รีวิว Macario: หนังคลาสสิกที่ดูแล้วต้องคิดตาม...จนขนลุก!


: รีวิว Macario: หนังคลาสสิกที่ดูแล้วต้องคิดตาม...จนขนลุก!

สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังคลาสสิกจากเม็กซิโกเรื่องนึงมาเล่าสู่กันฟังครับ ชื่อเรื่องว่า "Macario" (มาคาลิโอ) หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ หรืออาจจะไม่เคยเลยก็ได้ แต่บอกเลยครับว่าถ้าใครชอบหนังที่ดูแล้วมันมีอะไรให้ขบคิดต่อ มีทั้งความหลอน ความเศร้า และข้อคิดดีๆ เรื่องนี้ไม่ควรพลาดเลยครับ

ผมเพิ่งมีโอกาสได้ดูเรื่องนี้แบบเต็มๆ เมื่อไม่นานมานี้เองครับ ด้วยความที่มันเป็นหนังเก่าปี 1960 ผมก็แอบกังวลว่าจะดูยากไหม หรือภาพจะเก่าจนเกินไป แต่พอได้เริ่มดูเท่านั้นแหละครับ วางไม่ลงเลยจริงๆ บรรยากาศของหนังมันดึงดูดมากๆ ครับ การเล่าเรื่องก็ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป แต่ลึกซึ้ง กินใจ

เรื่องราวของ Macario เริ่มต้นที่ชายยากจนคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพเป็นคนแบกศพครับ ชีวิตของเขายากลำบากมาก หาเช้ากินค่ำ แถมยังมีครอบครัวที่ต้องดูแลอีก ทำให้เขาเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าเผชิญหน้ากับอะไรทั้งสิ้น ทุกอย่างที่เขาต้องการคือขนมปังกับเนื้อสักชิ้นเพื่อประทังชีวิต แต่ก็ยังหาได้ยากเย็นเหลือเกิน

จุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องคือเมื่อ Macario ได้รับของขวัญจากปีศาจที่ปลอมตัวมาครับ สิ่งนั้นก็คือ "กระเป๋าที่ไม่มีวันหมด" ซึ่งข้างในบรรจุแต่ขนมปังที่เมื่อหยิบออกมาเท่าไหร่ก็ไม่เคยหมดไปเลย แต่ของขวัญชิ้นนี้ก็มาพร้อมกับคำเตือนว่า ห้ามนำขนมปังนี้ไปให้กับใครที่กำลังจะตาย และห้ามเปิดกระเป๋าต่อหน้าคนอื่น

แน่นอนครับว่าด้วยความยากจนและความหิวโหย Macario ก็ไม่รอช้าที่จะลองของขวัญชิ้นนี้ ชีวิตของเขาก็เริ่มดีขึ้น มีขนมปังทานอิ่มหนำสำราญ แต่ความยากลำบากในชีวิตมันก็ยังไม่หมดไปง่ายๆ ครับ

สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีเสน่ห์มากๆ คือการที่มันนำเสนอภาพของ "ความตาย" ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปครับ ไม่ใช่แค่ภาพน่ากลัวๆ หรือผีที่โผล่มาหลอกหลอน แต่ความตายในเรื่องนี้ถูกทำให้เป็นเหมือนตัวละครตัวหนึ่งที่มีบทบาท มีลักษณะนิสัย และมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์

Macario ได้มีโอกาสเจอ "ความตาย" ในร่างของชายชราที่กำลังจะตาย ซึ่งเขาได้ช่วยเหลือไว้ ทำให้เขาได้รับของขวัญอีกชิ้นหนึ่งจากความตาย เป็น "ขวดน้ำศักดิ์สิทธิ์" ที่เมื่อดื่มแล้วจะทำให้คนเป็นอมตะ แต่ก็มีเงื่อนไขว่าถ้าใครดื่มน้ำนี้แล้วจะ "รักษา" ไม่ได้ แต่จะ "ชะลอ" ความตายเท่านั้น

ความตายในเรื่องนี้ถูกนำเสนออย่างมีชั้นเชิงครับ ไม่ใช่ตัวร้ายที่น่ากลัวสุดๆ แต่เป็นเหมือนธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ทุกคนต้องเจอ และ Macario ก็ได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับมันมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการเดินทางของเขา

มีหลายฉากที่ผมดูแล้วขนลุกจริงๆ ครับ โดยเฉพาะฉากที่ Macario ได้พบกับ "ความตาย" ครั้งแรก มันมีความเงียบ มีความอึดอัด และมีความน่ากลัวในแบบที่หนังสมัยใหม่ไม่ค่อยกล้าทำกันครับ การแสดงของนักแสดงก็สุดยอดมากครับ โดยเฉพาะนักแสดงที่รับบท Macario สามารถถ่ายทอดความทุกข์ ความหวัง และความกลัวของตัวละครออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ

หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ความหลอนครับ แต่ยังมีข้อคิดเกี่ยวกับชีวิต ความตาย และการยอมรับในโชคชะตาที่ลึกซึ้งมากๆ ครับ มันทำให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่า ถ้าเรามีโอกาสที่จะอยู่เหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ เราจะเลือกอย่างไร? เราจะใช้ชีวิตอย่างไร?

อีกอย่างที่ผมชอบคือการถ่ายภาพและบรรยากาศของหนังครับ แม้จะเป็นหนังเก่า แต่การจัดแสง การใช้เงา และการสร้างฉากต่างๆ มันทำออกมาได้ดีมากๆ ครับ ทำให้เรารู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของ Macario จริงๆ

บางฉากอาจจะดูเชื่องช้าไปบ้างสำหรับผู้ชมที่คุ้นเคยกับหนังยุคใหม่ที่ตัดต่อไวๆ แต่ผมว่าความเชื่องช้านั้นแหละครับ ที่ทำให้เรามีเวลาได้ดื่มด่ำกับอารมณ์ของหนัง ได้คิดตามสิ่งที่ตัวละครกำลังเผชิญ

โดยรวมแล้ว "Macario" เป็นหนังที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ลองหามาดูกันครับ มันไม่ใช่หนังที่ดูจบแล้วจบกันไป แต่มันจะติดอยู่ในหัวเราไปอีกนาน เราจะได้คิดถึงชีวิต ความตาย และคุณค่าของสิ่งที่เรามีอยู่

ถ้าใครเคยดูแล้ว มาแชร์ความรู้สึกกันได้นะครับ ส่วนใครที่ยังไม่เคยดู ก็ลองหามาดูกันนะ แล้วจะรู้ว่าหนังเก่าๆ ก็มีดีไม่แพ้หนังใหม่ๆ เลยครับ

ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านนะครับ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่