สวัสดีครับ ผมสิงในเวปนี้มานานล่ะ วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเลย Login ชื่อเข้ามาพิมพ์
ผมคุยกับผู้หญิงคนนึงซึ่งเจอกันในแอพหาคู่สีเขียว(ไม่ใช่ไลน) ก็คุยกันถูกคอระดับนึงก็เลยขอไลน์ไปคุยต่อครับ ก็คุยกันในไลน์ช่วงแรก เธอเหมือนจะสนใจผมทุกอย่าง แชทคุยกันเกือบทุกเรื่อง ผมก็จะเป็นคนทักไปหาเธอก่อนประจำ ทักมอนิ่งตอนเช้า คอยแชทบอกว่าถึงที่ทำงานแล้ว ตอนเที่ยงก็ถ่ายรูปอาหารส่งให้เธอ ซึ่งเธอก็มีส่งรูปอาหารกลับมา ก็แชทกันปกติ พอคุยไปได้สักอาทิตย์เธอบอกว่า ก็ชอบผมนะ แต่อยากคุยดูนานๆหน่อย เพราะเพิ่งเลิกกับแฟนมา 6 เดือน เค้าก็เล่าให้ฟังว่าที่เลิกกันเพราะแฟนบอกจะแต่งมีลูกด้วยกัน แต่จู่ๆแฟนเธอมีคนใหม่ เธอบอกว่าตอนคุยกับแฟนแรกๆก็คุยกับแฟนคนเดียว ไม่ได้คุยหลายคนไว้เผื่อเลือก ทำให้เธอมองเห็นแค่ด้านดีเท่านั้น เธอบอกไม่มีโอกาสให้มองคนอื่นไปด้วย พอเลิกกันเธอก็เลยคิดว่าถ้าคราวนี้จะมีแฟนใหม่ ต้องคุยหลายๆคนดูไว้เลือก เธอก็ถามผมว่ารับได้มั้ยที่คุยกันแต่ยังเป็นแค่คนคุยๆซึ่งผมก็รับได้ ก็คุยกันมาเรื่อยๆ บางวันเธอก็ส่งรูปเก่าๆมาให้ดูบ้าง มีคุยเรื่องส่วนตัวให้ผมฟัง ผมก็เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังด้วย ก็เหมือนไปได้ด้วยดี แต่พอผมชวนเธอไปเที่ยวด้วยกัน เธอจะบอกว่าขอคุยนานๆอีกนิดก่อน หรือบางครั้งก็บอกว่า ขอดูเวลาว่างก่อน จนคุยได้ครบ 1 เดือน ผมก็ลองชวนเธอไปเที่ยวอีกรอบ คราวนี้เธอตอบตกลง ก็นัดไปเที่ยวกัน ดูหนัง ทานข้าว ตอนกลับเธอก็บอกผมว่า รู้สึกดีมีความสุขที่มาเที่ยวด้วยกัน ผมก็รู้สึกแบบเดียวกัน แต่ก็ยังคุยๆมาเรื่อยๆ จนผ่านไปอาทิตย์นึง เธอเริ่มจะคุยน้อยลง แต่ก็ยังมีคุยบ้าง แล้วก็ทำให้ผมอาจคิดไปเองว่า เค้าอาจจะนัดคนคุยอีกคนไปเที่ยวด้วย เพราะเธอบอกว่าโทรคุยได้ตามปกติ แต่พอถึงเวลาเธอบอกว่าไม่สะดวกคุยแล้ว ผมก็อาจจะมโนไปเองว่าเค้าคุยกับอีกคนที่เค้าบอกว่าเป็นคนคุยอีกคน และอาจมีการนัดเที่ยวกันตอนวันอาทิตย์ แต่เธอก็บอกว่าเพื่อนผู้หญิงโทรมาคุยเฉยๆไม่ได้มีไร ผมก็อยากจะนัดเธอเที่ยวกันอีกตอนวันอาทิตย์เธอก็บอกว่าพอดีอยากอยู่บ้าน และนัดเที่ยวกันอีกสองอาทิตย์ ผมก็โอเค แต่ผมก็ทำเสียเรื่องจากการมโนไปเองว่าเธออาจจะไปกับอีกคน ทำให้ผมถามเค้าเซ้าซี้ ซึ่งตอนคุยกันมา 1 เดือนกว่า ผมไม่เคยถามเซ้าซี้เค้าเลย จนถึงเมื่อวานผมได้โทรคุยกับเธอ เธอก็เปิดใจคุยกับผมเรื่องนี้ว่า
