เราคุยเรื่อง Burnout หรือการหมดไฟเพราะงานหนักกันมาเยอะแล้ว แต่วันนี้ผมอยากชวนคุยถึงขั้วตรงข้ามที่อันตรายต่อกระเป๋าตังค์ไม่แพ้กัน นั่นคืออาการ "Boreout" หรือภาวะหมดไฟเพราะงานน่าเบื่อ ซ้ำซาก และรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าในเวลางาน
สิ่งที่น่ากลัวคือ คนที่ติดกับดัก Boreout มักจะบำบัดความเบื่อด้วยการ "จ่ายเงิน" ในเวลางานเพื่อเรียกความตื่นเต้นให้สมอง ผลลัพธ์คือ งานไม่ได้เนื้อเงินก็ไม่ได้เหลือเก็บ
ลองมาดูกันว่าคุณกำลังเสียเงินไปกับ "ค่าความเบื่อ" เหล่านี้อยู่หรือเปล่า
*เมื่อตารางงานว่างเกินไป หรือต้องนั่งรองานที่ไม่มีอะไรทำ สมองจะเริ่มฟุ้งซ่านและมองหารางวัลชั่วคราว การกดสั่งชานมไข่มุก กาแฟสเปเชียลตี้ หรือขนมหวานรอบบ่ายผ่านแอป Deliverly จึงกลายเป็นกิจกรรมแก้เซ็งหลัก
ความจริง: คุณไม่ได้หิว แต่คุณแค่ "เบื่อ" และอยากหาอะไรทำเพื่อคั่นเวลา การจ่ายค่าความเบื่อแบบนี้วันละ 100-200 บาท รวมกันทั้งเดือนคือเงินก้อนใหญ่ที่หายไปเฉยๆ
การเติมเงินเกม/ช้อปปิ้งออนไลน์ในเวลางาน
ช่วงเวลาว่างที่ต้องนั่งแช่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ออฟฟิศ คือช่วงนาทีทองที่นิ้วจะลั่นกดเปิดแอปช้อปปิ้ง หรือกดเติมเกมเพื่อเอาชนะด่านยากๆ การจ่ายเงินตรงนี้ให้ความรู้สึกสะใจและตื่นเต้นมาชดเชยงานที่แสนน่าเบื่อได้ทันที แต่มันเป็นความสุขที่สั้นมากและทิ้งรอยรั่วไว้ในบัญชี
Revenge Travel แบบไร้แผน (เที่ยวประชดงาน)
เมื่อสะสมความเบื่อและรู้สึกไร้ค่ามาทั้งสัปดาห์ พอถึงวันศุกร์จะเกิดอาการ "ประชดชีวิต" ด้วยการกดจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักแพงๆ หรือไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงในวันหยุด เพื่อชดเชยว่า "ฉันทำงานเพื่อสิ่งนี้" ทั้งที่จริงๆ เป็นการจ่ายเงินเกินตัวเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
*งานที่น่าเบื่ออาจจะทำลายพลังสมองของคุณได้ แต่คุณต้องไม่ยอมให้มันมาทำลายอนาคตทางการเงินของคุณด้วย การรู้ทันอารมณ์ตัวเองและหยุดใช้เงินเป็นเครื่องมือบำบัดความเซ็ง คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณมีอิสรภาพไปจากงานที่คุณไม่ชอบได้เร็วที่สุด
ขยันแต่เบื่อ! เจาะลึกอาการ "Boreout Spending" เมื่อความเซ็งในเวลางาน ทำให้คุณเสียเงินหลักหมื่นโดยไม่รู้ตัว!
สิ่งที่น่ากลัวคือ คนที่ติดกับดัก Boreout มักจะบำบัดความเบื่อด้วยการ "จ่ายเงิน" ในเวลางานเพื่อเรียกความตื่นเต้นให้สมอง ผลลัพธ์คือ งานไม่ได้เนื้อเงินก็ไม่ได้เหลือเก็บ
ลองมาดูกันว่าคุณกำลังเสียเงินไปกับ "ค่าความเบื่อ" เหล่านี้อยู่หรือเปล่า
*เมื่อตารางงานว่างเกินไป หรือต้องนั่งรองานที่ไม่มีอะไรทำ สมองจะเริ่มฟุ้งซ่านและมองหารางวัลชั่วคราว การกดสั่งชานมไข่มุก กาแฟสเปเชียลตี้ หรือขนมหวานรอบบ่ายผ่านแอป Deliverly จึงกลายเป็นกิจกรรมแก้เซ็งหลัก
ความจริง: คุณไม่ได้หิว แต่คุณแค่ "เบื่อ" และอยากหาอะไรทำเพื่อคั่นเวลา การจ่ายค่าความเบื่อแบบนี้วันละ 100-200 บาท รวมกันทั้งเดือนคือเงินก้อนใหญ่ที่หายไปเฉยๆ
การเติมเงินเกม/ช้อปปิ้งออนไลน์ในเวลางาน
ช่วงเวลาว่างที่ต้องนั่งแช่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ออฟฟิศ คือช่วงนาทีทองที่นิ้วจะลั่นกดเปิดแอปช้อปปิ้ง หรือกดเติมเกมเพื่อเอาชนะด่านยากๆ การจ่ายเงินตรงนี้ให้ความรู้สึกสะใจและตื่นเต้นมาชดเชยงานที่แสนน่าเบื่อได้ทันที แต่มันเป็นความสุขที่สั้นมากและทิ้งรอยรั่วไว้ในบัญชี
Revenge Travel แบบไร้แผน (เที่ยวประชดงาน)
เมื่อสะสมความเบื่อและรู้สึกไร้ค่ามาทั้งสัปดาห์ พอถึงวันศุกร์จะเกิดอาการ "ประชดชีวิต" ด้วยการกดจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักแพงๆ หรือไปปาร์ตี้สุดเหวี่ยงในวันหยุด เพื่อชดเชยว่า "ฉันทำงานเพื่อสิ่งนี้" ทั้งที่จริงๆ เป็นการจ่ายเงินเกินตัวเพราะอารมณ์ชั่ววูบ
*งานที่น่าเบื่ออาจจะทำลายพลังสมองของคุณได้ แต่คุณต้องไม่ยอมให้มันมาทำลายอนาคตทางการเงินของคุณด้วย การรู้ทันอารมณ์ตัวเองและหยุดใช้เงินเป็นเครื่องมือบำบัดความเซ็ง คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณมีอิสรภาพไปจากงานที่คุณไม่ชอบได้เร็วที่สุด