สวัสดีครับอาจจะยาวหน่อยนะครับ คือผมตั้งแต่จำความได้ผมไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เลย ผมเกิดจากอุบัติเหตุและความไม่พร้อมของพ่อแม่ พ่อ ม6 แม่อยู่ ปี2 ท่านเลิกกันและแยกกันอยู่แล้ว อยู่กับยายตั้งแต่จำความได้แต่ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีนัก หลังจากจำความได้เจอแม่ครั้งแรกก็อายุ 7-8 ขวบแล้วแต่ก็ได้เจอแบบไม่นานแปปเดียว พออายุเข้า 9 ขวบผมก็ได้ย้ายไปอยู่กับฝั่งย่าๆ ซึ่งกว่าจะได้เจอพ่อ ก็ปาไปอายุเกือบจะ 11-12 ซึ่งก็อยู่กับย่าตั้งแต่อายุ 9 ขวบจนถึงตอนนี้ 18 บ้านที่อยู่มีอากงกับย่าๆ ที่อายุห่างกับผมพอสมควรแล้วก็มีนิสัยแปลกๆกันพอควรเลย แล้วก็ผมได้เจอแม่ แบบ3-4 ปีเจอทีเจอกันก็เจอได้แปปเดียว ส่วนพ่อ เจอกันก็พอบ่อยอยู่นิดนึง พวกเขาแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่กัน แต่ก็คอยส่งเงินมาบ้าง แต่แทบไม่คุยกันเลยคุยกันน้อยมาก ผมเลยไม่ค่อยมีความผูกพันธ์กับพ่อและแม่เลย แค่รู้ว่าเขาเป็น พ่อ และ แม่ แค่นั้น
ผมมี อา อยู่คนนึง เป็นน้องสาวของพ่อ อายุห่างจากผม 17 ปี อาผม เป็นคนพาผมมาอยู่กับย่าๆ คอยช่วยเหลือหลายๆอย่าง เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ปกครอง คอบปรับความเข้าใจของย่าๆ กับผม ช่วยเรื่องค่าเทอมบ้าง แต่อยู่คนละบ้านกัน แต่อาผมก็มาหาผมบ่อยๆ บางครั้งก็รับผมไปอยู่ด้วยช่วงวันหยุดยาว
พาผมไปเปิดโลก ไปทำอะไรที่ไม่เคยได้ทำตอนอยู่บ้านย่า
ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งผมขึ้น ม.ปลาย ผมเริ่มรู้สึกว่าผมเหมือนขาดๆอะไรบางอย่างไป ผมก็ได้มีความรู้สึกว่าถ้าอยู่กับพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไงกันนะ เด็กคนอื่นที่โตมากับพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไงกัน จนมันเริ่มมอบนิสัยแปลกๆให้ผมหลายอย่าง ทำให้ใช้ชีวิตยากพอควร เช่น เรียกร้องความสนใจ overthinker เซนส์สิทีฟ แต่พอโตๆขึ้นมาก็เริ่มกดมันไว้ได้พอควร แล้วก็พอได้นึกถึงว่าถ้าพ่อแม่แล้วไม่เลิกกันผมจะเป็นยังไงน้ำตาก็ไหลออกมาหลายครั้ง คิดก่อนนอนบ้าง
ตัดกลับมาที่อาของผม เขามีแฟนคนนึง แล้วก็ซื้อบ้านเดี่ยวกัน แล้วอาผมก็ให้มาอยู่บ้านด้วยช่วงปิดเทอม ผมก็มาอยู่กับอาบ่อยกว่าเมื่อก่อน ปิดเทอมเล็กปิดเทอมใหญ่ แล้วก็แฟนของอาผมดูแลผมดีมาก เพราะตอนผมมาอยู่ค่าใช้จ่ายก็คูรหลายอย่างอยู่ เช่นค่าไฟ ก็คูณ 2 ค่ากินคูณ 1.5 ถึงแม้ผมจะไม่ใช้สายเลือดเดียวกับเขา แม้แต่ลูกของของแฟนของเขา อยู่บ้านย่า กับสลับมาอยู่บ้านอาช่วงปิดเทอม พอขึ้น ม6 มุมมองที่ผมมีต่อพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป มองพวกเขาเหมือนกับ พ่อแม่ จนกระทั่งถึงช่วงเตรียมสอบเข้ามหาลัย ผมก็ได้มาอยุ่กับอาเพื่อเตรียมสอบ จนสอบเสร็จรวมๆแล้วมาอยุ่บ้านอานานที่สุด จนในที่สุดผมเริ่มรวบรวมความกล้าเรียกอาผมว่าแม่ อาผมก็ไม่ได้ติดอะไรก็เรียกผมว่าลูก