ที่ไปเที่ยวด้วยกัน เค้าแค่รู้สึกดี เหมือนเป็นเพื่อนคนนึง ซึ่งไม่อยากให้ความหวังผมอีก แต่ผมก็บอกว่าทำไมไม่ให้โอกาสผมอีก เธอก็บอกว่า เธอชอบผมเกือบทุกอย่างนะ ยกเว้นแค่ว่า ผมขับรถไม่เป็น ไม่มีรถ แต่เธอมี เธอให้เหตุผลว่า ถ้าสมมติคบเป็นแฟนกัน ถ้าเธอเกิดเหตุฉุกเฉิน ใครจะพาเธอไปโรงพยาบาล เพราะผมขับรถไม่เป็น เธอก็ถามผมว่าถ้าเป็นผมจะทำยังไงถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินกับเธอตอนกลางคืน ผมก็ตอบว่าจะเรียกแกรปไปบ้านเธอ เรียกแบบมีคนขับรถไปที่ไหนก็ได้ หรือแบบเช่ารถพร้อมคนขับ เธอก็ยิ้มไม่ตอบไร และที่สำคัญผมป่วยเป็นโรคหัวใจรั่วแต่เกิด เธอบอกว่าอยากมีลูกที่เกิดมาแข็งแรง แต่เธอกับผมอายุ 45 ปี แล้ว เธอก็บอกว่าอยากมีลูก เคยไปทำกิ๊ฟแล้วเคยตรวจรร่างกายแล้วว่าแข็งแรงมีลูกได้ ผมก็บอกว่า เคยถามหมอโรคหัวใจแล้วว่ามีลูกได้มั้ย หมอบอกว่ามีได้ปกติ ซึ่งโรคหัวใจไม่ได้เป็นผ่านทางพันธุกรรมไปสู่ลูกได้ ผมก็บอกเธอไป แต่เธอก็บอกว่า ไลฟ์สไตล์ของเธอจะเป็นคนชอบเที่ยวแบบ แอดเวนเจอร์ ลุยๆ ไปตามป่า เขา เธอกลัวผมจะไปแล้วโรคกำเริบ ผมก็บอกเธอว่า ยังไม่ทันได้ลองเห็นผมเลยว่าผมทำได้มั้ย ทำไมตัดสินไปก่อน ผมเลยขอโอกาสเธอว่าให้ผมลองพิสูจน์ให้ดูว่าทำได้หรือไม่ได้ตามที่เธอหวัง เธอก็บอกว่าได้แต่ยังให้เป็นแค่คนคุยกันเพื่อนกันไปนะ ซึ่งตอนนี้ทำให้ผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออยากให้เธอรู้ว่าผมชอบเธอและอยากดูแลเธอ ไม่ได้หวังให้เธอต้องมาดูแลผมมากก็ได้ ผมเลยคิดว่าอยากจะไปเรียนขับรถ ซึ่งผมก็อาจจะอยากทำเพื่อเธอ แต่ก็ทำเพื่อแม่ผมด้วย แม่ผมอายุเยอะแล้ว เพื่อมีเหตุฉุกเฉินไรผมจะได้พาแม่ไปโรงยาบาลได้เอง แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่มีรถด้วย
แต่ตอนนี้ใจผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆจังๆ เพราะทั้งชีวิตไม่เคยให้ใครเลย จะเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว แต่ผมเจอเธอคนนี้ เธอทำให้ผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองดู แต่ไม่คิดว่าเป็นการฝืนตัวเองมากไป ผมจะลองดูว่าจะทำให้เธออย่างที่เธอต้องการได้มั้ย หรือเพื่อนๆคิดว่ายังไงครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ
