ถ้าพูดถึงอาหารญี่ปุ่นที่ชื่นชอบ หลายคนต้องนึกถึง กุ้งเทมปุระ ครับ
อันที่จริงแล้ว เทมปุระ ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่น แต่ได้รับวัฒนธรรมจาก ชาวโปรตุเกส
กุ้งเทมปุระ จะใช้แป้งชุบที่ไร้รสชาติเด่น เพื่อ
ให้ลิ้มรสความอร่อยสดของกุ้ง หรือ ผักที่ชุบทอด
บางครั้ง ไม่ต้องจิ้มอะไรเลย บางทีน้ำจิ้มเทนซึยุ บางทีก็จิ้มเกลือ งา ถ้าเป็นเทนด้ง ซอสทาเระ เข้มข้น
ร้านหรูหราในปัจจุบัน พัฒนาใช้
น้ำมันงา แท้ 100% เสริฟในราคาภัตตาคาร 5 ดาว
ส่วนร้านทั่วไปนำน้ำมันงามือสองมาทอดผสมน้ำมันพืช สนนราคาไม่แพง
ที่มาของชื่อ คำว่า
"Tempura" คาดว่ามาจากภาษาโปรตุเกส คำว่า
"Temporas" 
ซึ่งหมายถึง ช่วงเวลาที่ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ตามหลักศาสนาคริสต์ (Lent)
ชาวโปรตุเกสจึงเปลี่ยนมารับประทาน ผักและอาหารทะเลชุบแป้งทอดแทน

ภาพจาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://guide.michelin.com/th/th/article/features/the-history-of-tempura
ยุคสงครามกลางเมืองญี่ปุ่น ยุคเซ็งโงกุ
ยุคเซ็งโงกุ หรือยุคสงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1467–1573) ตรงกับ สมัยอยุธยาตอนต้น
ในศตวรรษที่ 16 หรือตรงกับยุคมุโรมาจิ กลุ่มมิชชันนารีแคทอลิกชาวโปรตุเกสที่เดินทางไปเยือน
ประเทศญี่ปุ่นได้นำวิธีการทำอาหารแบบตะวันตกเข้ามา
นั่นคือ การนำอาหารไปชุบแป้งทอด ประวัติศาสตร์ของ
เทมปุระในญี่ปุ่นจึงเริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา ญี่ปุ่นมีการติดต่อซื้อขายอาวุธปืน ดินปืนผ่านทาง นางาซากิ
และที่น่าสนใจคือการเผยแพร่เทคนิคดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการมาถึงของเครื่องดื่มที่เรียกว่า “ไวน์”
อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ทางการค้าของญี่ปุ่นกับประเทศมหาอำนาจทางตะวันตกในสมัยนั้น
รวมถึงอาณานิคมในเอเชีย (เรียกรวมกันว่า "นัมบัง")

ชิคเก้นนัมบัง ซอสทาร์ทาร์
南蛮料理 (Nanban-ryori) คือ อาหารญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก
(ส่วนใหญ่มาจากชาวสเปนและโปรตุเกส) ที่เข้ามาในญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16
(ยุคอาซูจิ-โมโมยามะ) โดยนำวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงของชาวต่างชาติมาปรับรสชาติให้เข้ากับคนญี่ปุ่น
รายละเอียดประวัติศาสตร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ญี่ปุ่นยุคมุโรมาจิ (ค.ศ. 1336–1573) ตรงกับสมัยเดียวกับช่วงกลางอารยธรรมเอเชียตะวันออก
และยุคกลางของประวัติศาสตร์ไทย เช่น สมัยอยุธยาตอนต้น โดยเหตุการณ์สำคัญในยุคอิคคิวซังนี้
เกิดขึ้นร่วมสมัยกับรัชสมัยของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง)
จนถึงช่วงสมเด็จพระมหาจักรพรรดิแห่งอาณาจักรอยุธยา
ช่วงเวลาของยุคมุโรมาจิ มักถูกแบ่งซอยย่อยออกเป็นยุคสมัยต่างๆ ในญี่ปุ่น