เพราะเขาก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยขนาดนั้น หลังจากนั้นมันทำให้ผมติดแม่(อา)ของผมมาก(คนไม่เคยมีมามี) แต่ผมไม่ได้เรียกแฟนอาว่าพ่อหรืออะไรทำนองนั้น มันเหมือนมีเส้นอะไรบางๆกั้นไว้อยู่ กลัวเขารู้สึกแปลกๆที่เด็กที่ไหนก็ไม่รู้ มาเรียกว่าพ่อ พอผมเปลี่ยนมุมมองแล้ว นิสัยแปลกๆผมก็เริ่มกลับมา อาผมกับแฟน อาผม เขาชอบไปเที่ยวกันแต่เวลาที่ไป เขาไม่ได้เอาผมไปด้วย นิสัยผมก็เริ่มส่งผล ทำให้ผมคิดต่างๆนาๆ เช่น ถ้าผมเป็นลูกจริงๆของพวกเขาผมจะได้ไปด้วยไหมนะ(ผมบอกก่อนว่าตั้งแต่เด็กผมไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนกับครอบครัวเลย ก็มีแต่ไปกับเพื่อนแต่ก็ไม่ได้ไป ตจว หรืออะไร แต่ก็ไม่บ่อยเพราเพื่อนน้อย) แต่ผมก็ไม่ได้แสดงออกอะไร ก็มานอนร้องไห้ตอนกลางคืนก่อนนอนคนเดียวตลอด แต่ผมก็มีความคิดส่วนเหตุผลที่มาช่วยยับยั้งบ้าง เช่น เขาอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงินรึปล่าว หรือ เขาอาจจะอยากไปสวีท กัน 2 คนใช้ชีวิตคู่ แต่มันก็ช่วยได้ไม่มาก เป็นอย่างงี้อยู่ตลอดตอนที่เขาไปเที่ยวกัน แล้วก็พวกเขาก็วางแผนจะมีลูกกัน ทำให้ผมรู้สึกกลัวว่าจะถูกแทนที่ กลัวว่าถ้าพวกเขามีลูก ความรักความสนใจ จาก อาของผมที่ผมเรียกว่าแม่ จะลดลงหรือปล่าว เวลาที่พวกเขาคุยกันว่า ถ้าเขามีลูก จะอย่างนู้นอย่างงี้ พาไปเที่ยว เข้าโรงเรียนนั้น ดูแลอย่างงี้ สอนภาษาให้ลูก ทำให้ผมมีความรู้สึกว่า ถ้าผมเกิดมาในครอบครัวนี้จะเป็นยังไงนะ อยากเกิดมาอยู่ในครอบครัวที่พร้อมและอบอุ่น ที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แบบนี้บ้างมันจะรู้สึกยังไงกันนะ
จากทั้งหมดนี้ ตอนนี้ ผมนอนคิดตลอดเลย ร้องไห้ก่อนนอนตลอด ยิ่งเวลาที่พวกเขาพูดถึงลูก มันทำให้ผมรู้สึกกลัวต่างๆนานา เช่น ถ้าเขามีลูกกัน ผมจะถูกลืมไหมนะ ความสนใจความรักจะหายไปไหมนะ ผมควรจัดการความรู้สึกยังไงดีหรอครับ
กลัวการถูกแทนที่
ผมมี อา อยู่คนนึง เป็นน้องสาวของพ่อ อายุห่างจากผม 17 ปี อาผม เป็นคนพาผมมาอยู่กับย่าๆ คอยช่วยเหลือหลายๆอย่าง เป็นเพื่อน เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ปกครอง คอบปรับความเข้าใจของย่าๆ กับผม ช่วยเรื่องค่าเทอมบ้าง แต่อยู่คนละบ้านกัน แต่อาผมก็มาหาผมบ่อยๆ บางครั้งก็รับผมไปอยู่ด้วยช่วงวันหยุดยาว
พาผมไปเปิดโลก ไปทำอะไรที่ไม่เคยได้ทำตอนอยู่บ้านย่า
ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากจนกระทั่งผมขึ้น ม.ปลาย ผมเริ่มรู้สึกว่าผมเหมือนขาดๆอะไรบางอย่างไป ผมก็ได้มีความรู้สึกว่าถ้าอยู่กับพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไงกันนะ เด็กคนอื่นที่โตมากับพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไงกัน จนมันเริ่มมอบนิสัยแปลกๆให้ผมหลายอย่าง ทำให้ใช้ชีวิตยากพอควร เช่น เรียกร้องความสนใจ overthinker เซนส์สิทีฟ แต่พอโตๆขึ้นมาก็เริ่มกดมันไว้ได้พอควร แล้วก็พอได้นึกถึงว่าถ้าพ่อแม่แล้วไม่เลิกกันผมจะเป็นยังไงน้ำตาก็ไหลออกมาหลายครั้ง คิดก่อนนอนบ้าง
