คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า "9 คำที่น่ากลัวที่สุดในโลก" ไหมครับ? อดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน เคยกล่าวไว้ว่ามันคือประโยคที่ว่า: "ผมมาจากรัฐบาล และผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ!"
ฟังดูเหมือนจะดีใช่ไหมครับ? แต่ในโลกของความเป็นจริง "ความหวังดี" ของรัฐบาลนี่แหละ ที่บางครั้งกลายเป็น "ยาพิษ" ที่ทำให้ธุรกิจขยับตัวไม่ได้
ผีหลอกในวงการเงิน: "ขอเพิ่มกฎอีกสักข้อนะ"
ถ้าในแวดวงรัฐบาลคือการยื่นมือเข้ามาวุ่นวาย ในแวดวงการเงิน (ก.ล.ต.) ก็มีประโยคสยองขวัญไม่แพ้กันครับ นั่นคือ: "เรามาเพิ่มข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลกันอีกสักข้อเถอะ"
คำนี้ฟังดูหล่อมาก เพราะดูเหมือนเรากำลังปกป้องนักลงทุน แต่ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ
• กฎยิ่งเยอะ ยิ่งยุ่ง: พอกฎระเบียบมันพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ แทนที่ตลาดจะปลอดภัย มันกลับกลายเป็นความซับซ้อนระดับจักรวาล
• ธุรกิจหยุดชะงัก: แทนที่คนทำธุรกิจจะได้เอาเวลาไปคิดนวัตกรรมใหม่ๆ กลับต้องมานั่งปวดหัวกับการกรอกเอกสารและทำตามกฎหยุมหยิม
• นวัตกรรมโดนเตะสกัด: แทนที่คนเก่งจะได้รับการสนับสนุน กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำสำเร็จ ยิ่งโดนเพ่งเล็งและโดนกฎระเบียบรัดตัว
รัฐบาลควรเป็น "กรรมการ" ไม่ใช่ "คนเตะบอล"
ประธานาธิบดีเรแกนเคยประกาศหลักการหนึ่งที่ใช้ได้ดีจนถึงทุกวันนี้ครับ นั่นคือ รัฐบาลมีหน้าที่ "เปิดประตูโอกาส" ไม่ใช่ "ปิดตายมัน"
ลองนึกภาพสนามฟุตบอลดูครับ
• หน้าที่ของรัฐ (ก.ล.ต.): คือการเป็น "กรรมการ" ที่คอยเป่านกฤวดยามมีคนทำผิดกติกา ดูแลให้เกมยุติธรรมและชัดเจน
• สิ่งที่ไม่ควรทำ: คือการลงไปวิ่งเตะบอลซะเอง หรือเข้าไปจู้จี้สั่งนักบอลว่าต้องวิ่งกี่ก้าว หรือต้องหายใจท่าไหน
หน้าที่หลักจริงๆ ของหน่วยงานกำกับดูแล คือการทำให้การระดมทุนมันง่ายและลื่นไหล เพื่อให้เงินไหลไปสร้างเศรษฐกิจให้รุ่งเรือง ไม่ใช่การทำตัวเป็น "ตัวถ่วง" ชิ้นเบ้อเริ่มที่คอยขัดขาคนทำงาน
ฟ้าใหม่ของโอกาส
ที่ผ่านมา รัฐมักจะ "บ้าจี้ออกกฎ" ทุกครั้งที่มีความผันผวนเกิดขึ้นในตลาด แต่ตอนนี้ยุคสมัยกำลังเปลี่ยนไปครับ
ภายใต้แนวคิดใหม่ เรากำลังจะ "ล้างบาง" กฎเกณฑ์ที่ไร้สาระและซับซ้อนทิ้งไป เพื่อเปลี่ยนให้หน่วยงานของรัฐกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมอีกครั้ง
สำหรับเรแกน วันนั้นคือรุ่งอรุณใหม่ของอเมริกา...
และสำหรับพวกเราในวันนี้ นี่คือ "ฟ้าใหม่" ที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างแท้จริงครับ!
บทสรุป
กฎที่มากเกินไปไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป แต่มันคือการ "บีบคอ" นวัตกรรม หน้าที่ของเราคือการสร้างกติกาที่แฟร์ แล้วปล่อยให้คนเก่งได้โชว์ฝีมือครับ!
9 คำสยองขวัญที่ประธานาธิบดีเรแกนเตือนไว้... วันนี้มันกลับมาหลอกหลอนวงการเงิน!
คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า "9 คำที่น่ากลัวที่สุดในโลก" ไหมครับ? อดีตประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน เคยกล่าวไว้ว่ามันคือประโยคที่ว่า: "ผมมาจากรัฐบาล และผมมาที่นี่เพื่อช่วยคุณ!"
ฟังดูเหมือนจะดีใช่ไหมครับ? แต่ในโลกของความเป็นจริง "ความหวังดี" ของรัฐบาลนี่แหละ ที่บางครั้งกลายเป็น "ยาพิษ" ที่ทำให้ธุรกิจขยับตัวไม่ได้
ผีหลอกในวงการเงิน: "ขอเพิ่มกฎอีกสักข้อนะ"
ถ้าในแวดวงรัฐบาลคือการยื่นมือเข้ามาวุ่นวาย ในแวดวงการเงิน (ก.ล.ต.) ก็มีประโยคสยองขวัญไม่แพ้กันครับ นั่นคือ: "เรามาเพิ่มข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลกันอีกสักข้อเถอะ"
คำนี้ฟังดูหล่อมาก เพราะดูเหมือนเรากำลังปกป้องนักลงทุน แต่ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ
• กฎยิ่งเยอะ ยิ่งยุ่ง: พอกฎระเบียบมันพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ แทนที่ตลาดจะปลอดภัย มันกลับกลายเป็นความซับซ้อนระดับจักรวาล
• ธุรกิจหยุดชะงัก: แทนที่คนทำธุรกิจจะได้เอาเวลาไปคิดนวัตกรรมใหม่ๆ กลับต้องมานั่งปวดหัวกับการกรอกเอกสารและทำตามกฎหยุมหยิม
• นวัตกรรมโดนเตะสกัด: แทนที่คนเก่งจะได้รับการสนับสนุน กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำสำเร็จ ยิ่งโดนเพ่งเล็งและโดนกฎระเบียบรัดตัว
รัฐบาลควรเป็น "กรรมการ" ไม่ใช่ "คนเตะบอล"
ประธานาธิบดีเรแกนเคยประกาศหลักการหนึ่งที่ใช้ได้ดีจนถึงทุกวันนี้ครับ นั่นคือ รัฐบาลมีหน้าที่ "เปิดประตูโอกาส" ไม่ใช่ "ปิดตายมัน"
ลองนึกภาพสนามฟุตบอลดูครับ
• หน้าที่ของรัฐ (ก.ล.ต.): คือการเป็น "กรรมการ" ที่คอยเป่านกฤวดยามมีคนทำผิดกติกา ดูแลให้เกมยุติธรรมและชัดเจน
• สิ่งที่ไม่ควรทำ: คือการลงไปวิ่งเตะบอลซะเอง หรือเข้าไปจู้จี้สั่งนักบอลว่าต้องวิ่งกี่ก้าว หรือต้องหายใจท่าไหน
หน้าที่หลักจริงๆ ของหน่วยงานกำกับดูแล คือการทำให้การระดมทุนมันง่ายและลื่นไหล เพื่อให้เงินไหลไปสร้างเศรษฐกิจให้รุ่งเรือง ไม่ใช่การทำตัวเป็น "ตัวถ่วง" ชิ้นเบ้อเริ่มที่คอยขัดขาคนทำงาน
ฟ้าใหม่ของโอกาส
ที่ผ่านมา รัฐมักจะ "บ้าจี้ออกกฎ" ทุกครั้งที่มีความผันผวนเกิดขึ้นในตลาด แต่ตอนนี้ยุคสมัยกำลังเปลี่ยนไปครับ
ภายใต้แนวคิดใหม่ เรากำลังจะ "ล้างบาง" กฎเกณฑ์ที่ไร้สาระและซับซ้อนทิ้งไป เพื่อเปลี่ยนให้หน่วยงานของรัฐกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมอีกครั้ง
สำหรับเรแกน วันนั้นคือรุ่งอรุณใหม่ของอเมริกา...
และสำหรับพวกเราในวันนี้ นี่คือ "ฟ้าใหม่" ที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตอย่างแท้จริงครับ!
บทสรุป
กฎที่มากเกินไปไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป แต่มันคือการ "บีบคอ" นวัตกรรม หน้าที่ของเราคือการสร้างกติกาที่แฟร์ แล้วปล่อยให้คนเก่งได้โชว์ฝีมือครับ!