สมัยราชสำนักเหนือ-ใต้ (ค.ศ. 1336–1392): ยุคที่ญี่ปุ่นเกิดความแตกแยกทางการเมือง มีจักรพรรดิปกครองพร้อมกันสองฝ่าย
ช่วงหนังการ์ตูน อิคคิวซัง
ยุคเซ็งโงกุ หรือยุคสงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1467–1573) ช่วงเวลาที่ขุนศึกและไดเมียวทำศึกแย่งชิงอำนาจกันทั่วประเทศ
ช่วงนี้ที่ได้ติดต่อซื้อขายอาวุธจากโปรตุเกส
เทมปุระสไตล์นางาซากิ
เทมปุระสไตล์นางาซากิได้รับอิทธิพลมาจากอาหารนัมบัง และถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ 16
ซึ่งตรงกับยุคอาซูจิ – โมโมยามะ วิธีการทำคือ นำอาหารไปคลุกกับแป้งหนาที่เคล้ากับน้ำตาลและสาเก
จากนั้นจึงนำไปทอดในน้ำมันหมู เนื่องจากแป้งถูกปรุงรสอยู่แล้ว เทมปุระจึงพร้อมรับประทานโดยไม่จำเป็นต้องจิ้มอะไรเลย
เทมปุระประเภทนี้คล้ายคลึงกับอาหารชุบแป้งทอดในแบบตะวันตก กล่าวกันว่าเทมปุระญี่ปุ่นมีจุดเริ่มต้นมาจากเทมปุระนางาซากินี่เอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เทมปุระสไตล์นางาซากิ คือ รากเหง้าดั้งเดิมของเมนูเทมปุระในญี่ปุ่น
มีต้นกำเนิดมาจากอิทธิพลของอาหารนัมบังที่มิชชันนารีชาวโปรตุเกสได้นำเข้ามาในช่วงศตวรรษที่ 16
แตกต่างจากเทมปุระญี่ปุ่นทั่วไปในปัจจุบันอย่างชัดเจน
แป้งชุบทอด มีลักษณะเนื้อแป้งหนาและนุ่ม ต่างจากแป้งเทมปุระในปัจจุบันที่บางและกรอบฟู
รสชาติในตัว แป้งผสมน้ำตาลและสาเก ทำให้มีรสชาติหวานและกลมกล่อมในตัวเอง
น้ำมันที่ใช้ทอด นิยมทอดใน "น้ำมันหมู" ซึ่งให้รสสัมผัสและกลิ่นอายแบบอาหารตะวันตก (Fritter)
วิธีการรับประทาน เนื่องจากแป้งได้รับการปรุงรสมาแล้ว จึงสามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องจิ้มน้ำซุปหรือซอส
การทำอาหารสไตล์คามิกาตะ
ในศตวรรษที่ 17 กระแสวัฒนธรรม รวมถึงการทำอาหารแพร่กระจายจากตะวันตกไปยังตะวันออก จนถึงเกียวโตและโอซาก้า
เทมปุระที่คลุกเคล้าด้วยแป้งและนำไปทอดเรียกว่า 'สึเคะอาเกะ' เนื่องจากเกียวโตอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผักนานาชนิด
น้ำมันงาและน้ำมันจากพืชชนิดอื่น ๆ
จึงถูกนำมาใช้ในการทอด อีกทั้งภูมิภาคนี้ยังเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับศาสนาพุทธ ซึ่งงดเว้นการกินเนื้อสัตว์
เทมปุระของที่นี่จึงมีแค่ผักเพียงอย่างเดียว การกินเจในศาสนาพุทธเรียกว่าโชจิน ดังนั้นเทมปุระผักจึงถูกเรียกว่า
'โชจินเทมปุระ' อย่างไรก็ตาม ทางตะวันตกของญี่ปุ่น คามาโบโกะแบบไม่ชุบแป้งนั้นจัดว่าเป็นเทมปุระเช่นเดียวกัน
ที่มา https://guide.michelin.com/th/th/article/features/the-history-of-tempura
พัฒนาการของเทมปุระในเอโดะ
เทมปุระได้ถูกเผยแพร่มาจนถึงเมืองเอโดะ (
ปัจจุบันคือกรุงโตเกียว) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18
นอกจากโซบะและอุนางิซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมในเวลานั้น พ่อค้าแม่ค้าริมถนนก็เริ่มหันมานำเสนอเทมปุระ
ในฐานะอาหารยอดนิยมอันดับสามเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้จากการทอดเทมปุระ
ก็แค่ ..