ขอบคุณครับ
คุยกับผู้หญิงคนนึงมาเดือนกว่าๆนัดเจอกันแล้ว เค้าบอกว่าชอบนะแต่ยังไม่คิดเป็นแฟน
ผมคุยกับผู้หญิงคนนึงซึ่งเจอกันในแอพหาคู่สีเขียว(ไม่ใช่ไลน) ก็คุยกันถูกคอระดับนึงก็เลยขอไลน์ไปคุยต่อครับ ก็คุยกันในไลน์ช่วงแรก เธอเหมือนจะสนใจผมทุกอย่าง แชทคุยกันเกือบทุกเรื่อง ผมก็จะเป็นคนทักไปหาเธอก่อนประจำ ทักมอนิ่งตอนเช้า คอยแชทบอกว่าถึงที่ทำงานแล้ว ตอนเที่ยงก็ถ่ายรูปอาหารส่งให้เธอ ซึ่งเธอก็มีส่งรูปอาหารกลับมา ก็แชทกันปกติ พอคุยไปได้สักอาทิตย์เธอบอกว่า ก็ชอบผมนะ แต่อยากคุยดูนานๆหน่อย เพราะเพิ่งเลิกกับแฟนมา 6 เดือน เค้าก็เล่าให้ฟังว่าที่เลิกกันเพราะแฟนบอกจะแต่งมีลูกด้วยกัน แต่จู่ๆแฟนเธอมีคนใหม่ เธอบอกว่าตอนคุยกับแฟนแรกๆก็คุยกับแฟนคนเดียว ไม่ได้คุยหลายคนไว้เผื่อเลือก ทำให้เธอมองเห็นแค่ด้านดีเท่านั้น เธอบอกไม่มีโอกาสให้มองคนอื่นไปด้วย พอเลิกกันเธอก็เลยคิดว่าถ้าคราวนี้จะมีแฟนใหม่ ต้องคุยหลายๆคนดูไว้เลือก เธอก็ถามผมว่ารับได้มั้ยที่คุยกันแต่ยังเป็นแค่คนคุยๆซึ่งผมก็รับได้ ก็คุยกันมาเรื่อยๆ บางวันเธอก็ส่งรูปเก่าๆมาให้ดูบ้าง มีคุยเรื่องส่วนตัวให้ผมฟัง ผมก็เล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังด้วย ก็เหมือนไปได้ด้วยดี แต่พอผมชวนเธอไปเที่ยวด้วยกัน เธอจะบอกว่าขอคุยนานๆอีกนิดก่อน หรือบางครั้งก็บอกว่า ขอดูเวลาว่างก่อน จนคุยได้ครบ 1 เดือน ผมก็ลองชวนเธอไปเที่ยวอีกรอบ คราวนี้เธอตอบตกลง ก็นัดไปเที่ยวกัน ดูหนัง ทานข้าว ตอนกลับเธอก็บอกผมว่า รู้สึกดีมีความสุขที่มาเที่ยวด้วยกัน ผมก็รู้สึกแบบเดียวกัน แต่ก็ยังคุยๆมาเรื่อยๆ จนผ่านไปอาทิตย์นึง เธอเริ่มจะคุยน้อยลง แต่ก็ยังมีคุยบ้าง แล้วก็ทำให้ผมอาจคิดไปเองว่า เค้าอาจจะนัดคนคุยอีกคนไปเที่ยวด้วย เพราะเธอบอกว่าโทรคุยได้ตามปกติ แต่พอถึงเวลาเธอบอกว่าไม่สะดวกคุยแล้ว ผมก็อาจจะมโนไปเองว่าเค้าคุยกับอีกคนที่เค้าบอกว่าเป็นคนคุยอีกคน และอาจมีการนัดเที่ยวกันตอนวันอาทิตย์ แต่เธอก็บอกว่าเพื่อนผู้หญิงโทรมาคุยเฉยๆไม่ได้มีไร ผมก็อยากจะนัดเธอเที่ยวกันอีกตอนวันอาทิตย์เธอก็บอกว่าพอดีอยากอยู่บ้าน และนัดเที่ยวกันอีกสองอาทิตย์ ผมก็โอเค แต่ผมก็ทำเสียเรื่องจากการมโนไปเองว่าเธออาจจะไปกับอีกคน ทำให้ผมถามเค้าเซ้าซี้ ซึ่งตอนคุยกันมา 1 เดือนกว่า ผมไม่เคยถามเซ้าซี้เค้าเลย จนถึงเมื่อวานผมได้โทรคุยกับเธอ เธอก็เปิดใจคุยกับผมเรื่องนี้ว่า