ตัดกลับมาที่อาของผม เขามีแฟนคนนึง แล้วก็ซื้อบ้านเดี่ยวกัน แล้วอาผมก็ให้มาอยู่บ้านด้วยช่วงปิดเทอม ผมก็มาอยู่กับอาบ่อยกว่าเมื่อก่อน ปิดเทอมเล็กปิดเทอมใหญ่ แล้วก็แฟนของอาผมดูแลผมดีมาก เพราะตอนผมมาอยู่ค่าใช้จ่ายก็คูรหลายอย่างอยู่ เช่นค่าไฟ ก็คูณ 2 ค่ากินคูณ 1.5 ถึงแม้ผมจะไม่ใช้สายเลือดเดียวกับเขา แม้แต่ลูกของของแฟนของเขา อยู่บ้านย่า กับสลับมาอยู่บ้านอาช่วงปิดเทอม พอขึ้น ม6 มุมมองที่ผมมีต่อพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป มองพวกเขาเหมือนกับ พ่อแม่ จนกระทั่งถึงช่วงเตรียมสอบเข้ามหาลัย ผมก็ได้มาอยุ่กับอาเพื่อเตรียมสอบ จนสอบเสร็จรวมๆแล้วมาอยุ่บ้านอานานที่สุด จนในที่สุดผมเริ่มรวบรวมความกล้าเรียกอาผมว่าแม่ อาผมก็ไม่ได้ติดอะไรก็เรียกผมว่าลูก เพราะเขาก็เลี้ยงผมมาตั้งแต่เด็กถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยขนาดนั้น หลังจากนั้นมันทำให้ผมติดแม่(อา)ของผมมาก(คนไม่เคยมีมามี) แต่ผมไม่ได้เรียกแฟนอาว่าพ่อหรืออะไรทำนองนั้น มันเหมือนมีเส้นอะไรบางๆกั้นไว้อยู่ กลัวเขารู้สึกแปลกๆที่เด็กที่ไหนก็ไม่รู้ มาเรียกว่าพ่อ พอผมเปลี่ยนมุมมองแล้ว นิสัยแปลกๆผมก็เริ่มกลับมา อาผมกับแฟน อาผม เขาชอบไปเที่ยวกันแต่เวลาที่ไป เขาไม่ได้เอาผมไปด้วย นิสัยผมก็เริ่มส่งผล ทำให้ผมคิดต่างๆนาๆ เช่น ถ้าผมเป็นลูกจริงๆของพวกเขาผมจะได้ไปด้วยไหมนะ(ผมบอกก่อนว่าตั้งแต่เด็กผมไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนกับครอบครัวเลย ก็มีแต่ไปกับเพื่อนแต่ก็ไม่ได้ไป ตจว หรืออะไร แต่ก็ไม่บ่อยเพราเพื่อนน้อย) แต่ผมก็ไม่ได้แสดงออกอะไร ก็มานอนร้องไห้ตอนกลางคืนก่อนนอนคนเดียวตลอด แต่ผมก็มีความคิดส่วนเหตุผลที่มาช่วยยับยั้งบ้าง เช่น เขาอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงินรึปล่าว หรือ เขาอาจจะอยากไปสวีท กัน 2 คนใช้ชีวิตคู่ แต่มันก็ช่วยได้ไม่มาก เป็นอย่างงี้อยู่ตลอดตอนที่เขาไปเที่ยวกัน แล้วก็พวกเขาก็วางแผนจะมีลูกกัน ทำให้ผมรู้สึกกลัวว่าจะถูกแทนที่ กลัวว่าถ้าพวกเขามีลูก ความรักความสนใจ จาก อาของผมที่ผมเรียกว่าแม่ จะลดลงหรือปล่าว เวลาที่พวกเขาคุยกันว่า ถ้าเขามีลูก จะอย่างนู้นอย่างงี้ พาไปเที่ยว เข้าโรงเรียนนั้น ดูแลอย่างงี้ สอนภาษาให้ลูก ทำให้ผมมีความรู้สึกว่า ถ้าผมเกิดมาในครอบครัวนี้จะเป็นยังไงนะ อยากเกิดมาอยู่ในครอบครัวที่พร้อมและอบอุ่น ที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แบบนี้บ้างมันจะรู้สึกยังไงกันนะ
จากทั้งหมดนี้ ตอนนี้ ผมนอนคิดตลอดเลย ร้องไห้ก่อนนอนตลอด ยิ่งเวลาที่พวกเขาพูดถึงลูก มันทำให้ผมรู้สึกกลัวต่างๆนานา เช่น ถ้าเขามีลูกกัน ผมจะถูกลืมไหมนะ ความสนใจความรักจะหายไปไหมนะ ผมควรจัดการความรู้สึกยังไงดีหรอครับ