สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เราอยากจะมาขอบันทึกเรื่องราวและระบายความอัดอั้นในใจที่เก็บมานานถึง 11 ปีเต็มๆ เพื่อชี้แจงความจริงที่เคยถูกคนรอบข้างบิดเบือนจนเรากลายเป็นคนผิดในสายตาคนอื่นมาตลอดเรื่องนี้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่เราเริ่มตั้งครรภ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2558 ตอนนั้นเรายังเป็นแค่วัยรุ่นคนหนึ่ง อายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ คิดว่าชีวิตครอบครัวกำลังจะเริ่มต้นด้วยดี แต่หลังจากนั้นเพียงแค่ 4 เดือน (เดือนมิถุนายน 2558) โลกทั้งใบของเด็กอายุไม่ถึง 20 ก็พังทลายลง เมื่อผู้ชายคนนั้นเลือกที่จะทิ้งเราที่กำลังอุ้มท้องอยู่ แล้วเดินไปแต่งงานมีเมียใหม่เราต้องกล้ำกลืนความเจ็บปวด ประคับประคองตัวเองจนกระทั่งคลอดลูกออกมาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 แต่ความเจ็บปวดจากการถูกทิ้งยังไม่ทันจางหาย มรสุมลูกใหญ่กว่าก็ซัดเข้ามาซ้ำเติม หลังจากคลอดลูกออกมาได้เพียง 1 เดือน ลูกเรามีอาการหน้าอกบุ๋มอย่างรุนแรงจนหายใจไม่ได้ ลูกถูกส่งตัวด่วนไปที่โรงพยาบาลมหาราช คุณหมอต้องรีบใส่เครื่องช่วยหายใจ และ "เจาะคอ" เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ ตอนนั้นหมอจะให้เจาะท้องด้วยแต่เราไม่ยอม ยอมให้ลูกใส่สายอาหารทางจมูกแทนเพราะไม่อยากให้เขาเจ็บไปมากกว่านี้ ลูกต้องนอนวิกฤตอยู่ในห้อง ICU ยาวนานเป็นปีๆในช่วงที่ลูกป่วยหนัก ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเดินเป็นเงาตามตัว เด็กวัยรุ่นอย่างเราไม่มีสิทธิ์ลางานมานั่งเฝ้าลูกได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะถ้าเราไม่ทำงาน แล้วใครจะหาเงินมารักษาลูก? เราจึงจำเป็นต้องออกไปทำงานง่วนทุกวันเพื่อหาเงินส่งเสีย โดยมีคุณย่าคอยช่วยมาสลับนอนเฝ้าไข้ให้ในช่วงที่เราว่างไม่ได้ไปเฝ้า และช่วงนั้นคุณย่าได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อขอความช่วยเหลือเงินบริจาครักษาน้องหลังจากสู้ในโรงพยาบาลเป็นปี ลูกได้กลับมาอยู่บ้าน ทุกคนช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ จนผ่านไปได้ 3 ปีกว่า... วันหนึ่งสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น น้องจากเราไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยอุบัติเหตุ "ท่อที่คอหลุด" ในช่วงที่คุณย่านอนหลับไปด้วยความเพลียจากการเลี้ยงดูแกตลอดเวลา มันเป็นโศกนาฏกรรมที่บีบหัวใจเราจนแทบพังทลายสิ่งที่ทำให้เราเจ็บปวดเจียนตายและกลายเป็นตราบาปติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้คือ เรากลับถูกคนรอบข้างและสังคมตราหน้าว่าเป็นคนผิด เป็นแม่ที่ทิ้งลูก เพียงเพราะคนนอกเห็นภาพแค่ในโซเชียลว่าคุณย่าเป็นคนเฝ้าไข้ ทั้งที่เบื้องหลัง เด็กอายุไม่ถึง 20 อย่างเราต้องทำงานหนักขนาดไหนเพื่อส่งเงินมาต่อลมหายใจให้เขาแถมหลังจากเรื่องราวนั้น เราได้เริ่มต้นชีวิตใหม่และมีครอบครัวใหม่ แต่กระแสสังคมกลับโจมตีเราซ้ำ หาว่าเราเป็นฝ่ายนอกใจและมีคนใหม่ก่อน เพียงเพราะเราพลาดตั้งท้องกับแฟนใหม่ก่อน... แต่เวลาได้พิสูจน์แล้วค่ะ ปัจจุบันเราอยู่กับสามีใหม่มาเป็น 10 กว่าปีแล้ว เขาดีมาก ไม่เคยมีเรื่องนอกใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาคือคนที่ดึงเราขึ้นมาจากฝันร้ายในตอนนั้นที่ผ่านมาเราไม่เคยกล้ากลับไปสู้หน้าฝั่งนู้นหรือไปหาใครอีกเลย เพราะความกลัว ความอาย และคำพูดนินทาที่บิดเบือนความจริง วันนี้เวลาผ่านมา 11 ปีนับจากจุดเริ่มต้น เราแค่อยากจะขอพื้นที่ตรงนี้ระบายความจริงที่ถูกฝังไว้ ยืนยันว่าเราไม่ได้ทิ้งลูก และไม่ได้นอกใจใครก่อน แต่เราคือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกทิ้งในวันที่อ่อนแอที่สุด และพยายามดิ้นรนสู้เพื่อชีวิตลูกจนถึงวินาทีสุดท้ายแล้วจริงๆ ค่ะ... ขอบคุณทุกคนที่รับฟังนะคะ🤍
ท้อง4เดือนโดนนอกใจ