มีคนถามผมในกระทู้ก่อนหน้าว่า
"เดี๋ยวนะ มีโรงงานที่ควบคุมคุณภาพน้ำของ Boiler หรือ Cooling Tower ด้วยมาตรฐานน้ำดื่มด้วยหรือ?"
คำถามนี้น่าสนใจครับ
เพราะถ้าตอบกันตรงๆ โรงงานส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้น้ำดื่มกับ Boiler อยู่แล้ว
บางแห่งใช้น้ำดิบ
บางแห่งใช้ Softener
บางแห่งใช้ RO
และบางแห่งใช้ RO สำหรับ Boiler ด้วยซ้ำ
แล้วคำถามที่ผมเริ่มสงสัยต่อ กลับไม่ใช่เรื่องคุณภาพน้ำ
แต่เป็นเรื่อง "การตัดสินใจ"
ทำไมโรงงานที่ใช้น้ำดิบคล้ายกัน
ถึงเลือกวิธีจัดการน้ำต่างกัน?
ทำไมบางแห่งลงทุนระบบ RO
แต่บางแห่งไม่ลงทุน?
ทำไมบางแห่งใช้เคมีจำนวนมาก
แต่บางแห่งใช้น้อยกว่า?
ตลอดหลายปีที่ผมทำงานเกี่ยวกับระบบน้ำ
ผมพบว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่คุณภาพน้ำดิบเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ "ความเสี่ยงที่แต่ละองค์กรยอมรับได้"
บางโรงงานยอมให้เกิดตะกรันบ้าง แต่ต้องการลดต้นทุน
บางโรงงานยอมไม่ได้แม้แต่การหยุดเดินเครื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมง
บางโรงงานให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานของอุปกรณ์
บางโรงงานให้ความสำคัญกับต้นทุนการผลิตต่อหน่วย
ดังนั้น แม้จะใช้น้ำจากแหล่งเดียวกัน
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกวิธีจัดการน้ำเหมือนกัน
สิ่งที่ผมเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ คือ
ต้นทุนของระบบน้ำในหลายโรงงาน
เกิดจาก "คุณภาพน้ำ"
หรือเกิดจาก "แนวทางที่เราเลือกใช้ในการจัดการความเสี่ยง"
กันแน่?
เพราะในโลกความเป็นจริง
น้ำไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องคุณภาพ
แต่ยังมีเรื่องตะกรัน
การกัดกร่อน
จุลินทรีย์
การใช้สารเคมี
พลังงาน
การบำรุงรักษา
และการหยุดผลิตที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
คำถามสุดท้ายที่ผมอยากชวนคิดคือ
ในโรงงานของคุณ มีข้อกำหนดเรื่องคุณภาพน้ำข้อไหนบ้าง
ที่ทุกคนยังทำตามกันอยู่
แต่ไม่มีใครรู้แล้วว่า ตั้งขึ้นมาเพราะเหตุผลอะไร?
หรือจริงๆ แล้ว มันยังเหมาะกับสภาพการทำงานในปัจจุบันอยู่หรือไม่?
จริงหรือ? โรงงานส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้น้ำดื่มกับ Boiler อยู่แล้ว
"เดี๋ยวนะ มีโรงงานที่ควบคุมคุณภาพน้ำของ Boiler หรือ Cooling Tower ด้วยมาตรฐานน้ำดื่มด้วยหรือ?"
คำถามนี้น่าสนใจครับ
เพราะถ้าตอบกันตรงๆ โรงงานส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้น้ำดื่มกับ Boiler อยู่แล้ว
บางแห่งใช้น้ำดิบ
บางแห่งใช้ Softener
บางแห่งใช้ RO
และบางแห่งใช้ RO สำหรับ Boiler ด้วยซ้ำ
แล้วคำถามที่ผมเริ่มสงสัยต่อ กลับไม่ใช่เรื่องคุณภาพน้ำ
แต่เป็นเรื่อง "การตัดสินใจ"
ทำไมโรงงานที่ใช้น้ำดิบคล้ายกัน
ถึงเลือกวิธีจัดการน้ำต่างกัน?
ทำไมบางแห่งลงทุนระบบ RO
แต่บางแห่งไม่ลงทุน?
ทำไมบางแห่งใช้เคมีจำนวนมาก
แต่บางแห่งใช้น้อยกว่า?
ตลอดหลายปีที่ผมทำงานเกี่ยวกับระบบน้ำ
ผมพบว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่คุณภาพน้ำดิบเพียงอย่างเดียว
แต่อยู่ที่ "ความเสี่ยงที่แต่ละองค์กรยอมรับได้"
บางโรงงานยอมให้เกิดตะกรันบ้าง แต่ต้องการลดต้นทุน
บางโรงงานยอมไม่ได้แม้แต่การหยุดเดินเครื่องเพียงไม่กี่ชั่วโมง
บางโรงงานให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานของอุปกรณ์
บางโรงงานให้ความสำคัญกับต้นทุนการผลิตต่อหน่วย
ดังนั้น แม้จะใช้น้ำจากแหล่งเดียวกัน
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลือกวิธีจัดการน้ำเหมือนกัน
สิ่งที่ผมเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ คือ
ต้นทุนของระบบน้ำในหลายโรงงาน
เกิดจาก "คุณภาพน้ำ"
หรือเกิดจาก "แนวทางที่เราเลือกใช้ในการจัดการความเสี่ยง"
กันแน่?
เพราะในโลกความเป็นจริง
น้ำไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องคุณภาพ
แต่ยังมีเรื่องตะกรัน
การกัดกร่อน
จุลินทรีย์
การใช้สารเคมี
พลังงาน
การบำรุงรักษา
และการหยุดผลิตที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
คำถามสุดท้ายที่ผมอยากชวนคิดคือ
ในโรงงานของคุณ มีข้อกำหนดเรื่องคุณภาพน้ำข้อไหนบ้าง
ที่ทุกคนยังทำตามกันอยู่
แต่ไม่มีใครรู้แล้วว่า ตั้งขึ้นมาเพราะเหตุผลอะไร?
หรือจริงๆ แล้ว มันยังเหมาะกับสภาพการทำงานในปัจจุบันอยู่หรือไม่?