ที่ไปเที่ยวด้วยกัน เค้าแค่รู้สึกดี เหมือนเป็นเพื่อนคนนึง ซึ่งไม่อยากให้ความหวังผมอีก แต่ผมก็บอกว่าทำไมไม่ให้โอกาสผมอีก เธอก็บอกว่า เธอชอบผมเกือบทุกอย่างนะ ยกเว้นแค่ว่า ผมขับรถไม่เป็น ไม่มีรถ แต่เธอมี เธอให้เหตุผลว่า ถ้าสมมติคบเป็นแฟนกัน ถ้าเธอเกิดเหตุฉุกเฉิน ใครจะพาเธอไปโรงพยาบาล เพราะผมขับรถไม่เป็น เธอก็ถามผมว่าถ้าเป็นผมจะทำยังไงถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินกับเธอตอนกลางคืน ผมก็ตอบว่าจะเรียกแกรปไปบ้านเธอ เรียกแบบมีคนขับรถไปที่ไหนก็ได้ หรือแบบเช่ารถพร้อมคนขับ เธอก็ยิ้มไม่ตอบไร และที่สำคัญผมป่วยเป็นโรคหัวใจรั่วแต่เกิด เธอบอกว่าอยากมีลูกที่เกิดมาแข็งแรง แต่เธอกับผมอายุ 45 ปี แล้ว เธอก็บอกว่าอยากมีลูก เคยไปทำกิ๊ฟแล้วเคยตรวจรร่างกายแล้วว่าแข็งแรงมีลูกได้ ผมก็บอกว่า เคยถามหมอโรคหัวใจแล้วว่ามีลูกได้มั้ย หมอบอกว่ามีได้ปกติ ซึ่งโรคหัวใจไม่ได้เป็นผ่านทางพันธุกรรมไปสู่ลูกได้ ผมก็บอกเธอไป แต่เธอก็บอกว่า ไลฟ์สไตล์ของเธอจะเป็นคนชอบเที่ยวแบบ แอดเวนเจอร์ ลุยๆ ไปตามป่า เขา เธอกลัวผมจะไปแล้วโรคกำเริบ ผมก็บอกเธอว่า ยังไม่ทันได้ลองเห็นผมเลยว่าผมทำได้มั้ย ทำไมตัดสินไปก่อน ผมเลยขอโอกาสเธอว่าให้ผมลองพิสูจน์ให้ดูว่าทำได้หรือไม่ได้ตามที่เธอหวัง เธอก็บอกว่าได้แต่ยังให้เป็นแค่คนคุยกันเพื่อนกันไปนะ ซึ่งตอนนี้ทำให้ผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่ออยากให้เธอรู้ว่าผมชอบเธอและอยากดูแลเธอ ไม่ได้หวังให้เธอต้องมาดูแลผมมากก็ได้ ผมเลยคิดว่าอยากจะไปเรียนขับรถ ซึ่งผมก็อาจจะอยากทำเพื่อเธอ แต่ก็ทำเพื่อแม่ผมด้วย แม่ผมอายุเยอะแล้ว เพื่อมีเหตุฉุกเฉินไรผมจะได้พาแม่ไปโรงยาบาลได้เอง แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่มีรถด้วย
แต่ตอนนี้ใจผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองจริงๆจังๆ เพราะทั้งชีวิตไม่เคยให้ใครเลย จะเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว แต่ผมเจอเธอคนนี้ เธอทำให้ผมอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองดู แต่ไม่คิดว่าเป็นการฝืนตัวเองมากไป ผมจะลองดูว่าจะทำให้เธออย่างที่เธอต้องการได้มั้ย หรือเพื่อนๆคิดว่ายังไงครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ
ขอบคุณครับ