จากแม่ค้าออนไลน์สู่มิจฉาชีพ เค้าทำกันยังไง





เมื่อวาน คนรู้จักของผมไม่พอใจร้านค้าร้านหนึ่งที่เธอสั่งของออนไลน์มา 2 อาทิตย์แล้ว แต่ยังไม่มาส่งซักที ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 อาทิตย์ ร้านค้าแห่งนี้ แจ้งยืนยันการสั่งของ บอกว่าจะจัดส่งภายใน 2-4 วันทำการ ด้วยความอยากได้และร้อนใจ เธอจึงทักถามไปทางหน้าเพจ ว่า "สั่งนานแล้วยังไม่ได้รับของเลยค่ะ"



จากนั้นไม่นานมีข้อความส่งหลังไมค์จากร้านค้าออนไลน์แห่งนี้ในลักษณะตอบโต้การถามอย่างรุนแรง และงัดข้อกฏหมายมาข่มขู่ทันทีว่าจะฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 2 แสนบาท ฐานเม้นประจาน ทำให้เกิดความเสียหาย เธอตกใจ ระคนกับความโกรธจัด พร้อมบอกรีบโทรบอกผมอย่างมีอารมณ์ว่าจะฟ้องก็ฟ้องมา ไปเจอกันที่ศาล ฉันทำอะไรผิด



ผมเลยบอกว่าใจเย็นๆ และตั้งสติก่อน ไหนส่งข้อความมาให้ดูหน่อย และบอกว่า เคยเตือนแล้วว่าไม่จำเป็นอย่าซื้อของจากแหล่งนี้ เพราะมิจฉาชีพแฝงเยอะ การตรวจสอบของเจ้าของแพลทฟอร์มมีจำกัด ถ้าจะสั่งควรใช้แพลทฟอร์มที่เชื่อถือได้ อย่าง Shopee Lazada หรือตอนนี้ Pantip Mall แพลทฟอร์มใหม่ของคนไทยก็ดีนะ การตรวจสอบเข้มงวดกว่า พอผมเห็นก็ยิ้มเลยบอก นี่มิจฉาชีพนี่ ไม่ใช่ร้านค้าออนไลน์แล้ว ให้บล็อกทิ้งไปเลย แล้วต่อไปอย่าสั่งของผ่านแพลทฟอร์มนี้อีกเลย แล้วเธอก็พูดติดตลกว่า ถ้าร้านฟ้องมาจริง เธอช่วยขึ้นศาลเป็นทนายให้หน่อยนะ ดูผมไม่ตื่นเต้น ไม่กลัวเลย ผมเลยบอกว่า มั่นใจว่าร้านไม่กล้าฟ้อง แม้จะได้ข้อมูลส่วนตัวไปแล้วทุกอย่าง ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ตราบใดที่ยังไม่โอนเงินไปให้  และร้านค้าที่สุจริตจริง เขาจะไม่ทำแบบนี้ การที่ลูกค้าถามเพราะต้องการให้ส่งของ ถ้าเจตนาต้องการขายของจริง ควรขอข้อมูลหลังไมค์ แล้วแจ้งปัญหาว่าที่ช้ากว่ากำหนดเพราะอะไร และควรขอโทษเราด้วยซ้ำ แม้ว่าหน้าเพจจะดูน่าเชื่อถือ มีคนกดไลค์เยอะ คนส่วนใหญ่เม้นทางบวก ก็ไม่ใช่ประเด็น พวกนี้มันสร้างกันได้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่