กฎหมายสามารถเอาผิดคนก่อเหตุล่วงละเมิด เมื่อตอนผู้ถูกกระทำยังเป็นเด็กและเหตุเกิดมาหลายปีแล้วได้ไหม?

ตอนนี้ผมอายุ 21 ปีนะครับ

ส่วนในตอนนั้น
ผมเป็นเด็กขี้อายและอ่อนเอคนนึง
(จำอายุที่แน่ๆไม่ได้)
คิดว่าอยู่ช่วง ประถมปลาย - มัธยมต้น

ในวันที่เกิดเหตุ
ผมกับน้องกำลังจะไปตัดผมที่ร้านๆนึงแถวบ้าน
ด้วยความที่เป็นบ้านนอก พอพวกเราไปถึงก็ได้ตัดทันที
คิวที่ผมได้เป็นคนตัดนั้น น้องผมก็ได้ไปนั่งเล่นอยู่นอกร้าน
จังหวะนั้น มันก็เริ่มที่จะสัมผัสอวัยวะเพศของผม และเอาเป้ากางเกงของมันถูไถกับมือที่ผมพาดไว้บนที่รองแขน ตอนนั้นผมตัวแข็งทื่อ หายใจไม่ออก เลือดพุ่งขึ้นหัว ผมรู้สึกสับสนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งกลันใจไปอย่างนั้น แล้วมันยังกระซิบกับผมว่ามันอยากทำกับผม แต่โชคดีที่สักพักนึงมีกลุ่มวัยรุ่นที่โตกว่าเดินเข้าร้านมา มันถึงหยุดทำ มันลุกลนกลัวถูกจับได้(ได้ยินทีหลังว่ามันทำกับเด็กคนอื่นด้วย แต่ในตอนนั้นผมก็ไม่อยากจะยุ่งกับเรื่องนี้แล้ว) ถ้าหากในตอนนั้นผมมีความกล้าสักนิดผมคงไม่ได้รู้สึกเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากวันนั้น ผมผวาและมีอาการซึม ไม่อยากทำอะไรสักอย่าง ในหัวมีแต่เรื่องที่เกิดขึ้น ผมไม่มีความกล้าที่จะบอกใคร ใช้ชีวิตที่ขมขื่นและปลอบใจตัวเองไปวันๆว่า “คนอื่นเจอสิ่งที่มันโหดร้ายกว่านี้ พวกเขายังสู้ ยังมีชีวิตต่อไปได้เลย“ แต่อีกด้านคือ “อยากลบทั้งความทรงจำแย่ๆและตัวตนให้หายออกไปสักที“ นี้คือสิ่งที่ผมคิดจริงๆในตอนนั้นที่เป็นเด็ก

ผ่านมาหลายเดือน ผมกล้าที่จะบอกเรื่องนี้กับ คค
ผมเดินไปบอกกับพวกเขา ในวันอาทิตย์วันที่หลายคนอยู่ ก็เลยจะใช้โอกาสนี้บอกทุกคนไป ผมบอกกับพวกเขาไปว่ามันเกิดเรื่องอุบาทว์อะไรกับผมไป ในตอนนั้นพวกเขาตกใจและเริ่มตั้งคำถามพร้อมปลอบผมไปพลางๆ ในวันนั้นผมหวังว่าหลังจากนี้มันจะโดนจับติดคุกไป แต่ความจริงหลังจากวันนั้นคือมันไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย ทุกคนรับรู้แต่ไม่มีแอคชั่นใดๆที่เรียกว่า การต่อสู้หรือปกป้อง ผมตั้งคำถามกับตัวเองแทนที่จะไปถามตรงๆกับพวกเขาว่าทำไมไม่มีใครไม่ทำอะไรเลย ได้แต่คิดหาคำตอบกับวิธีการคิดที่พวกเขาน่าจะคิดและเป็นเหตุผลที่เลือกจะอยู่เฉย ว่ามันเป็นเพราะอะไร
-ความประนีประนอมและบรรทัดฐานสังคมที่มันผิดเพี้ยน?
-คค เขาคงไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายละมั้ง (อาจจะมีปัญหาอยู่แล้ว)
-อ๋อ เป็นเด็กผู้ชายน่ะ
-โดนแค่นั้นเอง
หรือจริงๆแล้ว ภาพที่พวกเขาคิดอาจไม่เหมือนอย่างภาพที่ผมเห็นที่เกิดจากการเล่าที่ไม่ละเอียดพอ ทั้งนี้ผมไม่ได้โทษพวกเขา ไม่ว่าตำตอบจะเป็นอะไรก็ตาม ผมเสียใจ รวมไปถึงกับการกระทำที่ไร้ความกล้าของตัวเองในตอนนั้นด้วย

ผลคือ ท้ายที่สุดความปั่นป่วนที่ก่อตัวขึ้น มันกัดกินไปทีละน้อยๆ ด้านชา ไร้ชีวิต เหมือนก้อนหิน การแสดงออกทางอารมณ์บางอย่างมันไม่เหมือนเดิม กลายเป็นเด็กแปลกๆคนนึง เขียนไปก็สงสารตัวเองไปและย้ำเสมอว่า “ขอแค่มีความกล้า” ยังดีในปัจจุบันทุกอย่างดีขึ้นมาก ชีวิตดีขึ้น ความกล้าที่ไม่เคยมีก็มี ดิ้นรนหน่อยกับการเข้าสังคม มหาลัยก็เพิ่งจบไป แต่ติดที่ตอนนี้ยังว่างงานอยู่ นี่ก็คงเป็นส่วนนึงที่ทำให้ผมมีเวลาที่จะคุยกับตัวเอง ทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และเริ่มเขียนทั้งหมดนี้ อีกส่วนนึงคือ การได้มาเห็นประเด็นใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ มีคนคนนึงที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของตนและสร้างคลื่นกำลังใจให้เหยื่อที่เคยถูกช่วงชิงความเป็นคนไปให้สู้ต่อไป บวกกับการที่ผมได้รับรู้ข่าวสารอันน่ารังเกียจที่เกิดขึ้นในประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ความทรามที่ทะลักออกมามากมายในช่วงนี้ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ผมคิดว่าผมจะต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยที่สุดคือการได้เปิดเผยเรื่องราวที่เป็นดั่งตราบาปให้ผู้อื่นรู้ ไม่ว่าจะส่งผลต่อผู้รับยังไง ก็ยังดี และถึงแม้กฎหมายจะไม่สามารถย้อนคืนให้ก็ตาม

เชื่อว่าเหยื่อทางเพศทุกคน ต่างอยากย้อนเวลาไปเพื่อให้ไม่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงต่างรู้กันดี ฉะนั้นผมคิดว่าการทวงคืนชีวิตที่เคยเป็นของเรากลับมา ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามมันคือสิ่งนึงที่พอจะเยียวยาได้


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่