหัวเมืองอย่างไม่หยุดหย่อน(หุ้นโลจิสติก)
ผมจึงเล็งเห็นกองกำลังเหล่านั้นโดยแทบไม่ต้องมองหาเลย และ ดันเจี้ยนประจำของผมตั้งแต่ดันแรกจนถึงดันปัจจุบัน เป็นการฟาร์มแบบรบหลังแนวปราการ(สิ่งปลูกสร้าง) พัฒนาพื้นที่สนามรบ(พัฒนาที่ดิน)
ผมจึงชินกับการรบแบบนี้(หุ้นอังหาฯ)มากกว่าแบบอื่นๆ

แต่ผมก็ต้องทบทวนวิธีคิด(mindset)ใหม่ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังการเอนเอียงจนเกินเหตุ(biasในการลงทุน)ของตัวเองด้วยเหมือนกัน

"เพราะผมเข้าใจดีว่าความประมาทที่สุดเกิดจากความชินต่อสภาพใดสภาพหนึ่งนี่แหละ"

ขณะคัดรายชื่อกลุ่มพันธมิตรอยู่นั้น
ผมสังเกตุเห็นตราสัญลักษณ์ของหลายกลุ่ม ปะปนกันอยู่ในกองกำลัง ผมจึงค้นพบว่าบางครั้งกลุ่มพันธมิตรหนึ่งก็ส่งกองกำลังเข้าไปช่วยอีกกลุ่มพันธมิตรหนึ่งเหมือนกัน(บริษัทหนึ่งถือ หุ้นอีกบริษัทหนึ่ง)
เมื่อการสู้รบของทัพใดทัพหนึ่งเสียเปรียบ ก็อาจกระทบไปยังกองกำลังหลักของกลุ่มพันธมิตรที่เข้าไปช่วยด้วยได้เหมือนกัน(ตรงนี้ต้องระมัดระวัง)
ผมจึงคัดเลือกกลุ่มที่ไม่เกี่ยวโยงกันมากนัก แต่ในโครงข่ายที่เกี่ยวโยงนั้นผมเห็นความเกี่ยวโยงกัน ในอีกรูปแบบนึง
ที่ไม่ใช่การเข้าร่วมรบ แต่เป็นการให้หยิบยืม เช่าซื้อ จำนำ จำนอง ยุทโธปกรณ์(หุ้นกลุ่มการเงิน และ ธนาคาร)ผมมองว่ากลุ่มนี้แทบไม่มีวันล้มแน่ๆ
เมื่อเลือกหน่วยย่อยได้แล้ว ก็ถึงเวลาเจาะดีเทลของแต่ละหน่วย นับเป็นเงื่อนไขที่ 4 ผมต้องดูว่าหน่วยนั้นๆ

-มีหน้าที่ทำอะไรในกองทัพ(ธุรกิจอะไร)

ประวัติการรบ และ ข้อมูลต่างๆ
- การใช้ทรัพยากรที่ผ่านมา(งบการเงินFundamental data)

- เกณฑ์การรับเข้าของพวกเค้าสมเหตุผลไหม(อัตราส่วนทางการเงินFinancial Ratios)

- ประวัติการแบ่งสัดส่วน(ประวัติการจ่ายปันผล)
สม่ำเสมอ สมเหตุผลหรือเปล่า

- แม่ทัพที่จัดการกองกำลัง(ผู้บริหาร)มีธรรมาภิบาลแค่ไหน
และ

- มีแนวโน้มมี่จะถูกกองทัพอื่นๆกลืนกิน(Disruption)
หรือเปล่า

ผมรู้ดีว่านักวางแผนการรบที่ดี ควรปราศจากความรู้สึกส่วนตัว แต่เมื่อสายตาผมไปเจอกับกลุ่มพัฒนาพื้นที่แนวรบ
ผมกลับรู้สึกราวกับได้พบเพื่อนเก่าในสมรภูมิที่คุ้นเคย
ต่าง กันแค่ที่สเกลใหญ่ขึ้นเท่านั้น
ผมถามตัวเองอีกครั้ง ว่าผมกำลังเอนเอียง(bias)เพราะความรู้สึกหรือเปล่า? แต่เมื่อกวาดสายตาผ่านแนวปราการ แกร่งที่ฟันฝ่าสมรภูมินับครั้งไม่ถ้วน ผมจึงมั่นใจ(biasว่าไม่ได้bias)ว่าความคุ้นเคยนี่แหละจะเป็นชัยชนะที่แม่นยำที่สุด

เมื่อคิดแบบนั้นผมส่งกองกำลังส่วนนึง(ประมาณ10% ไม่ว่าเงินต้นจะเท่าไหร่ผมใช้กฏ10% เข้าซื้อเพื่อติดตามสถาน การทุกครั้ง)เข้าไปร่วมรบกับพวกเขาทันที
หลังจากนั้นสงครามจริงของผม...จึงเริ่มขึ้น!!!!

ฝากติดตามเป็นกำลังใจตอนต่อๆไปของเกมการเงินเดอะซีรีส์ด้วยนะครับ
พี่ๆท่านใดมีคำแนะ ติ ชม หรือ ประสบการณ์อยากบอกต่อ ประสบการณ์ สามารถแนะนำเพื่อนๆใต้คอมเมนท์ได้เลยครับ
ขอบคุณคร้าบบบบ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่