สตรีทฟู้ดยุคเอโดะ ขายข้างถนน
เพราะ เคยมีไฟไหม้ในร้านอาหารเทมปุระ จึงต้องออกมาเปิดแผงขายตามตลาด
อาหารประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับแผงลอยกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ส่วนผสมหลักของเทมปุระเอโดะมักเป็นอาหารทะเล
เนื่องจากหาได้ง่าย น้ำมันที่ใช้ก็เป็นน้ำมันงาเพื่อช่วยขจัดกลิ่นคาว นอกจากนี้เอโดะยังพลิกโฉมการทำเทมปุระไปจากเดิม
โดยการเติมน้ำลงในแป้งและใช้ไม้เสียบเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มือเปื้อน รวมถึง เสิร์ฟพร้อมกับ
ไชเท้าขูดปั้นเป็นก้อน มีขิงบดด้วย
เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่นและอร่อยเหาะ
ทำไมเทมปุระ จึงได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น
อันนี้น่าสนใจมาก เพราะ ถูกจริตชาวญี่ปุ่น ที่มักนำอาหารทะเลมาปรุงอาหารทาน
ตัวเทมปุระ จะกรอบนอก และ เนื้อในชุ่มฉ่ำ คงรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบได้ดี
ไม่ว่าจะฤดูอะไร ก็นำวัตถุดิบ ช่วงนั้นมาทำได้หมด ผ่านการทอดร้อนๆ ปลอดภัยไร้เชื้อโรค
วางบนข้าวสวยร้อนๆ ราดซอสทาเระ ก็กินสะดวก อร่อยง่ายๆ กินกับโซบะก็ยิ่งอร่อยเลย
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ


เทมปุระ อาหารดังญี่ปุ่น .. ที่มาพร้อมสงครามกลางเมือง
อันที่จริงแล้ว เทมปุระ ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่น แต่ได้รับวัฒนธรรมจาก ชาวโปรตุเกส
กุ้งเทมปุระ จะใช้แป้งชุบที่ไร้รสชาติเด่น เพื่อ ให้ลิ้มรสความอร่อยสดของกุ้ง หรือ ผักที่ชุบทอด
บางครั้ง ไม่ต้องจิ้มอะไรเลย บางทีน้ำจิ้มเทนซึยุ บางทีก็จิ้มเกลือ งา ถ้าเป็นเทนด้ง ซอสทาเระ เข้มข้น
ร้านหรูหราในปัจจุบัน พัฒนาใช้น้ำมันงา แท้ 100% เสริฟในราคาภัตตาคาร 5 ดาว
ส่วนร้านทั่วไปนำน้ำมันงามือสองมาทอดผสมน้ำมันพืช สนนราคาไม่แพง
ที่มาของชื่อ คำว่า "Tempura" คาดว่ามาจากภาษาโปรตุเกส คำว่า "Temporas"
ซึ่งหมายถึง ช่วงเวลาที่ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์ตามหลักศาสนาคริสต์ (Lent)
ชาวโปรตุเกสจึงเปลี่ยนมารับประทาน ผักและอาหารทะเลชุบแป้งทอดแทน
ภาพจาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ยุคเซ็งโงกุ หรือยุคสงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1467–1573) ตรงกับ สมัยอยุธยาตอนต้น
ในศตวรรษที่ 16 หรือตรงกับยุคมุโรมาจิ กลุ่มมิชชันนารีแคทอลิกชาวโปรตุเกสที่เดินทางไปเยือน
ประเทศญี่ปุ่นได้นำวิธีการทำอาหารแบบตะวันตกเข้ามา
นั่นคือ การนำอาหารไปชุบแป้งทอด ประวัติศาสตร์ของ
เทมปุระในญี่ปุ่นจึงเริ่มต้นขึ้นนับแต่นั้นเป็นต้นมา ญี่ปุ่นมีการติดต่อซื้อขายอาวุธปืน ดินปืนผ่านทาง นางาซากิ
และที่น่าสนใจคือการเผยแพร่เทคนิคดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการมาถึงของเครื่องดื่มที่เรียกว่า “ไวน์”
อันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ทางการค้าของญี่ปุ่นกับประเทศมหาอำนาจทางตะวันตกในสมัยนั้น
รวมถึงอาณานิคมในเอเชีย (เรียกรวมกันว่า "นัมบัง")
ชิคเก้นนัมบัง ซอสทาร์ทาร์
南蛮料理 (Nanban-ryori) คือ อาหารญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตะวันตก
(ส่วนใหญ่มาจากชาวสเปนและโปรตุเกส) ที่เข้ามาในญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16
(ยุคอาซูจิ-โมโมยามะ) โดยนำวัตถุดิบและเทคนิคการปรุงของชาวต่างชาติมาปรับรสชาติให้เข้ากับคนญี่ปุ่น
รายละเอียดประวัติศาสตร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เทมปุระสไตล์นางาซากิได้รับอิทธิพลมาจากอาหารนัมบัง และถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ 16
ซึ่งตรงกับยุคอาซูจิ – โมโมยามะ วิธีการทำคือ นำอาหารไปคลุกกับแป้งหนาที่เคล้ากับน้ำตาลและสาเก
จากนั้นจึงนำไปทอดในน้ำมันหมู เนื่องจากแป้งถูกปรุงรสอยู่แล้ว เทมปุระจึงพร้อมรับประทานโดยไม่จำเป็นต้องจิ้มอะไรเลย
เทมปุระประเภทนี้คล้ายคลึงกับอาหารชุบแป้งทอดในแบบตะวันตก กล่าวกันว่าเทมปุระญี่ปุ่นมีจุดเริ่มต้นมาจากเทมปุระนางาซากินี่เอง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เทมปุระได้ถูกเผยแพร่มาจนถึงเมืองเอโดะ (ปัจจุบันคือกรุงโตเกียว) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18
นอกจากโซบะและอุนางิซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมในเวลานั้น พ่อค้าแม่ค้าริมถนนก็เริ่มหันมานำเสนอเทมปุระ
ในฐานะอาหารยอดนิยมอันดับสามเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้จากการทอดเทมปุระ
ก็แค่ .. สตรีทฟู้ดยุคเอโดะ ขายข้างถนน
เพราะ เคยมีไฟไหม้ในร้านอาหารเทมปุระ จึงต้องออกมาเปิดแผงขายตามตลาด
อาหารประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับแผงลอยกลางแจ้งเป็นอย่างยิ่ง ส่วนผสมหลักของเทมปุระเอโดะมักเป็นอาหารทะเล
เนื่องจากหาได้ง่าย น้ำมันที่ใช้ก็เป็นน้ำมันงาเพื่อช่วยขจัดกลิ่นคาว นอกจากนี้เอโดะยังพลิกโฉมการทำเทมปุระไปจากเดิม
โดยการเติมน้ำลงในแป้งและใช้ไม้เสียบเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มือเปื้อน รวมถึง เสิร์ฟพร้อมกับไชเท้าขูดปั้นเป็นก้อน มีขิงบดด้วย
เพื่อเพิ่มรสชาติที่สดชื่นและอร่อยเหาะ
อันนี้น่าสนใจมาก เพราะ ถูกจริตชาวญี่ปุ่น ที่มักนำอาหารทะเลมาปรุงอาหารทาน
ตัวเทมปุระ จะกรอบนอก และ เนื้อในชุ่มฉ่ำ คงรสชาติธรรมชาติของวัตถุดิบได้ดี
ไม่ว่าจะฤดูอะไร ก็นำวัตถุดิบ ช่วงนั้นมาทำได้หมด ผ่านการทอดร้อนๆ ปลอดภัยไร้เชื้อโรค
วางบนข้าวสวยร้อนๆ ราดซอสทาเระ ก็กินสะดวก อร่อยง่ายๆ กินกับโซบะก็ยิ่งอร่อยเลย
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมครับ